อย่ากลัวที่จะวิ่งไม่เร็ว กลัววิ่งไม่จบและเจ็บดีกว่า

วันนี้มีนัดกับงานนกขมิ้นวิ่งในสวน ครั้งที่ 2 จัดโดยมูลนิธิบ้านนกขมิ้น งานจัดที่สวนรถไฟ ใกล้บ้านเรา จริงๆวันนี้ต้องไปต่างจังหวัด แต่ไม่ต้องไปกะทันหัน เลยรีบหันมาหางานวิ่งทันที เราเล็งงานนี้ไว้แต่แรกแล้ว เหตุผลแรกคือเหรียญสวย เป็นรูปนก คนชอบนกอย่างเราก็ไม่อยากพลาด เลยสมัครทิ้งไว้ 10 กิโลเมตร แต่ยังไม่ได้โอนเงิน เมื่อโทรสอบถามวันก่อนหน้างานวิ่ง 2 วัน คนยังไม่เต็ม เลยรีบโอนเงิน พร้อมไปรับเสื้อวันก่อนหน้า และขอเปลี่ยนระยะเป็น 5 กิโลเมตร

ที่ต้องขอเปลี่ยนระยะเพราะว่าเพิ่งหายเจ็บขามา หยุดพักไปร่วมเดือน เริ่มวิ่งใหม่สัปดาห์ที่ 2 เอง ขายังล้าๆเพลียๆกับระยะวิ่ง 5 กิโลเมตรอยู่เลย เลยยอมลดระยะลงด้วยความเต็มใจ กลัวจะเจ็บแล้วไม่ได้วิ่งอีก อย่างนั้นมันชอกช้ำใจ และบีบหัวใจมาก ใครเคยก็คงจะรู้ดี งานนี้เลยขอแค่วิ่งตะมุตะมิ แล้วเอาเหรียญน่ารักๆกลับบ้านดีกว่า

งานนี้เป็นงานที่ 2 ที่ลงระยะ 5 กิโลเมตร งานแรกคืองานวิ่งแรกในชีวิต ความรู้สึกแตกต่างโดยสิ้นเชิง งานแรกวิ่งจะไม่จบ เพราะเหนื่อยและร้อนมาก งานนี้วิ่งสบายๆไม่เหนื่อย ขาล้าเล็กน้อย และข้อดีอีกอย่างที่กลับมาลงงานวิ่งระยะ 5 กิโลเมตรคือ เราได้อยู่ในกลุ่มคนที่เดินหรือวิ่งช้า เรียกว่าอบอุ่นมาก เพื่อนเยอะมากๆ คงเพราะเราไปยืนอยู่ท้ายๆแถวตอนเค้าปล่อยตัว 5 กิโลเมตรด้วยมั้ง เลยเป็นการเดินออกจากจุดสตาร์ทเป็นส่วนใหญ่ ได้เห็น Pacer ความเร็วเดินด้วยนะคะ น่ารักดีค่ะ

มูลนิธิบ้านนกขมิ้นจัดงานได้ดี เจ้าหน้าที่น่ารัก ระบบลงทะเบียนออนไลน์ค่อนข้างแม่น ไปเอาเสื้อจึงรวดเร็ว บรรยากาศในงาน แม้จะเล็กๆง่ายๆ แต่เป็นกันเอง และรู้ใจนักวิ่ง น้ำท่าพอเพียง ข้าวไก่กระเทียม อร่อยมาก ให้น้อยไปหน่อย คืออร่อยเลยอยากทานเยอะ แต่ก็ไม่ได้ไปเอาเพิ่ม เก็บให้เพื่อนคนหลังๆได้ทาน นอกจากนั้น อาหารยังมีกล้วย และขนมปังให้เลือกอีก 3 อย่าง ระบบฝากกระเป๋ามึนๆนิดหนึ่ง  ต้องเดินเข้าไปช่วยหากระเป๋าตัวเอง แต่งานเล็กๆจัดรวมๆได้อย่างนี้ นักวิ่งอย่างเราก็พอใจแล้ว

งานนี้ต้องวิ่งรอบสวนรถไฟ 2 รอบ ใช้เวลาไป 35.07 นาที ได้ระยะ 5.77 กิโลเมตรค่ะ ความเร็วเฉลี่ยจึงอยู่ที่ 6.04 นาทีต่อกิโลเมตร ค่อนข้างเร็วไปจากที่ตั้งไว้ประมาณ 6.30 นาทีต่อกิโลเมตร ที่อยากวิ่งช้า เพื่อจะได้วิ่งช้าให้เป็น ถ้าชอบเร่งในตอนที่ไม่พร้อม มันก็จะเจ็บกลับมาเรื่อยๆ แต่ยังดีที่วันนี้ไม่มีอาการเจ็บอะไร นอกจากร้อนอบอ้าว เหงื่อออกเป็นถัง ความชื้นอยู่ที่ 87% ค่ะ เรียกว่าหยุดวิ่งแล้วยืดกล้ามเนื้อ เหงื่อออกมาผ้า 1 ผืนไม่พอเช็ดละค่ะ 

จบไปอีกงานแบบเซฟๆค่ะ เราควรได้ฝึกสมองให้วิ่งแบบเซฟๆกันบ้างนะคะ นักวิ่งทุกคนอยากวิ่งเร็ว ทำเวลาได้ดีทั้งนั้นแหละค่ะ แต่บางทีก็ต้องย้อนถามตัวเองเหมือนกันว่า เวลาสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ อะไรคือความสุขจากการวิ่งของแต่ละคน คือเวลาที่เร็วขึ้นจริงหรือเปล่า? หรือแค่ “ได้วิ่งแบบไม่เจ็บ” ดีล่ะคะ? สำหรับเราในวันนี้ขอตอบอย่างหลังก่อนนะคะ แต่ถ้าจะให้ดีไปกว่านั้น พวกเราเหล่านักวิ่งคงมีความสุขมากขึ้นอีก ถ้า “ได้วิ่งเร็วขึ้นแบบไม่เจ็บ” กันใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่า เราต้องมีการฝึกฝนร่างกายอย่างมีระเบียบแบบแผน และมีวินัยนั่นเองค่ะ 

ขอให้เพื่อนนักวิ่งอย่ากลัวที่จะวิ่งไม่เร็วกันนะคะ แต่กลัวที่จะวิ่งไม่จบเกม เพราะเจ็บซะก่อนดีกว่าค่ะ

30 Apr 17

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: