รองเท้าวิ่งคู่เท้า

อุปกรณ์หนึ่งที่สำคัญมาก หรือจะเรียกว่ามากที่สุดก็ได้นะคะ คือรองเท้าวิ่งค่ะ

มีรองเท้ามากถึง 50 ล้านคู่ที่ถูกขายออกไปในปี 2013 ที่อเมริกา แถมยังมียี่ห้อรองเท้ามากกว่า 20 ยี่ห้อ มีรุ่นรองเท้ามากกว่า 100 รุ่นเชียวนะคะ แล้วเพื่อนๆจะเลือกรองเท้าวิ่งที่เหมาะกับเพื่อนๆได้อย่างไร

นักวิ่งส่วนใหญ่จะเลือกรองเท้าให้ได้ตามขนาดเท้าของตน ถ้าใส่แล้วรู้สึกดี พวกเขาก็จะซื้อมัน โชคร้ายหน่อยนะคะ ที่ความพอดีของเท้านั้นไม่ได้แปลว่ามันจะใช้งานได้ดีเสมอไป และก็ไม่ใช่ร้านค้าทุกร้านที่จะยอมให้คุณลองสวมใส่และออกมาวิ่งที่ข้างนอก ดังนั้นนักวิ่งจึงใช้การอ่านรีวิวออนไลน์ หรือจากนิตยสาร และเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองในการเลือกซื้อแทนค่ะ

และเมื่อเพื่อนๆได้รองเท้าที่เคยใส่สบายแล้ว เพื่อนๆยังคงต้องการที่จะยึดติดกับโครงสร้างของรองเท้ายี่ห้อเดิม รุ่นเดิม ที่เพื่อนๆซื้อครั้งสุดท้ายและชอบมันมาก และอาจจะรักสุดๆค่ะ แต่แล้วบริษัทผู้ผลิตอาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตรองเท้ารุ่นเดิมไปอย่างสิ้นเชิงในเวลาที่เพื่อนๆต้องการซื้อมันใหม่อีกสักครั้ง

ดังนั้นเราอาจต้องมีความรู้ในชนิดรองเท้าวิ่งแต่ละชนิด และเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะการวิ่งของเพื่อนๆเองนะคะ

เพื่อนๆต้องการใช้รองเท้ากี่คู่กันแน่?

“ถ้าคุณไม่ใช่นักวิ่งที่ไปร่วมงานแข่งจำนวนมาก ให้ใช้รองเท้า 2 คู่” เดนเกทแนะนำ “ด้วยวิธีนี้ ถ้าคุณต้องวิ่งท่ามกลางพายุในวันหนึ่ง คุณจะมีรองเท้าแห้งๆอีกคู่ให้คุณได้ใช้วิ่งในวันต่อไป”

ถ้าเพื่อนๆซื้อรองเท้าฝึกวิ่งไว้ 2 คู่ ให้สลับใช้ระหว่างสองคู่นี้ และใช้วิธีนี้ตลอดไปค่ะ เพื่อนๆควรซื้อรองเท้ายี่ห้อต่างกันใน 2 คู่นี้นะคะ รองเท้าต่างยี่ห้อกัน จะมีการออกแบบที่ต่างกันไป ทำให้เกิดการวางเท้าที่แตกต่างกันเล็กน้อยในการวิ่งแต่ละวัน ซึ่งนำไปสู่การทำงานของกล้ามเนื้อที่สมดุลกัน และลดแรงกระแทกที่เกิดขึ้นบริเวณเดิมซึ่งเป็นจุดอ่อนของการใช้รองเท้าคู่เดิมตลอดเวลาค่ะ

นักวิ่งที่มีความมุ่งมั่นมากขึ้นจะต้องการรองเท้าเพิ่มมากกว่านี้ เพื่อนๆจะต้องการรองเท้าฝึกวิ่งน้ำหนักเบา หรือรองเท้าวิ่งแข่งแบบแบนสำหรับวิ่งเทมโป การวิ่งซ้ำๆ และการวิ่งแบบฟาร์ตเลท

รองเท้าฝึกวิ่งน้ำหนักเบาเหมาะสำหรับคนที่มองหาการปกป้องเท้าเล็กๆน้อยๆ ส่วนรองเท้าวิ่งแข่งแบบแบนเหมาะสำหรับคนที่มองหาการวิ่งที่เร็วขึ้นอีกเล็กน้อย ถ้าเพื่อนๆชอบวิ่งตามทางที่ขรุขระ เช่น ทางวิ่งในป่า ให้ใช้รองเท้าสำหรับวิ่งบนทางขรุขระ ซึ่งจะมีดอกยางที่เกาะกับพื้นได้ดี ในขณะที่รองเท้าวิ่งแข่งแบบแบนจะเหมาะกับการวิ่งบนพื้นถนนธรรมดาค่ะ

พอทราบกันคร่าวๆแล้วนะคะ สำหรับประโยชน์ของรองเท้าวิ่งแต่ละแบบ และการมีรองเท้าวิ่ง 2 คู่นะคะ ต่อไปนี้ เรามาลงรายละเอียดในรองเท้าแต่ละชนิดกันค่ะ

4 อุปกรณ์แสนรักของนักวิ่ง - ตอนที่ 4

รองเท้าฝึกซ้อมวิ่ง

รองเท้าฝึกวิ่งก็คือรองเท้าวิ่งทั่วไปที่ขายอยู่ตามท้องตลาดแหละค่ะ มันเป็นรองเท้าที่เพื่อนๆจะใช้มากที่สุดในระยะทางที่วิ่งทั้งหมด มันคือรองเท้าที่แข็งแรงเพื่อป้องกันแรงกระแทกที่มากเมื่อเท้าของเพื่อนๆกระแทกลงบนพื้น ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงระยะการวิ่งกิโลเมตรหลังๆที่กล้ามเนื้อขาของเพื่อนๆอ่อนล้าเกินกว่าจะรับแรงกระแทกเหล่านั้นได้เองทั้งหมด

นักวิ่งบางคนชอบที่จะใส่รองเท้าฝึกซ้อมแบบเบาในระยะส่วนใหญ่ของการวิ่ง แต่ใช้ประโยชน์จากรองเท้าวิ่งที่หนักกว่าเพื่อการวิ่งช่วงฟื้นตัวค่ะ และอาจมีนักวิ่งบางคนที่มีการบาดเจ็บของร่างกาย และต้องระมัดระวังในเชิงชีวกลศาสตร์ของการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างจริงจัง จึงต้องใช้รองเท้าวิ่งที่หนักขึ้น และมั่นคงขึ้น ซึ่งจะช่วยได้มากค่ะ

จริงๆแล้ว การฝึกซ้อมวิ่งด้วยรองเท้าที่เบาที่สุดน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดนะคะ และเพื่อนๆควรจะรู้สึกสบายกับมัน หากเป็นเช่นนั้น ก็ไม่มีเหตุผลใดที่เพื่อนๆจะต้องพกพารองเท้าเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากนี้ค่ะ

รองเท้าแบบมินิมัลลิสต์

แฟชั่นการใช้อุปกรณ์การวิ่งที่น้อยชิ้นที่สุดนั้นเป็นที่ได้รับการพูดถึงมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่จริงๆแล้วได้มีการพูดถึงในวงการกีฬามาก่อนหน้านี้แล้ว คือในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อรองเท้าวิ่งน้ำหนักเบาที่ทำจากยางและคลุมด้วยผ้าด้านบนได้ถูกปล่อยออกมาในตลาดเป็นครั้งแรกนั้น จึงถูกเรียกว่า รองเท้ามินิมัลลิสต์

รองเท้ามินิมัลลิสต์ในปัจจุบันมีน้ำหนักเบา มีความแตกต่างกันที่ความสูงระหว่างส้นเท้าและปลายเท้าน้อยลง และมีความกว้างบริเวณนิ้วเท้ามากขึ้น ผู้ให้การสนับสนุนได้อ้างว่ารองเท้าชนิดนี้ทำให้มีช่วงการก้าวขาวิ่งเป็นธรรมชาติมากกว่าชนิดอื่นค่ะ

รองเท้ามินิมัลลิสต์จะช่วยทำให้เท้าของคุณ อยู่ใกล้กับพื้นมากที่สุด ด้วยวิธีนี้คุณจะรู้สึกได้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นที่เท้าของคุณ คุณต้องการอะไรบางอย่างจริงๆ ที่ไม่ต้องมีวัสดุโฟมหรือตัวรองรับใดๆที่ฝ่าเท้า นอกจากให้มันเป็นแค่ของบางอย่างที่ผูกไว้กับที่เท้าของคุณ และปกป้องเท้าคุณจากสิ่งสกปรกต่างๆได้
4 อุปกรณ์แสนรักของนักวิ่ง - ตอนที่ 5
รองเท้าวิ่งในป่า

ด้วยจำนวนนักวิ่งในป่ามากถึง 6 ล้านคนในอเมริกา ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่มีผู้ผลิตรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งในภูมิประเทศที่สูงชันแบบภูเขาออกมาค่ะ  รองเท้าวิ่งในป่าจะมีพื้นรองเท้าลึกกว่า และมีรูปแบบดอกยางที่มากกว่า พวกมันถูกสร้างให้รับแรงดึงยืดได้ดีค่ะ

การวิ่งในป่าต่างจากการวิ่งบนพื้นถนนเรียบๆธรรมดา เพราะพื้นนั้นไม่เรียบ ขนุขระ มีทั้งก้อนหิน รากไม้ พื้นดินที่แข็ง หรือแฉะ บางครั้งเป็นโคลน บางช่วงมีน้ำขัง จึงทำให้การวางเท้าบนพื้นผิวเหล่านี้ไม่แน่นอนในทุกย่างก้าว กล้ามเนื้อฝ่าเท้าของเพื่อนๆต้องทำงานหนัก เพื่อปรับฝ่าเท้าให้เข้ากับพื้นผิวที่ไม่เรียบ เป็นตะปุ่มตะป่ำอยู่เสมอ หากวางเท้าไม่ดี มีโอกาสที่จะเกิดข้อเท้าแพลงได้ ดังนั้นสิ่งแรกที่เพื่อนๆต้องการคือทำยังไงก็ได้ให้เท้าวางอยู่บนรองเท้าขณะวิ่งได้ รองเท้าที่เพื่อนๆต้องการจึงควรเป็นรองเท้าที่มีพื้นค่อนข้างแข็ง แต่ยังแนบสนิทกับฝ่าเท้าได้ดี เปิดโอกาสให้ฝ่าเท้าได้รับรู้การสัมผัสกับพื้นผิวบ้าง แต่ก็ต้องแข็งแรงพอจะกันความแหลมของหิน หรือไม้แหลมได้ รองเท้าควรกระชับรับกับรูปเท้า กระชับถึงข้อเท้าได้ยิ่งดี เพื่อป้องกันการพลิกแพลง มีแผ่นกันกระแทกที่บริเวณปลายเท้าเพื่อป้องกันปลายเท้าไปเตะโดนของแข็งได้ และภายใต้เงื่อนไขทั้งหมดนี้คือ ต้องน้ำหนักเบาค่ะ

ลักษณะเด่นอย่างอื่นที่เพิ่มเข้ามาคือผ้าหุ้มรองเท้าที่กันน้ำ (นึกถึงตอนวิ่งในโคลนดูสิคะ) แผ่นรองเท้าเพื่อรองรับแรงกระแทกขณะวิ่งบนหินแหลมหรือรากไม้ และควรเป็นแบบแบนที่แนบสนิทกับฝ่าเท้าได้ดีค่ะ

เมื่อเราได้รู้จักรองเท้าพื้นฐาน 2 ชนิดแล้ว ก็เลือกซื้อหามาใช้กันตามสบายนะคะ คู่ไหนใส่สบาย ทำให้เราวิ่งดี ไม่บาดเจ็บเพิ่มเติมก็เป็นอันใช้ได้แล้วค่ะ

4 อุปกรณ์แสนรักของนักวิ่ง - ตอนที่ 5

รองเท้าสำหรับแข่ง

รองเท้าสำหรับแข่งควรมีน้ำหนักเบามากๆค่ะ บางรุ่นได้ลงทะเบียนไว้ว่าหนัก 80 – 110 กรัมต่อคู่ เมื่อเทียบกับรองเท้าฝึกวิ่งโดยทั่วไป ที่หนัก 280 – 420 กรัม รองเท้าสำหรับแข่งควรใส่พอดีเท้าและมีแผ่นรองเท้า วัสดุทั้งหมดถูกสร้างมาเพื่อความเร็ว ประมาณได้ว่า เพื่อนๆจะวิ่งเร็วขึ้น 1 วินาทีต่อไมล์สำหรับทุกๆ 28 กรัมที่เพื่อนๆเอาออกไปจากรองเท้านั่นแหละค่ะ และมีการศึกษาปริมาณหนึ่งที่สรุปว่าการลดน้ำหนักรองเท้าลงได้ 113 กรัมสามารถทำเวลาในการวิ่งมาราธอนลดลงได้ถึง 3 นาทีค่ะ

รองเท้าที่มีปุ่มแหลม

รองเท้าที่มีปุ่มแหลมเป็นรองเท้าเฉพาะที่วิ่งในลู่วิ่งค่ะ พวกมันมีน้ำหนักเบา ไม่มีส้นเท้า และมีแผ่นปุ่มแหลมที่บริเวณปลายเท้า แผ่นปุ่มแหลมจะมีเข็มแหลม ซึ่งช่วยให้มีแรงยึดกับพื้นได้ดีค่ะ จำนวนเข็มอาจมีได้หลากหลาย น้อยตั้งแต่ 3 เข็ม จนมากถึง 8 เข็มค่ะ นักวิ่งระยะไกลมักชอบรองเท้าที่มีปุ่มแหลมที่ขนาดพอดี คือ 4 เข็ม และมีที่รองส้นเท้าค่ะ

นักวิ่งระยะสั้นมักหลีกเลี่ยงที่รองส้นเท้าและต้องการจำนวนเข็มมากกว่านั้น นักวิ่งทางไกลในทุกภูมิอากาศชอบจำนวนเข็มที่ไม่มากไปกว่า 3 ใน 16 ส่วน ของ 1 นิ้ว (4.76 มิลลิลิตร) สำหรับนักวิ่งครอสคันทรีชอบเข็มที่ยาวกว่านั้น ตั้งแต่ 3 ใน 8 ส่วนของ 1 นิ้ว จนถึง ครึ่งนิ้ว (9.52 มิลลิลิตร) ซึ่งจะถูกใช้บ่อยในการต่อสู้กับโคลน และหญ้าหนาๆค่ะ

รองเท้า 3 ชนิดหลังนี้อาจจะดูห่างไกลมือสมัครเล่นอย่างเราๆ แต่ใครจะรู้คะ สักวันเราอาจจริงจังจนต้องใช้มันก็ได้นะคะ

ขอให้เพื่อนๆนักวิ่งมือสมัครเล่นได้ใช้รองเท้าสำหรับมืออาชีพในสักวันหนึ่งนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: