ชวนเพื่อนวิ่งแล้วเพื่อนจริงจัง จะมีอะไรดีไปกว่านี้

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านได้ ได้พยายามชักชวนใครหลายๆคนที่รู้จัก ให้มาวิ่งออกกำลังกายกัน เนื่องจากเราได้หลงรักการวิ่งไปแล้วโดยปริยาย แต่ผลคือการถูกปฏิเสธหลายครั้งหลายครา แต่เราก็ไม่ย่อท้อนะคะเพราะคิดว่า การได้ชักชวนใครสักคนมาออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องนั้น เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ไม่ใช่เพื่อการลดความอ้วนเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงยั่งยืนไปจนวัยแก่เฒ่า เรามองว่าการแก่ตัวลงอย่างมีคุณภาพ และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นเรื่องที่สามารถเตรียมตัวได้อย่างชาญฉลาด จะได้ไม่ต้องเปลืองเงิน เปลืองเวลาไปหาหมอ เพราะภูมิต้านทานเราจะดี ป่วยยาก และเมื่อแก่มากๆก็จะเดินเหินได้ เพราะขาแข็งแรง ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลานหรือคนใกล้ตัว แค่ใช้การวิ่งที่ทำได้ง่าย ทุกคนวิ่งได้อยู่แล้ว เหลือแค่ใช้ความตั้งใจและแรงกระตุ้นที่ดีเท่านั้น และเมื่อทำอย่างต่อเนื่องไปได้ประมาณ 3 เดือนก็จะสบายแล้ว เพราะร่างกายเคยชิน และอยู่ตัวแล้วที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนๆจะอัพเกรดตัวเองให้เก่งเพิ่มขึ้นอีกในทางไหน

หลังจากที่เพียรพยายามชวนน้องไผ่ให้มาวิ่งอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดน้องก็ยอม คงเห็นว่าตอนนั้น เราวิ่งมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ไปร่วมงานวิ่งเป็นประจำ และเพื่อนรุ่นเดียวกันก็ไปวิ่งด้วยกัน พอหลายๆคนชวน น้องไผ่ถึงสนใจขึ้นมา และมีเพื่อนไปวิ่งด้วยกัน จำได้ว่า งานแรกอยากจะไปวิ่งเป็นเพื่อนน้อง แต่เราลงวิ่ง 10 กิโลเมตรไว้ ส่วนน้องลงวิ่ง 5 กิโลเมตร และมีเพื่อนของน้องไผ่ไปวิ่งและเดินเป็นเพื่อนแล้ว น้องไผ่เลยไล่เราให้ไปวิ่งตามแบบของเรา และในงานนั้นได้ทราบจากน้องไผ่ทีหลังว่า ประทับใจตอนเราวิ่งกลับตัวมาแล้ว สวนกับน้องไผ่ ที่กำลังจะหมดแรง หมดกำลังใจ เลยได้กำลังใจ และเป็นแรงบันดาลใจให้น้องได้ ได้ยินแค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว อย่างน้อยน้องได้เริ่มต้น ก็ถือว่าได้ก้าวเดินไปข้างหน้าแล้ว ที่เหลือคือคอยกระตุ้นให้น้องเดินไปข้างหน้าให้ไกลที่สุด และปลอดภัยที่สุดค่ะ

น้องไผ่ไม่ได้มีเป้าหมายในการลดความอ้วน น้องอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทำอะไรได้คล่องตัวขึ้น เหนื่อยน้อยลง กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น และน้องก็ทำได้ผลตามนั้น โดยที่ไม่ได้ควบคุมการรับประทานอาหาร แต่เห็นความตั้งใจของน้องในช่วงแรก ตามปกติที่น้องจะบ่นว่าไปวิ่งที่สวนมา เหนื่อยมาก ร้อนมาก เราก็คอยให้กำลังใจไปว่าให้เริ่มจากวิ่งระยะทางน้อยๆ ค่อยๆเพิ่มระยะทาง และเวลาวิ่ง เช่น เริ่มจาก 2 กิโลเมตร เป็น 3 เป็น 4 เป็น 5 โดยให้สัมพันธ์กับเวลาที่ใช้ เช่น อาจใช้เวลาเท่าเดิม แต่ได้ระยะทางมากขึ้น หรือจะใช้เวลามากขึ้นพร้อมระยะเวลาที่มากขึ้นก็ได้ ยังไงก็ได้ ไม่ว่ากัน แต่ขอให้ดูร่างกายเป็นหลัก ว่าวิ่งได้เท่าไรก็เท่านั้น มีเป็นบางช่วงที่น้องอยากเร่ง และสุดท้ายก็เจ็บไปตามระเบียบ ต้องหยุดวิ่งเป็นช่วงๆ เราก็คอยลุ้นคอยให้กำลังใจน้องไปเรื่อยๆ คอยชวนน้องไปงานวิ่งด้วยกัน จนช่วงหลังๆ กลายเป็นน้องที่มาชวนเราไปงานวิ่งซะเอง น้องมีความสามารถในการอัพเดทงานวิ่งมาก บางทีเราก็มาช่วยกันหารูปงานวิ่งที่ไปด้วยกัน

เวลาผ่านไปประมาณ 1 ปี น้องไผ่ยังคงวิ่งอย่างต่อเนื่อง และเห็นแล้วว่าทุกวันนี้น้องสามารถวิ่งต่อเนื่องได้ 4 – 5 กิโลเมตรได้อย่างสบายๆ น้องสามารถไปร่วมงานวิ่ง Fat Run แล้วเกือบติดอันดับได้ถ้วยซะด้วย และที่สำคัญกว่านั้น น้องดูมีความสุขที่ได้วิ่ง และได้ไปร่วมงานวิ่ง จะมีอะไรที่ดีไปกว่านี้อีกคะ เราเองไม่ได้ประโยชน์จากการวิ่งของน้องเลย นอกจากความอิ่มใจและชื่นใจ แต่คิดว่าน้องคงได้อะไรๆจากการวิ่งมากเกินกว่าที่น้องคิดไว้

ภาพที่ลงนี้เป็นภาพแรกในประวัติศาสตร์ที่เราได้วิ่งพร้อมน้องไผ่ เพราะว่าเราเองเจ็บเข่า วิ่งมากไม่ได้ งานนี้มีระยะแค่ 5 กิโลเมตร เลยวิ่งไปสลับเดินไปด้วยกันตามอาการเจ็บเรา งานนี้เลยตั้งใจว่า เราจะต้องมีภาพวิ่งคู่กันสักที และแล้วก็ได้ภาพสวยสมใจ ขอบคุณภาพวิ่งจาก Runlunlafoto ค่ะ

ขอให้เพื่อนนักวิ่ง ชวนเพื่อนๆมาวิ่งด้วยกันเยอะๆนะคะ

20 Mar 17

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: