อุปกรณ์สำหรับสภาพแวดล้อมเฉพาะ

เมื่อเพื่อนๆเลือกอุปกรณ์พื้นฐานได้เรียบร้อยแล้ว และหากเพื่อนๆใช้มันไปพักหนึ่ง ก็จะพบข้อจำกัดของอุปกรณ์ในการวิ่งบางสภาพแวดล้อมค่ะ ต่อไปเพื่อนๆคงมีโอกาสได้เพิ่มอุปกรณ์ทั้งชุดเพื่อให้เหมาะกับลักษณะการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงของเพื่อนๆเอง และตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมด้วยค่ะ โดยส่วนมากชุดที่เพื่อนๆเลือกใส่จะขึ้นอยู่กับ

1. สภาพอากาศในพื้นที่แห่งนั้น
2. ช่วงเวลาที่เพื่อนๆฝึกซ้อมในวันนั้น
3. ความเร็วของการวิ่งที่เพื่อนๆต้องการในวันนั้น

ดังนั้น เพื่อนๆจึงต้องมีอุปกรณ์สำหรับสภาพแวดล้อมเฉพาะนะคะ ซึ่งจะขอแบ่งพูดออกเป็น 4 หัวข้อนะคะ
1. การวิ่งในสภาพอากาศที่อบอุ่นถึงร้อน
2. การวิ่งกลางสายฝน
3. การวิ่งกลางหิมะและสภาพอากาศหนาวสุดขั้ว
4. การวิ่งในพื้นที่สูง

เรามาเริ่มที่หัวข้อแรกกันเลยค่ะ

การวิ่งในสภาพอากาศที่อบอุ่นถึงร้อน

การวิ่งในสภาพอากาศอุ่น เช่น ในบ้าน เรา ประเทศไทยนี่แหละค่ะ เพื่อนๆต้องมีเสื้อผ้าที่วัสดุสามารถดึงเหงื่อให้ระเหยจากร่างกายให้เร็วที่สุด เพื่อให้ตัวเพื่อนๆไม่เหนียวหนึบหนับเพราะเหงื่อ และหากเสื้อเพื่อนๆระบายเหงื่อได้ไม่ดี มันจะกลายเป็นตัวเก็บน้ำได้อย่างดี และมันจะหนักขึ้น จนเป็นอุปสรรคต่อการเร่งความเร็วของการวิ่งด้วยค่ะ

นอกจากนั้นเพื่อนๆยังต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันเพื่อนๆจากแสงแดด และช่วยป้องกันไม่ให้อยู่ในภาวะขาดน้ำจากการที่เหงื่อออกมากเกินไปค่ะ

รายการอุปกรณ์พื้นฐานประกอบด้วย

1. เสื้อทำจากโพลีเอสเตอร์
2. กางเกงขาสั้นแบบหลวม
3. หมวกที่มีปีกหมวก
4. แว่นกันแดด
5. ครีมกันแดด
6. ขวดน้ำแบบถือได้ หรือสายคาดเอวติดขวดน้ำได้

เพื่อนๆอาจออกไปวิ่งพร้อมกับที่คาดศีรษะที่มีปีกบังแดด แทนที่จะใช้หมวกธรรมดา และแม้เพื่อนๆจะได้ทาครีมกันแดดแล้วก็ตาม การที่มีผมเต็มศีรษะ จะทำให้เหงื่อระเหยออกได้ยากหากใช้หมวกแบบปิดทั้งศีรษะ ที่คาดศีรษะบางยี่ห้อมีคุณสมบัติซึมซับเหงื่อได้ดี จึงทำให้เหงื่อไม่ไหลลงมาเข้าตา หรืออยู่บนใบหน้าและทำให้เพื่อนๆต้องคอยปาดเหงื่อ และเชื่อเถอะค่ะ แค่ยกแขนปาดเหงื่อบางครั้งก็ทำให้เสียพลังงานมากนะคะ เพราะอาจทำให้ฟอร์มการวิ่งเพื่อนๆเสียไป มีผลทำให้ความเร็วลดลงได้ค่ะ เรื่องเล็กน้อยแต่ทำให้เกิดความเสียหายใหญ่ได้นะคะ

ถ้าเพื่อนๆไม่ต้องการถือขวดน้ำในมือ ลองใช้สายคาดเอวที่มีที่ใส่ขวดน้ำขนาด 10 ออนซ์ (283 กรัม) สัก 2 ขวดได้ สายคาดเอวเดี๋ยวนี้มีคุณสมบัติรัดกระชับได้ดี มีช่องใส่ของจุกจิกได้ด้วย แต่ระวัง อย่าใส่มากเกินไปนะคะ อาจทำให้เพื่อนๆตัวหนักขึ้นได้ค่ะ

เพื่อนๆควรเตรียมน้ำไปให้พอกับระยะการวิ่งของในวันนั้นนะคะ หากเป็นการแข่งขัน อาจไม่ต้องเตรียมมาก เพราะเราสามารถขอเติมได้ที่โต๊ะแจกน้ำในการแข่งขัน ที่มีให้ทุกระยะ 2 ถึง 2.5 กิโลเมตรค่ะ แต่หากกลัวเสียเวลาเติมก็ต้องเตรียมให้พอนะคะ ยิ่งอากาศร้อนอบอ้าวมากเท่าไร โอกาสที่เพื่อนๆจะเสียเหงื่อก็จะมีมากขึ้นเท่านั้นค่ะ และหากไม่ดื่มน้ำเข้าไปทดแทนมากพอ ร่างกายจะเกิดภาวะขาดน้ำได้ อาจวิ่งไม่จบตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้นะคะ

อีกหนึ่งหัวข้อที่เรานักวิ่งชาวไทยต้องได้ประสบพบเจอแน่นอนคือ

การวิ่งกลางสายฝน

การเลือกอุปกรณ์ที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ หากเป็นอากาศที่อุ่นหน่อย อาจใช้

1. หมวกที่มีปีกหมวก หมวกนี้จะช่วยกันไม่ให้น้ำฝนตกโดนใบหน้า และจะช่วยทำให้เพื่อนๆผ่อนคลายมากขึ้น ไม่ต้องคอยหยีตาหลบน้ำฝนค่ะ
2.เสื้อแจ็กเก็ต หรือเสื้อกั๊ก เพื่อนๆต้องใช้ตัวใดตัวหนึ่งแน่ๆค่ะ และต้องมีซิปทางด้านหน้าด้วยนะคะ เพราะเมื่อฝนหยุดตกแล้ว เพื่อนๆสามารถเลื่อนซิปลงได้ เพื่อให้ความร้อนได้ระเหยออกไป ให้ใช้ซิปเป็นเหมือนตัวปรับอุณหภูมิร่างกายค่ะ

ในที่อากาศเย็น เพื่อนๆอาจต้องเพิ่มอุปกรณ์บางตัว คือ

1. กางเกงรัดรูป หรือกางเกงขายาว ซึ่งควรมีแผ่นกันน้ำทางด้านหน้าของกางเกง กางเกงบางตัวจะไม่มีแผ่นกันน้ำที่ด้านหลัง มีแค่ด้านหน้าด้านเดียว เพื่อป้องกันเพื่อนๆจากฝนที่กระทบกับขา และความเปียกนี่ล่ะค่ะ ตัวดีของแรงต้านทานที่ทำให้วิ่งช้าลงได้เลยล่ะค่ะ
2. ถุงเท้าสำหรับวิ่งโดยเฉพาะ ควรใช้ตลอดเวลาที่วิ่งนะคะ เพราะถุงเท้าพวกนี้จะระบายเหงื่อดี ไม่หนาเกินไป กระชับรูปเท้า ไม่เกิดการเสียดสีค่ะ โดยเฉพาะเมื่อวิ่งท่ามกลางสายฝน ถุงเท้าผ้าฝ้ายถือเป็นสูตรสำเร็จของตุ่มน้ำที่เท้าเลยล่ะค่ะ ถุงเท้าแบบขนแกะเมอริโน่จะช่วยทำให้เท้าของเพื่อนๆอุ่นขึ้นได้ และยังปลอดกลิ่นด้วยค่ะ

เมื่อเลือกเครื่องแต่งกายที่ถูกต้องแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ทำให้การวิ่งท่ามกลางสายฝนของเพื่อนๆจะมีอุปสรรคได้เลยค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับอุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมเฉพาะสองอย่างแรก ค่อนข้างใกล้เคียงกับสภาะแวดล้อมในบ้านเรานะคะ หวังว่าเพื่อนนักวิ่งจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับตัวเองได้ค่ะ

4 อุปกรณ์แสนรักของนักวิ่ง - ตอนที่ 8

ตอนไปนี้จะพูดถึงการวิ่งในสภาพอากาศหนาวกันนะคะ อาจดูห่างไกลจากภูมิอากาศบ้านเรา แต่ก็ไม่แน่นะคะ เราเคยได้ไปวิ่งที่เชียงใหม่ในอุณหภูมิ 10 องศา ด้วยกางเกงขาสั้น เสื้อระบายเหงื่อดี และแจ็คเก็ตกันลมชั้นนอกสุด ยังแทบไม่ไหวเลย เพราะเตรียมชุดมาไม่ดีพอ เลยทำให้กว่าเหงื่อจะออก ก็วิ่งไป 5 กิโลกว่าแล้ว แถมหลังจากนั้น ยังต้องหนาวจากเหงื่อของตัวเองจากเสื้อที่เปียกด้วยล่ะค่ะ ทีนี้เรามาดูกันนะคะว่า จริงๆแล้วเราต้องเตรียมตัวกันอย่างไรบ้างค่ะ

การวิ่งกลางหิมะและสภาพอากาศหนาวสุดขั้ว

ความผิดพลาดหลักๆที่นักวิ่งชอบทำกันคือการแต่งตัวที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไปด้วยความไม่รู้แบบเรานี่แหละคะ สำหรับการวิ่งในหิมะหรือที่ที่อากาศเย็น ซึ่งจะจบลงด้วยร่างกายที่ร้อนเกินไป หรือเย็นเกินไปค่ะ จริงๆแล้วแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแค่ 3 ชั้นก็พอ เริ่มจากส่วนบนของร่างกายกันนะคะ

ชั้นที่ 1 เพื่อนๆต้องการเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ เช่น โพลีเอสเตอร์ ให้อยู่ติดแนบกับผิวหนัง เสื้อชั้นนี้ต้องมีคุณสมบัติระบายความชื้นจากร่างกายได้ดีค่ะ

ชั้นที่ 2 เสื้อชั้นนี้จะเป็นฉนวนให้กับเพื่อนๆ ควรมีความหนักมากกว่าเสื้อวิ่งแบบ Dri-FIT ทั่วไปเล็กน้อย ลองมองหาเสื้อแบบมีซิปครึ่งตัวทำจากเส้นใยสังเคราะห์ที่ยืดหยุ่น อย่างผ้าสแปนเด็กซ์ก็ช่วยได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

ชั้นที่ 3 เสื้อผ้าชั้นนอกสุดคือเสื้อแจ็คเก็ตที่สามารถกันลมได้ เป็นเหมือนเปลือกไว้หุ้มส่วนนอกสุดของร่างกาย ควรมีซิปที่ใต้แขนเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวปรับอุณหภูมิให้กับเพื่อนๆ ถ้าหนาวไปก็รูดซิปขึ้น ร้อนไปก็รูดซิปลงค่ะ

ส่วนเสื้อผ้า 3 ชั้นสำหรับลำตัวและขาส่วนล่าง จะเป็นดังนี้

ชั้นที่ 1 ชั้นใน สำหรับนักวิ่งชาย อย่าใช้ผ้าคอตต้อน แต่ควรเป็นแบบกันลมได้ แล้วเพื่อนๆจะรู้สึกขอบคุณมันค่ะ ส่วนผู้หญิง ไม่เฉพาะเจาะจงค่ะ

ชั้นที่ 2 กางเกงรัดรูป แบบทั่วไปที่ทำมาจากโพลีเอสเตอร์และผ้าสแปนเด็กซ์

ชั้นที่ 3 กางเกงวิ่ง เข้ารูป แต่ไม่รัดแน่นเหมือนกางเกงรัดรูปชั้นที่ 2 อาจใช้เหมือนกันได้ทั้งชั้นที่ 2 และ 3 ถ้าอากาศหนาวมากค่ะ

เพื่อนๆควรใช้หมวกนะคะ ถ้าทำมาจากขนแกะเมอริโนได้ยิ่งดี และต้องใช้ถุงมือด้วยนะคะ และถ้าเพื่อนๆวิ่งในสถานที่ที่หนาวมากจริงๆ อาจต้องการถุงมือแบบสี่นิ้วรวมกัน และแยกนิ้วโป้งออกต่างหาก หรือถ้าให้ดีกว่านี้ควรมีฉนวนภายในถุงมือเลยจะยิ่งดี ในสภาวะที่วิ่งบนพื้นหิมะ เพื่อนๆควรมองหารองเท้าที่เรียกว่า Hybrid trail shoes ซึ่งก็คือรองเท้าที่ใช้ทั้งวิ่งในทางที่ขรุขระได้ แต่ในคราวเดียวกันก็ยังคงสมรรถนะการวิ่งไว้ได้ เรียกว่ารองเท้ากลายพันธุ์ก็ได้ค่ะ และควรให้รองเท้าเป็นชนิด Gore-Tex อยู่ด้านบนของรองเท้า ซึ่งคุณสมบัตินี้จะช่วยให้มีการระเหยน้ำออกข้างนอกได้ และกันน้ำเข้าไปในตัว ซึ่งสุดท้ายแล้วจะทำให้เพื่อนๆรู้สึกอุ่นและแห้งค่ะ

การวิ่งในพื้นที่สูง

สิ่งหนึ่งที่เพื่อนๆจำเป็นต้องมีอย่างยิ่งยวดคือขวดน้ำ หรือเข็มขัดใส่ขวดน้ำ ที่ความสูงมากๆ เพื่อนๆจะขาดน้ำได้ง่ายมาก และน้ำก็ยิ่งหาได้ยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเพื่อนๆวิ่งที่ความสูงมากขึ้น เพราะน้ำมักจะไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอค่ะ

สรุปแล้ว อุปกรณ์การวิ่งในสภาพพื้นที่เฉพาะเหล่านี้ ไม่ใช่อุปกรณ์เสริมแต่อย่างใด แต่เป็นอุปกรณ์จำเป็นที่เพื่อนๆต้องเลือกให้ถูกต้องและเหมาะสมจริงๆ เพื่อป้องกันไมให้ร่างกายเพื่อนๆร้อนเกินไป หรือเย็นเกินไป ซึ่งผลเสียสุดท้ายก็คือ สมรรถภาพการวิ่งลดลง และอาจแย่ไปกว่านั้น เพื่อนๆอาจไม่สบายเป็นหวัดตามมาได้ค่ะ

ขอให้เพื่อนนักวิ่งทุกคน อยู่รอดปลอดภัย ทำลายสถิติได้อย่างที่ตั้งใจในทุกสถานการณ์นะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: