สารพัดเหตุผล ของคนที่วิ่งออกกำลังกาย

“ทำไมถึงมาวิ่งล่ะ” เป็นคำถามที่นักวิ่งโดนถามเป็นประจำค่ะ ยิ่งเป็นนักวิ่งที่จริงจังด้วยแล้ว ประเภทว่าว่างเป็นเปลี่ยนชุด ใส่รองเท้าออกวิ่งเลย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกนี้ แม้ว่าจะไปเที่ยว ก็จะมีรองเท้าคู่ใจพกพาไปด้วยเสมอ และเมื่อไปที่ไหน ก็จะหาที่วิ่งและเวลาออกวิ่ง คนก็จะยิ่งสงสัย นักวิ่งทุกคนมีเหตุผลอยู่แล้วค่ะ อาจเป็นเหตุผลง่ายๆตั้งแต่ อยากมีสุขภาพที่ดีขึ้น และต้องการลดน้ำหนัก ซึ่งก็คงเพียงพอที่จะทำให้เพื่อนๆออกไปวิ่งได้สักครั้ง สองครั้ง หรือสองสามครั้งต่อสัปดาห์ แต่ถ้าเป็นการวิ่งที่ต้องใช้ความพยายามมากกว่านั้นล่ะคะ ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก หนาว ร้อน เหนื่อย หรือว่าวิ่งได้ทะลุเป้าที่เคยตั้งไว้แล้ว เพื่อนๆก็คงต้องการมากกว่าเหตุผลพื้นๆใช่ไหมคะ คงต้องเป็นเหตุผลที่มากกว่าการพัฒนาระบบหัวใจและหลอดเลือด หรือน้ำหนักที่ลดลงสัก 3-4 กิโลกรัม เพื่อนๆกำลังสร้างเซลล์ใหม่ที่ดีขึ้นในทุกระบบของร่างกาย และเพื่อนๆอาจประหลาดใจกับประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจในระยะยาวที่เพิ่มขึ้นในทุกครั้งที่ออกวิ่ง และสุดท้ายเพื่อนๆอาจค้นพบว่า นักวิ่งนับล้านที่วิ่งอยู่แล้วนั้นพบก่อนแล้วว่า การวิ่งนั้นมัน “สนุก” ขนาดไหน

แรงจูงใจในการวิ่งคืออะไร

แรงกระตุ้นในแต่ละวันที่ทำให้เพื่อนๆยังคงออกไปฝึกวิ่งอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ ก็คือแรงจูงใจในการวิ่งแหละค่ะ นักวิ่งบางคนอาจมีแรงจูงใจเพียงอย่างเดียว หรือบางคนก็มีหลายข้อค่ะ แรงจูงใจจะว่าไปแล้ว ก็เหมือนน้ำนะคะ เพราะมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ไม่คงที่สักที นักวิ่งส่วนใหญ่จะใช้แรงจูงใจอะไรก็ตามที่ได้ผลจนทำให้ออกไปวิ่งได้ในวันนั้นแหละค่ะ และบางทีก็คิดเผื่อถึงวันวิ่งวันต่อไปด้วยเลย

วันนี้เพื่อนๆอาจถูกกระตุ้นให้มาอ่านบทความนี้ วันพรุ่งนี้สิ่งที่เพื่อนๆอ่านวันนี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เพื่อนๆหยิบรองเท้าออกไปเดินหรือวิ่งเหยาะๆสักพักหนึ่ง หรืออาจใช้เวลาออกกำลังสักสิบนาที หรือจะเป็นการเตรียมมื้ออาหารเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นก็ได้

สำหรับนักวิ่งที่จริงจังมากกว่านี้ ก็อาจค้นพบว่า ยังมีการฝึกบางอย่างที่มองข้ามไป ที่จะช่วยพัฒนาระบบหัวใจและหลอดเลือดให้ดีขึ้น จึงทำให้วางแผนการฝึกแบบใหม่ในวันต่อไปก็ได้นะคะ

เล่าจื๊อกล่าวว่า “การเดินทางเป็นหมื่นแสนลี้ ก็ต้องเริ่มจากก้าวแรกเสมอ” ฉันใดก็ฉันนั้นค่ะ การเดินทางของเพื่อนๆอาจเริ่มต้นจากการอ่านบทความนี้ก็ได้นะคะ

1 สารพัดเหตุผล ของคนที่วิ่งออกกำลังกาย - ตอนที่ 2

กฎข้อแรกของแรงจูงใจในการวิ่งก็คือ การหาแรงจูงใจในแต่ละครั้งของการวิ่งให้ได้ค่ะ นักวิ่งที่ประสบความสำเร็จจะเข้าใจหลักการสำคัญ 2 อย่างค่ะ

1. ไม่มีเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะเริ่มต้นโปรแกรมฝึก ดังนัน อย่ารอที่จะรวบรวมแรงจูงใจในการฝึกระยะยาวทั้งหมดเลยนะคะ ไม่ว่าจะฝึกอะไรก็ตามค่ะ

2. การออกกำลังกายอย่างเดียวที่เพื่อนๆต้องตั้งสมาธิและตั้งใจ คือการออกกำลังครั้งต่อไปที่จะมาถึงเท่านั้นค่ะ

ดังนั้น ในวันนี้ เพื่อนๆไม่ต้องสร้างแรงจูงใจสำหรับเป้าหมายทางสุขภาพโดยรวมทั้งหมด เพื่อนๆไม่จำเป็นต้องฝึกให้ครบตามโปรแกรมทั้งหมด 12 สัปดาห์ เพื่อนๆไม่จำเป็นต้องน้ำหนักลง 5 กิโลกรัม หรือวิ่งได้ 5 กิโลเมตร หรือเอาชนะการวิ่งมาราธอน เพื่อนๆแค่ออกกำลังของวันนี้ให้สำเร็จ ส่วนการออกกำลังของวันพรุ่งนี้น่ะเหรอคะ ก็รอวันพรุ่งนี้มาถึงก่อนค่ะ

ในขณะเดียวกัน การเข้าใจถึงประโยชน์โดยรวมของโปรแกรมการฝึกระยะยาวที่มีอยู่มากมายนั้นจะทำให้เพื่อนๆมีแหล่งที่มาของแรงจูงใจมากมายให้ได้ดื่มด่ำในแต่ละวันได้ค่ะ คนที่อยากเป็นนักวิ่งมักจะตกใจกับประโยชน์ที่แสนวิเศษของโปรแกรมการฝึกที่ได้วางแผนไว้อย่างดี และคลอบคลุมการฝึกหลายด้าน สามารถพูดได้เลยนะคะว่า เพื่อนๆไม่ได้แค่กำลังสร้างร่างกายที่เหมาะกับการวิ่งนะคะ แต่กำลังสร้างเพื่อนๆคนใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้เลยทีเดียวค่ะ

1 สารพัดเหตุผล ของคนที่วิ่งออกกำลังกาย - ตอนที่ 3

คราวนี้เรามาดูเหตุผลของคนวิ่งข้อแรกกันเลยค่ะ

เหตุผลของคนวิ่งข้อที่ 1 คือ การวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดี

ถึงแม้ว่านักวิ่งทุกคนจะเคยได้ยินคำเตือนที่ไม่ทราบว่าจริงหรือเปล่าว่า “ไม่กลัวว่าการวิ่งจะทำให้เข่าพังเหรอ?” เราไม่กลัวหรอกค่ะ เพราะการวิ่งนั้นดีต่อหัวเข่า แถมยังดีต่อทุกระบบในร่างกายด้วยนะคะ

“การวิ่งนั้นช่วยทำให้ความดันโลหิตดีขึ้น”
ดอกเตอร์เจมส์ ฟรายส์ หนึ่งในผู้ทำงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในปี 2552 ที่ตามดูนักวิ่งจำนวน 528 คน และคนที่ไม่ใช่นักวิ่งจำนวน 423 คน โดยตามดูตั้งแต่ปี 2527

“คุณมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตัน และภาวะเส้นเลือดขอด กระดูกคุณจะแข็งแรงขึ้น และหนาขึ้น ซึ่งถือเป็นการรักษาโรคกระดูกบางได้เลย แถมการวิ่งยังช่วยป้องกันภาวะกระดูกหักที่สะโพก และกระดูกสันหลังได้ เส้นเอ็นยึดข้อมีขนาดใหญ่ขึ้น และแข็งแรงขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ข้อต่อ ไม่พลิก ไม่แพลงง่าย ปอดมีขนาดใหญ่ขึ้น อากาศสำรองในร่างกายมีปริมาณมากขึ้น”

บทสรุปอื่นๆจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดคือ
– นักวิ่งจะทรมานจากภาวะร่างกายบาดเจ็บน้อยกว่า
– นักวิ่งสามารถชะลอภาวะเสื่อมของร่างกายจากอายุที่มากขึ้นได้ถึง 20 ปี
– นักวิ่งมีโอกาสเปลี่ยนเข่าน้อยกว่าปกติ 7 เท่า
– นักวิ่งมีโอกาสทรมานจากโรคมะเร็งน้อยกว่า
– นักวิ่งมีโอกาสเกิดปัญหาจากระบบประสาทน้อยกว่า
– นักวิ่งไม่ได้มีปัญหาของข้อสะโพก ข้อเข่า และกระดูกสันหลังเพิ่มขึ้นเลย
– นักวิ่งมีโอกาสเสียชีวิตช้ากว่าคนไม่วิ่งถึง 1 เท่า

จะเห็นได้ว่าการวิ่งไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพนะคะ แต่การวิ่งจะกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงร่างกายในเชิงบวกมากเกินกว่าที่เพื่อนๆจะสามารถนึกถึงได้ ดังนั้น มาเริ่มวิ่งกันเถอะค่ะ

1 สารพัดเหตุผล ของคนที่วิ่งออกกำลังกาย - ตอนที่ 4

เหตุผลของคนวิ่งข้อที่ 2 คือเพื่อลดน้ำหนัก

การวิ่งช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 100 แคลอรี่ต่อระยะ 1 ไมล์ (1.6 กิโลเมตร) เชียวนะคะ ไม่ว่าคุณจะเดิน วิ่งเหยาะๆ หรือวิ่งแข่งในช่วง 1 ไมล์นั้นก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว ถ้าคุณเผาผลาญพลังงานมากกว่าที่คุณทานเข้าไป 3,500 แคลอรี่ น้ำหนักคุณจะลดลงถึง 1 ปอนด์ (0.45 กิโลกรัม) เลยล่ะค่ะ!!! แต่…ที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้น การวิ่งนั้นนำไปสู่การลดน้ำหนักได้มากกว่าแค่การนับแคลอรี่นะคะ

มีการศึกษาจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติ ลอเรนซ์ เบิร์คเคลี่ อเมริกาในปี 2555 ได้ทำการเปรียบเทียบน้ำหนักที่ลดลงของนักวิ่งจำนวน 32,216 คน กับคนที่เดินออกกำลังกาย 15,237 คน เป็นเวลา 6 ปี พบว่า นักวิ่งเฉลี่ย 90% มีน้ำหนักลดลงมากกว่าคนที่เดินออกกำลัง เมื่อเทียบกับการเผาผลาญแคลอรี่ที่เท่ากัน และการที่ร่างกายของเพื่อนๆเบาขึ้น และบางขึ้นนั้นก็ไม่ใช่แค่ประโยชน์อย่างเดียวจากการที่น้ำหนักลดลงนะคะ แต่จะช่วยให้เพื่อนๆวิ่งได้เร็วขึ้นด้วย โดยที่ไม่ต้องไปฝึกร่างกายแบบอื่นเพิ่มขึ้นเลย
ลองดูตัวอย่างเวลาที่เพื่อนๆใช้วิ่ง 5 กิโลเมตร ซึ่งจะน้อยลงได้เมื่อเพื่อนๆลดน้ำหนักได้มากพอ
เช่น เมื่อเริ่มต้นวิ่ง เพื่อนๆมีน้ำหนักตัวที่ 54 กิโลกรัม วิ่ง 5 กิโลเมตรได้ที่เวลา 30 นาที เมื่อเพื่อนๆลดน้ำหนักไป 2.2 กิโลกรัม จะทำให้เพื่อนๆวิ่งได้ที่เวลา 29.05 นาที และหากลดน้ำหนักไป 4.5 กิโลกรัม เพื่อนๆจะวิ่งได้ที่เวลา 28.03 นาที

เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวเลยนะคะ

เหตุผลของคนวิ่งข้อที่ 3 คือเพื่อการผ่อนคลาย

มีคนกล่าวว่าความเครียดสามารถฆ่าเพื่อนๆได้ แต่กว่าจะถึงเวลาที่เพื่อนๆเสียชีวิต ความเครียดอาจทำลายร่างกายไปแล้วมากมาย ความเครียดทำให้ภูมิต้านทานลดลง เพิ่มภาวะอักเสบได้ง่าย ทำให้กระบวนการหายช้าลง ลดความหนาแน่นมวลกระดูก ลดมวลกล้ามเนื้อ เพิ่มความดันโลหิต เพิ่มการสะสมไขมัน และเพิ่มความรุนแรงของความไม่สมดุลของน้ำตาลในร่างกาย

ดังนั้นเมื่อเราพูดถึง การคลายเครียด คงไม่ได้พูดถึงแค่การลดความวิตกกังวลเท่านั้นหรอกนะคะ แต่เรากำลังพูดถึงกลไกการป้องกันของร่างกายในทุกระบบ ลองนึกภาพว่าความเครียดในร่างกายเป็นเหมือนปลวกที่กัดกินเนื้อไม้ทำลายบ้านอยู่ก็ได้ค่ะ แล้วการวิ่งคือวิธีการทำลายปลวกเหล่านั้น นอกจากนี้การวิ่งยังช่วยเพิ่มสารเอ็นดอร์ฟิน (แหล่งที่มาของ “สารเสพติดนักวิ่ง”) ซึ่งช่วยทำให้หลับได้ดีขึ้น และยังช่วยเพิ่มเวลาแห่งความสุข และความสงบจากการทำสมาธิระหว่างวิ่งได้ด้วยค่ะ

ทำสมาธิ!?! ใช่แล้วค่ะ คุณสามารถทำสมาธิขณะวิ่งได้นะคะ ง่ายๆเช่น ตามดูลมหายใจค่ะ สั้นมาก อึดอัดมาก อาจหมายถึงวิ่งเร็วไป จึงเหนื่อยเกินไป จึงต้องหายใจแรงและเร็วเกินไป จนทำให้รู้สึกอึดอัดได้ หรือลมหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอเข้ากันกับการเคลื่อนไหวของแขนและขา จนคุณรู้สึกผ่อนคลายได้เองอัตโนมัติ เมื่อถึงเวลานั้น คุณจะรู้สึกว่าแขนขาขยับไปได้เอง และไม่รู้สึกเหนื่อยเลยค่ะ หรือเพื่อนๆอาจจะใช้วิธีนับก้าววิ่ง หรือนับลมหายใจ ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆมีสมาธิกับการวิ่ง และควบคุมร่างกายได้ดีขึ้น เมื่อจบการวิ่งในครั้งนั้น นอกจากจะรู้สึกสดชื่นจากร่างกายที่ได้ออกกำลังแล้ว เพื่อนๆจะยังรู้สึกอิ่มเอมกับการวิ่งนั้นด้วยค่ะ

1 สารพัดเหตุผล ของคนที่วิ่งออกกำลังกาย - ตอนที่ 5

 

หตุผลของการออกไปวิ่งข้อที่ 4 คือ เพื่อความฉลาด

ฮะ!!! การวิ่งช่วยให้ฉลาดจริงเหรอ มาดูเหตุผลกันค่ะ

การวิ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองนะคะ จากการทบทวนงานวิจัยในปี 2546 จากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย ที่สรุปว่า การออกกำลังแบบใช้ออกซิเจนที่ความหนักเกือบสูงสุด เช่นการวิ่งแบบสบายๆระยะไกลนั้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการประมวลข้อมูลของสมองค่ะ
ส่วนงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ในปี 2545 พบว่าการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องช่วยสร้างการทำงานของเส้นประสาทในสมองขึ้นใหม่ได้
และงานวิจัยจากสถาบันวิจัยชีวการแพทย์แห่งบาร์เซโลน่า ในปี 2554 รายงานว่า การออกกำลังแบบใช้ออกซิเจนสามารถป้องกันความเสื่อมของระบบประสาทได้

การศึกษาจากสวีเดนในปี 2548 สามารถเชื่อมการวิ่งเข้ากับการเพิ่มของเซลล์สมองส่วนที่เรียกว่า ฮิปโปแคมปัส ได้ ซึ่งสมองส่วนนี้มีบทบาทสำคัญที่สุดทั้งในเรื่องความจำ และการเกิดภาวะซึมเศร้าค่ะ

และสำหรับนักวิ่งที่อายุมาก การศึกษาจากมหาวิทยาลัยการแพทย์เวียนนา ในปี 2548 พบว่าการวิ่งระยะไกลช่วยคงการทำงานของสมองในการรับรู้ในช่วงวัยทองได้
เป็นที่ชัดเจนแล้วนะคะว่า การวิ่งไม่ได้ทำให้เพื่อนๆแค่ดูดีและฉลาดนะคะ แต่การวิ่งทำให้เพื่อนๆฉลาดได้จริงๆค่ะ

เหตุผลของคนไปวิ่งข้อที่ 5 คือ การได้ใช้กล้ามเนื้อก่อนที่มันจะสูญสลายหายไปค่ะ

เมื่ออายุครบ 25 ทั้งผู้ชายและผู้หญิงจะเริ่มสูญเสียมวลกล้ามเนื้อลาย (กล้ามเนื้อลายคือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น กล้ามเนื้องอศอก กล้ามเนื้อท้อง กล้ามเนื้องอเข่า) ด้วยอัตรามากถึง 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเลยทีเดียว และจะมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้นค่ะ เมื่อเซลล์กล้ามเนื้อสลายไปแล้ว มันจะสลายไปตลอดกาล ซึ่งกระบวนการเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นกับช่วงความยาวก้าวของการเดิน ซึ่งจะลดลงไปประมาณ 40% เมื่ออายุย่างเข้าปีที่ 70 การฝึกวิ่งอย่างเหมาะสมจะช่วยลดสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั้งสองอย่างได้อย่างมากเลยค่ะ

1 สารพัดเหตุผล ของคนที่วิ่งออกกำลังกาย - ตอนที่ 6

เหตุผลข้อที่ 6 คือ การได้พบเพื่อนใหม่ค่า

มีสโมสรสำหรับนักวิ่งจำนวนมาก และสมาชิกรวมจำนวนไม่น้อยในประเทศไทยนะคะ ซึ่งสโมสรเหล่านี้จะเป็นที่รวมกลุ่มของทั้งผู้ชายและผู้หญิงสัปดาห์ละ 1 ครั้งหรือ 2 ครั้งเพื่อออกกำลังร่วมกัน และพูดคุยกัน เกี่ยวกับการออกกำลังที่ชอบ และโปรแกรมการฝึกค่ะ การวิ่งคือบัตรเชิญเพื่อเข้ากลุ่มเพื่อนที่ดีที่สุด และสุขภาพดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในโลกนี้เลยนะคะ

นอกจากนี้ คุณยังสามารถพบเพื่อนใหม่ได้ตามงานวิ่งต่างๆนะคะ เมื่อเพื่อนๆวิ่งออกจากจุดเริ่มต้น สักพักหนึ่งเพื่อนๆจะวิ่งอยู่ในกลุ่มที่มีความเร็วพอๆกัน และนั่นแหละค่ะคือเวลาที่เราจะได้เพื่อนที่ลากเพื่อนๆ และเพื่อนๆลากเค้า เวลาวิ่งถึงจุดหนึ่งที่เพื่อนๆเหนื่อยและอยากจะช้าลง แต่เพื่อนนักวิ่งที่วิ่งได้อย่างคงที่ที่ความเร็วนั้นจะเป็นเหมือนคนนำคุณ เป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆวิ่งตาม และวิ่งต่อไปได้จนสุดเส้นชัย ในขณะที่เพื่อนๆเองก็อาจเป็นคนนำผู้อื่นให้เข้าเส้นชัยได้เหมือนกัน บางครั้งจะได้ขอบคุณกันอีกทีเมื่อวิ่งเข้าเส้นชัยแล้วด้วยซ้ำ ในงานวิ่ง เพื่อนๆจะได้เห็นนักวิ่งที่หลากหลาย ทั้งเด็ก คนแก่ และคนตาบอดที่อาจวิ่งเร็วกว่าเพื่อนๆ หรือช้ากว่าเพื่อนๆ คำชื่นชมง่ายๆ เช่น เก่งมากน้อง สุดยอดไปเลยค่ะคุณลุง หรือคำให้กำลังใจแบบพื้นๆ เช่น สู้ๆนะคะ อีกนิดเดียวเอง อดทนอีกนิดนะคะ ก็สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับเพื่อนนักวิ่งได้มากมายแล้วค่ะ

มิตรภาพดีๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้กันนะคะ นานๆเจอกันที ก็ยิ้มและทักทายได้ค่ะ

บางคนรู้จักกันนิดนึง แล้วพัฒนาความสัมพันธ์จนถึงขั้นแต่งงานกันก็มีนะคะ ลองมาวิ่งดูสิคะ

เหตุผลข้อที่ 7 เพื่อให้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ

มีนักวิ่งมากกว่า 6 ล้านคนในอเมริกาที่วิ่งตามทางในป่าเป็นประจำ และกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในประเทศไทย ทางในป่านี้ไม่ใช่แค่ลดแรงกระแทกให้ร่างกายส่วนล่างเท่านั้น แต่ยังให้โอกาสเพื่อนๆในการสื่อสารกับธรรมชาติ และยังปล่อยตัวปล่อยใจไปตามสัญชาตญาณที่อยากจะโลดโผนไปตามที่ต่างๆ ซึ่งทำให้เพื่อนๆได้หนีออกไปจากโลกใบเดิมๆของเพื่อนๆ

งานวิ่งที่จัดวิ่งในป่าในประเทศไทยยังมีน้อยนะคะ และก็เป็นที่นิยมสำหรับคนกลุ่มเล็กเท่านั้น และป่าในบ้านเรามักเป็นป่าสงวนหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งต้องขออนุญาต ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะขัดต่อกฏหมายใดๆหรือเปล่า ซึ่งส่วนตัวก็เห็นด้วยที่จะไม่ให้จัดมาก เพราะป่าบ้านเราค่อนข้างเปราะบางค่ะ การบริหารจัดการที่ไม่ดีพอ เช่น จำนวนคนที่เยอะเกินไป ก็อาจก่อผลเสียต่อป่ามากกว่านะคะ ดังนั้น เพื่อนๆอาจไม่ต้องรองานวิ่งค่ะ เพื่อนๆไปเที่ยวที่ป่าไหน ก็ออกวิ่งในป่านั้นไปเลยค่ะ แค่ได้สูดอากาศดีๆ ได้กลิ่นต้นไม้ ได้กลิ่นดิน ก็มีความสุขได้ง่ายๆแล้วนะคะ

การวิ่งในสวนสาธารณะก็เป็นอีกวิธีที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาตินะคะ อย่างน้อยที่สวนก็มีต้นไม้ใหญ่ ต้นหญ้า พื้นดิน ผืนน้ำ ให้ได้สูดกลิ่นสดชื่นเปลี่ยนบรรยากาศกันได้อยู่บ้างค่ะ ดีกว่าจับเจ่าอยู่ที่บ้านนะคะ การวิ่งในสวนก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนะคะ

1 สารพัดเหตุผล ของคนที่วิ่งออกกำลังกาย - ตอนที่ 7

เหตุผลข้อที่ 8 คือ การวิ่งเพื่อการแข่งขัน

ในปี 2555 มีนักวิ่งที่วิ่งเข้าเส้นชัยในงานแข่งขันมากกว่า 15 ล้านคนในอเมริกา และหวังว่าสักวันหนึ่ง ในประเทศไทยจะมีนักวิ่งจำนวนเท่ากันนะคะ การแข่งขันเป็นจุดรวมของนักวิ่งจำนวนมาก และมีความสำคัญต่อนักวิ่งมาก ไม่ว่าเป้าหมายของเพื่อนๆคือการวิ่งแข่งระยะยาวให้ได้จนจบ หรือเพื่อแข่งกับนักวิ่งคนอื่น การแข่งขันคือส่วนหนึ่งของเป้าหมายในตารางการฝึกวิ่งของนักวิ่งส่วนใหญ่ในระยะยาว

เพื่อนๆอาจตั้งเป้าหมายเพื่อแข่งกับตัวเอง เช่น ลงแข่งมินิมาราธอนทุกเดือน เดือนละครั้ง และเวลาต้องดีขึ้นกว่าเดิม หรือลงแข่งฮาล์ฟมาราธอนในงานวิ่งครั้งต่อไป และวางโปรแกรมการฝึกให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ

งานวิ่งจะช่วยเปิดหูเปิดตาให้กับเพื่อนๆ เพื่อนๆจะได้พบกับจุดปล่อยตัวที่ผู้คนยืนรอเบียดเสียด และเส้นชัยที่เหลือที่ต่างคนต่างวิ่งเข้ามา นักวิ่งหลากหลายเพศและวัย ความเร็วที่หลากหลาย น้ำดื่มระหว่างทาง เกลือแร่หลังแข่ง ขนมเพิ่มพลังหลังแข่ง การจับกลุ่มถ่ายรูป และผู้คนมากมายที่อาจจะเป็นเพื่อนใหม่ และแรงบันดาลใจบางอย่างให้เพื่อนๆได้

ยกตัวอย่างแรงบันดาลใจและกำลังใจที่ดีจริงๆในทุกครั้งที่เราเจอค่ะ คือนักวิ่งตาบอดที่จะจับคู่มากับบัดดี้นำวิ่งของเขา ส่วนใหญ่จะวิ่งนำเราค่ะ หน้าตาเขาเหล่านั้นจะมุ่งมั่นแม้เขาจะไม่รู้ตัวก็ตามที และก้าววิ่งที่เหมือนจะสะเปะสะปะแต่วิ่งเร็วกว่าเรานั้น ได้รับความนับถือไปเต็มๆค่ะ แค่นี้ก็ทำให้เราสับขาปั่บๆเข้าเส้นชัยได้เร็วขึ้นแล้วค่ะ

เหตุผลข้อที่ 9 คือ การวิ่งเพื่อการกุศล

นักวิ่งบางคนพบว่าการที่ได้สวมรองเท้าออกไปวิ่งเพื่อการกุศลนั้นเป็นรางวัลย้อนกลับมาจากการลงทุนฝึกวิ่งของตนเอง การวิ่งเพื่อการกุศลนั้นมีมูลค่ามากเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ต่อปีในอเมริกาเลยทีเดียว และงานวิ่งผลัดของสมาคมมะเร็งอเมริกางานเดียว สามารถรวบรวมเงินได้ถึง 4 ร้อยล้านดอลลาร์

บางครั้งแค่ลงสมัครงานแข่งเพื่อการกุศล โดยไม่ต้องสนใจว่าจะต้องเอาชนะใคร ก็มีความสุขแล้วนะคะ บางทีลงสมัครไว้แล้วไม่สามารถไปได้ ก็สบายใจได้อีกเช่นกัน เพราะเราได้บริจาคเงินบางส่วนให้กับผู้ที่ต้องการไปแล้วเช่นกัน ความอิ่มเอิบใจที่ได้เป็นของแถมจากสุขภาพที่ดีขึ้นนะคะ

เหตุผลข้อที่ 10 คือ การวิ่งเพื่อการทานอาหารได้มากขึ้น
จริงๆนักวิ่งระยะยาวนั้นไม่สามารถทานอะไรตามที่ต้องการได้นะคะ แต่ที่นักวิ่งระยะยาวส่วนใหญ่ตัวบาง เพราะพวกเขาดูว่าเขาทานอะไรได้บ้างต่างหากค่ะ และด้วยการฝึกที่สม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน ทำให้เพื่อนๆสามารถยอมตามใจตัวเองได้นานๆครั้งที่จะทานอาหารที่อุดมด้วยแคลอรี่ได้อย่างอิสระจากความรู้สึกผิดหรือกลัวมากว่าจะมีผลกระทบต่อเอว สะโพก และต้นขาค่ะ สบายใจกว่ากันเยอะค่ะ

1 สารพัดเหตุผล ของคนที่วิ่งออกกำลังกาย - ตอนที่ 8

เหตุผลสุดท้ายที่จะกล่าวถึง และเป็นเหตุผลข้อที่ 11 คือ การวิ่งเพื่อความสนุกค่ะ

ในขณะที่เรากำลังพูดคุยกันถึงเหตุผลดีๆทั้งหมดสำหรับนักวิ่งที่จะเริ่มโปรแกรมฝึกวิ่ง อย่าลืมปัจจัยที่สำคัญที่สุด 2 ปัจจัยที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าเพื่อนๆจะยังฝึกวิ่งอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอนะคะ ปัจจัยนั้นก็คือ
1. ความสนุก
2. ผลของการฝึก

นักวิ่งหลายคนมักลืม หรือไม่เข้าใจว่าการวิ่งนั้น “ต้องสนุก” ถ้าไม่สนุกแล้ว เพื่อนๆก็จะเลิกล้มความตั้งใจได้ง่ายมากค่ะ
“มันจะต้องสนุกนะ” ด็อกเตอร์ฟรายส์ที่ทำการศึกษาว่านักวิ่งยังคงมีความกระตือรือร้นต่อการวิ่งระยะยาวได้อย่างไร โดยติดตามดูเป็นระยะเวลานานถึง 40 ปี
“ความสนุกควรจะมีต่อไปถึงเย็นนั้นหรือวันต่อไปหลังวิ่ง เพื่อนๆต้องเพลิดเพลินกับการวิ่ง ถ้าเพื่อนๆต้องการออกกำลังด้วยเครื่องครอสเทรนเนอร์ หรืออย่างอื่นนอกเหนือจากการวิ่ง ก็ไปทำได้เลยถ้ามันสนุกสำหรับเพื่อนๆ การวิ่งไม่ควรเป็นโปรแกรมออกกำลังกายที่ทำให้ตัวเพื่อนๆเองรู้สึกเจ็บปวดและแย่เลย”

ดังนั้น เพื่อนๆจะทำอย่างไรให้การวิ่งยังคงสนุกอยู่ มาดู 10 ข้อต่อไปเลยค่ะ
1. วิ่งกับเพื่อน วิ่งความเร็วเท่าๆกัน พอคุยกันได้ เพลินๆ แป๊บเดียวก็ 5 กิโลเมตรแล้วค่ะ
2. เข้าร่วมชมรมวิ่ง รับรองว่าสนุกกับเพื่อนใหม่ กิจกรรมใหม่ๆที่ได้ทำร่วมกันแล้วค่ะ
3. จัดโปรแกรมการฝึกให้หลากหลาย วิ่งบ้าง เวทบ้าง ยืดบ้าง จะได้ไม่เบื่อง่ายนะคะ
4. สลับตารางการฝึก ฝึกวิ่งสั้นบ้าง เร็วบ้าง วิ่งเร่งบ้าง ผ่อนบ้างค่ะ ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวหลายๆแบบ จะได้ไม่ล้า และสนุกได้นานค่ะ
5. เปลี่ยนชนิดกีฬา เช่น ขี่จักรยาน หรือว่ายน้ำ ถ้าเพื่อนๆมีความจำเป็นต้องหยุดพักการวิ่งค่ะ
6. เลือกเป้าหมายของการแข่งขันในแบบที่เพื่อนๆอยากทำค่ะ และฝึกฝนตัวเองเพื่อเป้าหมายนั้น
7. เป็นอาสาสมัครในการจัดการแข่งขันขนาดเล็ก จะได้เห็นมุมมองของคนที่ไม่ได้วิ่ง ในงานวิ่งบ้างค่ะ
8. เป็นอาสาสมัครในการฝึกวิ่งเด็กเล็ก เด็กประถม หรือเด็กมัธยม จะได้สนุกกับการให้นะคะ
9. จดบันทึกข้อมูลการวิ่งของตนเอง เพื่อดูความก้าวหน้าของการฝึก จะได้กำลังใจอีกกองใหญ่ๆค่ะ
10. ที่สำคัญที่สุด ควรจัดให้ปริมาณการฝึก และความหนักของการฝึกนั้นสามารถควบคุมได้ ไม่หนักจนเกินไปจนเพื่อนๆไม่มีเวลาพักที่เพียงพอ จนทำให้ร่างกายบาดเจ็บ และเกิดความเครียดว่าเพื่อนๆทำไม่ได้ตามโปรแกรมที่ตั้งใจไว้นะคะ

ในท้ายที่สุดนี้ สิ่งที่ควบคู่ไปกับความสนุกด้วยกันคือโปรแกรมการวิ่งที่จะต้องนำไปสู่การพัฒนาทางกายและใจที่ดีขึ้นนะคะ เมื่อเพื่อนๆบันทึกผลของการฝึกวิ่งเป็นประจำ ณ จุดใดจุดหนึ่ง เพื่อนๆต้องพบว่าตัวเพื่อนๆเองฟิตขึ้น เร็วขึ้น แข็งแรงขึ้น ดีดตัวได้ดีขึ้น ผอมลง สุขภาพดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้น ซึ่งหวังว่าผลที่ได้นั้นจะเป็นช่วงเวลาไม่นานนี้นะคะ

ในระยะยาว การวิ่งจะเป็นส่วนผสมของความสนุกและผลของการฝึกที่จะรักษาแรงจูงใจจากอุปสรรคทั้งหลายที่มาทำให้เพื่อนๆหดหู่จนไม่อยากจะออกไปวิ่ง ไม่ว่าจะเป็น ความขี้เกียจ โดนนายด่า ทะเลาะกับแฟน คุณก็ยังจะออกไปวิ่งอยู่ดี เมื่อคุณบรรลุเป้าหมายและคุณรู้สึก “ว้าว” กับผลของมัน เมื่อนั้นจะเป็นโอกาสดีที่จะนำมาเป็นแรงจูงใจให้เพื่อนๆก้าวข้างหน้าได้เรื่อยๆค่ะ

สุดท้ายนี้ คำแนะนำสำหรับมือใหม่ค่ะ เพื่อนๆควรใช้แรงจูงใจเพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการฝึกวิ่งนะคะ แต่อย่ายึดติดกับมันมากนัก นักวิ่งหลายคนพยายามเริ่มอย่างก้าวกระโดดในโปรแกรมการฝึกที่หนักเกินไป ลดอาหารมากเกินไป หรือซื้ออุปกรณ์ราคาแพง ใจเย็นๆนะคะ สมรรถภาพทางกายนั้นเป็นเรื่องของวิถีการดำเนินชีวิต ไม่ใช่สูตรสำเร็จของอาหารเสริม เราควรค่อยๆผสมผสานการวิ่งให้เข้ากับตารางการดำเนินชีวิตปกติของเพื่อนๆเอง เหมือนกับว่าเพื่อนๆตื่นมาแล้วต้องลืมตานั่นแหละค่ะ

วิธีที่ดีที่สุดที่เพื่อนๆจะยังคงมีแรงจูงใจในระยะยาวได้คือการฝึกอย่างสม่ำเสมอจนสำเร็จ อย่าเผาผลาญแรงจูงใจของตนเองไปในการทุ่มเทแรงกายและใจจนหมดสูบในครั้งเดียว ซึ่งเหมือนกับจรวดที่ระเบิดบึ้มทีเดียวเพื่อมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์นะคะ ระวังนะคะ … จะไม่มีแรงกลับมาสู่โลกอีก

จบแล้วล่ะค่ะ สำหรับแรงจูงใจในการออกไปวิ่งของนักวิ่ง ลองเลือกสักอย่างมาเป็นเข็มทิศนำตนเองนะคะ

ขอให้เพื่อนนักวิ่งค้นพบแรงจูงใจในการเริ่มต้นวิ่งได้หลายๆข้อนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: