มันจะเป็นการแข่งขัน ต่อเมื่อเราบอกว่าเป็น

วันนี้มีนัดกับงานวิ่ง “SiamParagon Together Run 2016” ซึ่งชื่องานก็บอกชื่อสถานที่จัดอยู่แล้วค่ะ

จากการนอนเพียงแค่ 3 ชั่วโมง ทำให้งัวเงียไม่อยากตื่นจริงๆ แต่ก็ลุกขึ้นมาจนได้ วันนี้เลยดื่มกาแฟดำสักเล็กน้อยก่อนออกจากบ้าน อาหารว่างคือเต้าฮวยนมสด อิ่มอร่อยเข้าห้องน้ำเรียบร้อย ก็ออกเดินทางสู่สยามพารากอนค่ะ

ใครที่เคยมาพารากอน อาจรู้สึกแบบเราบ้างว่า มันเป็นห้างที่ใหญ่อยู่นะ แต่วันนี้ห้างนี้เล็กลงทันตา เพราะสถานที่จัดงานอยู่บริเวณทางรถวิ่งเข้าห้างเท่านั้นเอง พอมีนักวิ่งมายืนออกัน ก็ทำให้คับแคบไปถนัดตา

งานนี้ Shutterrunning เป็นผู้จัด จึงพอจะมั่นใจเรื่องเวลาการปล่อยตัว และเรื่องน้ำท่าที่เพียงพอต่อความต้องการ โต๊ะให้น้ำมีถึง 4 โต๊ะ ตั้งระยะเป๊ะทุก 2 โลนิดๆ มีถังขยะใบใหญ่ถึง 4 ใบ และตั้งห่างกัน ทำให้นักวิ่งไม่ต้องเบียดเสียดกัน แต่ก็ยังไม่วายเห็นแก้วน้ำทิ้งบนพื้นอย่างไม่มีระเบียบ อ้อนวอนเพื่อนนักวิ่งอย่าทิ้งบนพื้นเลยค่ะ เพราะเสี่ยงต่อเพื่อนๆคนอื่นวิ่งตามหลังมาเหยียบและลื่นล้มนะคะ ถือว่าช่วยๆกันค่ะ

งานนี้มีเงินรางวัลสำหรับ 50 ท่านแรก ของทั้งสองเพศ รวมแล้วกว่า 150,000 บาท อันตัวเราเองก็แอบหวังว่าจะพอสู้เค้าได้ แต่ดูจากระยะซ้อมล่าสุด กับเวลาซ้อม และสภาพร่างของตัวเอง ก็ได้แต่วางความหวังไว้ตรงไหนสักที่ และบอกตัวเองว่า ทำดีที่สุดก็พอ ขอ 10 กิโลเมตรนี้ภายใน 1 ชั่วโมงเท่านั้น แม้งานนี้จะชนงานจอมบึง แต่ก็เชื่อว่ายังมีนักวิ่งเก่งๆมารวมกันเยอะแน่ๆ และแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้น คงไม่ได้แค่วิ่งเร็วอย่างเดียว เพราะเขาคงต้องทุ่มเท สละแรงกายแรงใจฝึกซ้อมอย่างมีระเบียบวินัยนั่นเองล่ะค่ะ ที่ทำให้พวกเขาวิ่งกันได้เร็วๆทั้งนั้น แล้วก็ไม่แปลกใจค่ะ ที่เวลาของนักวิ่งที่ได้รางวัลชาย ไม่หลุด 40 นาที ส่วนผู้หญิงก็ไม่หลุด 55 นาทีค่ะ ขอตั้งเป็นเป้าหมายต่อไปค่ะ

วันนี้อากาศอบอ้าวค่ะ ดูจากแอพความชื้นมากถึง 84% ไม่มีลมพัดเลย ทำให้วิ่งไปไม่นานเหงื่อก็ออกมาเป็นถังๆ เริ่มวิ่งออกจากพารากอนตอนตีห้าครึ่ง วิ่งวนซ้ายไปทางสามย่าน เข้าพระราม 4 มุ่งหน้าศูนย์สิริกิติ์ วิ่งชนแยกอโศก เลี้ยวซ้ายวนกลับเข้าสุขุมวิท เข้าเส้นชัยที่พารากอนอีกครั้ง เนื่องจากเป็นการวิ่งในเมือง ทำให้ต้องปล่อยตัวเร็ว แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เมื่อวิ่งกลับเข้าเส้นสุขุมวิทแรกๆ ก็เริ่มเห็นการจราจรที่คับคั่งขึ้น มีการกั้นนักวิ่งเป็นระยะๆ ซึ่งเราก็เข้าใจ คิดแต่ว่าอยากจะรีบวิ่งเข้าเส้น ก่อนที่จะโดนรถชน เราเองก็เกรงใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนนะคะ เวลาถึงแยกเลยต้องจ้ำอ้าวกันน่าดูค่ะ

พอใส่แรงเข้าไปมากพอจะวิ่งถึง 10 กิโลเมตร แล้วเจอระยะเกินมา 1 กิโลเมตร ร่างกายเริ่มงงว่า ทำไมยังไม่ถึงสักที ด้วยว่าวันนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่ใส่นาฬิกาจับเวลาและระยะทาง เพราะต้องการดูสัญญาณจากร่างกาย และใช้ใจให้มากขึ้น น่าแปลกที่ร่างกายจำได้ว่าถึงระยะ 10 กิโลเมตรแล้ว แต่ทำไมยังไม่ถึงเส้นชัย วันนี้ตั้งใจวิ่งเร็วหน่อย ใช้ลมหายใจเป็นหลัก ขายังไม่ล้า แต่หัวใจล้าแล้ว ตอนเข้าเส้นชัยจึงมะล่อกมะแล่กมากค่ะ

จบการวิ่ง 11 กิโลเมตรที่เวลา 1:02:26 ชั่วโมง ด้วย Pace 5.40 นาทีต่อกิโลเมตรค่ะ เร็วกว่าที่คิดมากมาย ได้อันดับที่ 88 จากนักวิ่งหญิง 611 คน ถือว่าไม่เลวเลย แสดงว่าร่างกายไม่เคยโกหกเราจริงๆ ค่ะ ถ้าเราบอกร่างกายว่าเป็นการแข่งขัน ร่างกายก็จะสามารถใช้สมรรถนะเท่าที่ซ้อมมาให้เราได้อย่างเต็มที่ ขอแค่อย่ายอมแพ้ไปซะก่อน พยายามทำในสิ่งที่เพื่อนๆต้องการทำอย่างเต็มที่สุดความสามารถ อะไรที่เพื่อนๆทำด้วยความรักและแรงบันดาลใจ ไม่มีวันที่เพื่อนๆจะเดินไปผิดทาง จงมุ่งมั่น แล้วลุยไปข้างหน้าเต็มกำลัง ผลลัพธ์มักทำให้ชุมชื่นหัวใจได้เสมอค่ะ

ขอให้เพื่อนๆได้วิ่งแข่งตามความสามารถของตัวเองและรับผลลัพธ์เป็นความสุขกันทุกคนนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: