ครบรอบ 3 ปี เป็นนักวิ่งเต็มตัว

ในที่สุดก็ถึงเวลาเวียนมาบรรจบครบรอบ 3 ปีแห่งการเริ่มต้นวิ่งจริงจัง ทุกวันนี้เรื่องการจะเปลี่ยนชุด หรือเตรียมชุดออกไปวิ่งนั้น ไม่ต้องบังคับตัวเองอีกแล้ว ถึงเวลาร่างกายก็ขยับไปเลยอัตโนมัติ ปีนี้พยายามเพิ่มโปรแกรมฝึกความแข็งแรงของร่างกายโดยรวม ทั้งแบบใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้าน ไปจนถึงการใช้ลูกเหล็กเป็นแรงต้าน ยืดกล้ามเนื้อก่อนหลังวิ่งทุกครั้ง และเพิ่มการออกกำลังกายประเภทอื่นสลับวันที่ไม่ได้วิ่ง มีทั้งใช้เครื่องปั่นจักรยาน เครื่องจักรยานวงรี ว่ายน้ำ จักรยานแขน สลับๆกันไป ปีนี้วิ่งฮาล์ฟไปได้ 4 งานตามที่ตั้งใจ แต่เนื่องจากงานสุดท้ายซ่า วิ่งเร็วขึ้นลงเนินทั้งที่ไม่ได้ซ้อมมาเป็นอย่างดี ทำให้เกิดอาการเอ็นกล้ามเนื้อด้านนอกต้นขาขวาอักเสบอย่างรุนแรง เลยต้องหยุดวิ่งไปประมาณ 1 เดือน ทรมานใจสุดๆ ระหว่างที่อักเสบมากๆ แค่จะเดินธรรมดายังลำบากเลย ช่วงหยุดพัก เลยได้เวลาเอาเหรียญมาดูเล่น และได้ทบทวนโปรแกรมวิ่งในปีที่ 3 ที่ผ่านมา

ปีนี้เป็นปีแรกที่เราเริ่มวิ่งต่างจังหวัด แรกๆก็คิดว่ามีค่าใช้จ่ายสูงเหมือนกัน จะให้วิ่งบ่อยๆคงไม่ไหว เพราะไหนจะต้องขอเวรไปจากที่ทำงาน (ปกติทำงานเป็นกะค่ะ) ไหนจะต้องหารถไป ไม่ว่าจะขับไปเอง หรือใช้บริการรถตู้เหมาเที่ยวร่วมกับนักวิ่งท่านอื่น ไหนจะต้องหาที่พักที่ต้องยื้อแย่งกันพอสมควร เพื่อให้ใกล้กับที่จัดงานซึ่งแน่นอนว่าโดนอัพราคาขึ้นจนเกินกว่ามาตรฐานเดิมมากเกินไป เรียกว่าราคาไม่สมคุณภาพ นักวิ่งก็ยังต้องยอมโดนเอาเปรียบ ไหนจะต้องเตรียมอาหารให้เหมาะกับการวิ่งของแต่ละคน แต่พอไปวิ่งจริงๆแล้วกลับพบว่า เส้นทางวิ่งในแต่ละสถานที่นั้นต่างมีเสน่ห์ในตัวมันเอง แถมวิ่งสบายกว่าในเมืองมากๆ ด้วยว่าเป็นต่างจังหวัด ถนนใหญ่ รถไม่เยอะ วิ่งสบายไม่แออัดยัดเยียด อากาศเย็นสบาย ได้อากาศบริสุทธิ์ ถ้าเพื่อนๆคนไหนยังไม่มีโอกาสไปลองวิ่งที่ต่างจังหวัด ก็น่าจะลองสักงาน แล้วจะติดใจค่ะ

วิ่งมาได้ 3 ปี เห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการงานวิ่งมากมายค่ะ อย่างแรกเลยก็คือ มีงานวิ่งเพิ่มขึ้นจำนวนมากให้เลือกสรร เรียกได้ว่า บางทีวันอาทิตย์มีงานเยอะจนที่จัดงานเด่นๆเต็มแล้ว ก็ยังมีงานที่จัดในวันเสาร์ด้วย ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น แต่เนื่องจากประเทศไทยเรา ไม่ได้มีมาตรฐานการจัดงานวิ่งระดับสากลที่ปลอดภัยสำหรับนักวิ่ง เลยทำให้นักวิ่งต้องเสี่ยงต่อความอันตรายในหลายรูปแบบจากความไม่รู้ของผู้จัดงานบางราย เช่น งานที่ต้องปิดถนนบางช่วง หากปิดไม่ดี มีนักวิ่งโดนรถชนได้ และเราก็เห็นอยู่เป็นประจำ งานที่มีน้ำให้ไม่เพียงพอสำหรับนักวิ่ง มีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ หากนักวิ่งดื่มเตรียมมาไม่พอ หรืออากาศร้อนอบอ้าวมาก นอกจากนี้ งานเล็กๆได้ผุดขึ้นมากมายเป็นดอกเห็ด มีทั้งแบบจัดกันเอง และแบบจ้างบริษัทจัด ทำให้งานที่เกิดนั้นมีความหลากหลายมากขึ้นอีก แต่มีงานลักษณะหนึ่งที่จัดในสวนสาธารณะ ซึ่งจำเป็นต้องจัดเล็กๆเนื่องด้วยพื้นที่จำกัด ทำให้ต้องจำกัดจำนวนนักวิ่งไปในตัว งานลักษณะนี้เราจะชอบมากเป็นพิเศษ เพราะคนไม่เยอะเกิน วิ่งในสวนปลอดภัย แต่ข้อเสียก็มีค่ะ คือพื้นที่จัดงานเล็ก หากจัดให้เป็นการแข่งขันที่มีการชิงเงินรางวัลจะทำได้ยาก เพราะควบคุมทางวิ่งยากค่ะ แต่ที่ผ่านๆมาก็เรียกว่าพึงพอใจในระดับหนึ่งนะคะ เอาเป็นว่า ใครใคร่สมัครงานไหน เพื่ออะไรคงเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะตัดสินใจกันนะคะ

เพื่อนๆลองมาดูกัน ว่าเราไปแต่ละงานวิ่งมาเป็นอย่างไรบ้าง

งานที่ 1 (12 มิ.ย. 2559) Bangkok Life Assurance Half Marathon 2016

10.81 km, Time 1.08.41, 6.21 min/km

สะพานพระราม 8

ยังคงชื่นชอบการจัดงานของบริษัทนี้ค่ะ เป๊ะทุกอย่าง เลยลงสมัครเป็นปีที่ 2 ค่ะ แถมจัดที่สะพานพระราม 8 ที่เราชอบเช่นกัน แม้ตอนนั้นร่างกายไม่พร้อมเพราะเพิ่งหายป่วย แต่แค่การได้วิ่งเข้าเส้นชัยนั้นก็มีความสุขแล้วค่ะ

งานที่ 2 (26 มิ.ย. 2559) Sukhothai Marathon 2016

20.55 km, Time 2.05.12, 6.06 min/km

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

งานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนงานแรกเลยล่ะค่ะ แถมเป็นงานวิ่งต่างจังหวัดงานแรกซะด้วยค่ะ เรียกว่าซ้อมระยะไม่ถึงเต็มที่แต่ความตั้งใจวิ่งนั้นเต็มเปี่ยมนะคะ ทำเวลาได้ดีค่ะ รู้สึกจะได้อันดับ 7 ซะด้วย ไม่ได้ถ้วยไม่เป็นไร แต่เป็นงานที่ร่างกายได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า การมีระเบียบวินัยต่อการฝึกซ้อมนั้น มีความสำคัญต่อการได้วิ่งเข้าเส้นชัยมากมายค่ะ

งานที่ 3 (2 ก.ค. 2559) Mango and Sticky Rice 10K Run

9.53 km, Time 53.20, 5.36 min/km

สวนหลวง ร.9

งานนี้เป็นงานแรกที่มาวิ่งเพราะเหรียญค่ะ ปกติจะเลี่ยงการวิ่งในที่ที่ไกลจากบ้านค่ะ แต่งานนี้ยอมไปค้างบ้านเพื่อนแถวนั้น ยอมตื่นเช้าๆไปงมหาทางกับแท๊กซี่ แล้วยังมีฝนตกตลอดการวิ่งเป็นของแถมค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากได้เหรียญน่ารักแล้ว ยังได้ข้าวเหนียวมะม่วงมาเป็นที่ระลึกซะด้วยค่ะ แถมติดถ้วย overall หญิงอันดับ 6 มาครอบครองท่ามกลางความเปียกชื้นค่ะ ประทับใจสุดๆเลยล่ะค่ะงานนี้

งานที่ 4 (31 ก.ค. 2559) Chula Anesthesia Run 2016

10.00 km, Time 54.36, 5.11 min/km

ตึก อปร. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

เราเลือกมางานนี้เพราะวิ่งในเมืองค่ะ ใกล้บ้านดี แต่ก็ต้องทำใจกับปริมาณรถที่มากมาย แม้จะปล่อยตัวเร็วขนาดไหนก็ตาม งานนี้เรียกได้ว่าจัดเส้นทางและปิดเลนถนนได้ดีค่ะ ช่วงท้ายๆใกล้เส้นชัยรถเยอะ เราไม่ชอบรถเยอะ เลยเร่งเข้าเส้นชัย ทำเวลาได้ดีไปซะงั้น

งานที่ 5 (21 ส.ค. 2559) KMUTNB Walk-Run 2016

12.74 km, Time 1.20.42, 6.20 min/km

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

มางานนี้เป็นปีที่ 2 ค่ะ ด้วยเส้นทางวิ่งที่กว้างขวาง และท้าทายกำลังขา กับ 2 สะพานขึ้นลงไปกลับ และระยะทางที่เกินกว่ามินิไปนิดนึง สนุกค่ะ งานนี้เค้าทำเหรียญคนละสี สำหรับคนที่เข้า 100 คนแรกจะได้เหรียญทอง แยกตามเพศกันไป และอย่างน้อยทำให้เรารู้ว่า เรายังเป็นผู้หญิงแถวหน้าเพราะได้เหรียญทองสำหรับร้อยคนแรกอยู่ค่ะ

งานที่ 6 (18 ก.ย. 2559) Run for Love and Peace 2016

10.74 km, Time 1.04.37, 6.01 min/km

Central World

ลงงานนี้เพราะวิ่งในเมือง (อีกแล้ว) เรียกว่าวิ่งเส้นสุขุมวิท สีลม พระราม 4 จนเป็นเรื่องปกติไปซะแล้วค่ะ คนแถวนี้คงแอบหมั่นไส้เล็กๆว่า มาวิ่งอะไรกันนักหนา แหะ แหะ เอาเป็นว่า ขอพื้นที่เล็กๆให้นักวิ่งสัก 2 – 3 ชั่วโมงในยามเช้าละกันนะคะ งานนี้จัดที่ลาน Central World กว้างขวางค่ะ ประทับใจของแจกจากสปอนเซอร์เพียบค่ะ ใครไม่ได้เอากระเป๋าไปคงเสียดายเพราะต้องถือของเต็มมือเลยล่ะค่ะ

งานที่ 7 (11 ธ.ค. 2559) Ayutthaya Marathon 2016

21.40 km, Time 2.14.44, 6.18 min/km

ศาลากลางหลังเก่า เมืองกรุงเก่า จ.อยุธยา

ลงงานที่ 2 ของยูนิครันนิ่งค่ะ เห็นเป็นเพราะวิ่งในเมืองเก่า เลยอยากวิ่งชมวิวสวยๆ ผลปรากฎว่า ฮาล์ฟปล่อยตัวเร็ว ฟ้ายังไม่สว่างเลย ไอ้ที่คิดว่าจะได้ดูวิวเมืองเก่าเป็นอันต้องพับไป พอฟ้าสว่างก็วิ่งออกถนนหลักนอกเมืองไปซะแล้ว กลับเข้ามาอีกที เส้นทางก็เปลี่ยน ไม่เห็นอะไรแล้วค่ะ เป็นงานวิ่งที่น่ากลัวนิดๆ ตรงต้องออกถนนใหญ่นี่ล่ะค่ะ มีจุดกลับตัวนึง ต้องวิ่งสวนกับรถบรรทุก กลัวโดนเหยียบมากเลยค่ะ ที่น่าประทับใจงานนี้ ไม่ใช่เรื่องการจัดงานนะคะ แต่เป็นที่พักค่ะ ที่จองแล้วเกิดผิดพลาด มาถึงที่แล้วเค้าไม่ได้ลงจองไว้ให้ ทางที่พักเลยต้องเปิดห้องที่เคยทำเป็นร้านนวดให้นอนรวมกันค่ะ นักวิ่งอย่างเรากินง่ายนอนง่ายอย่าเรื่องมาก ดีกว่าไม่มีที่นอนค่ะ สนุกดีค่ะ จำได้ไม่ลืมแน่

งานที่ 8 (18 ธ.ค. 2559) Jingle Bells Run 2016

10.95 km, Time 1.03.44, 5.49 min/km

สวนรถไฟ

พอเห็นสถานที่ใกล้บ้าน และเหรียญกับเสื้อน่ารักสุดๆ เลยลงสมัครทันทีค่ะ เมื่อเสื้อส่งมาที่บ้าน ยิ่งชอบมากกว่าเห็นในภาพซะอีกค่ะ ลายน่ารัก ผ้าใส่สบายค่ะ เป็นงานเล็กๆที่น่ารักค่ะ ได้เหรียญรูปถุงเท้าซานตาคลอสกลับมาโชว์สมใจค่ะ

งานที่ 9 (25 ธ.ค. 2559) Thailand International Half Marathon 2016

10.60 km, Time 1.02.52, 5.56 min/km

สะพานพระราม 8

ลงงานนี้ติดกันมาทุกปีค่ะ สนับสนุนสมาคมศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ค่ะ เพราะเราเป็นศิษย์เก่านั่นเองค่ะ และเนื่องจากเป็นงานที่จัดมาหลายปีแล้ว จึงมีความสมบูรณ์แบบในตัวมันเองค่ะ ปีนี้ต้องปล่อยตัวเร็วขึ้นค่ะ เพราะการขอใช้สะพานพระราม 8 ในการวิ่งทุกวันนี้ต้องเสร็จภายใน 8.00 น. เพื่อเปิดการจราจรค่ะ งานนี้จึงปล่อยตัวตอนตีห้า ตายังไม่ลืม สมองยังไม่ตื่นเลยค่ะ ฟ้าสว่างเข้าเส้นชัยแล้วนั่นแหละ ค่อยตื่นกลับบ้านค่ะ

งานที่ 10 (18 ธ.ค. 2559) Siam Paragon Together Run 2016

11.00 km, Time 1.02.26, 5.40 min/km

Siam Paragon

หางานวิ่งในวันที่ได้หยุดพอดี เลยได้งานนี้พอดีเช่นกัน ไม่ได้สนใจเสื้อเหรียญทั้งสิ้น เห็นเป็นวิ่งในเมือง เลิกงานก็กลับรถไฟฟ้าได้ ก็เลยตกลงใจค่ะ เป็นงานที่เสี่ยงโดนรถชนมาก เพราะวิ่งใจกลางเมืองค่ะ แม้จะปล่อยตัวเร็วแล้วก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็เร่งนักวิ่งน่าดู เร่งอย่างกับจะให้เสร็จๆไป ทั้งที่เรื่องอย่างนี้ มันเร่งกันได้ซะที่ไหน แต่ที่ประทับใจก็มีนะคะ ตอนเข้าเส้นชัย เค้าจะให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมายืนเรียงกันสองข้างทาง ยกกระบอกตะโกนข้อความปลุกใจเป็นระยะๆ สนุกดีค่ะ ไม่เคยเจอ จบงานได้เหรียญ ปรากฎว่าเหรียญสวยดีค่ะ สีเหลืองมีกลิตเตอร์ซะด้วย ชอบๆค่ะ

งานที่ 11 (29 ม.ค. 2560) Empire Tower We Run 2016

10.70 km, Time 59.33, 5.33 min/km

Empire Tower

งานนี้ก็มาวิ่งเป็นปีที่ 2 ค่ะ ปีที่แล้วจัดงานดี ประทับใจเลยมาอีก แต่จริงๆแล้วงานนี้ถูกเลื่อนมาจากปีที่แล้วค่ะ เนื่องจากติดสัปดาห์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตพอดี วันวิ่งคือ 2 วันหลังการสวรรคตค่ะ และผู้จัดงานก็ใจป้ำมาก ทำเสื้อดำออกมาแจกอีกตัวค่ะ จากเดิมที่ส่งเสื้องานเดิมไปครบหมดแล้ว แถมเสื้อดำสวยอีกต่างหาก ชอบมากๆค่ะ

งานที่ 12 (12 ก.พ.. 2560) TPA Charity Run 2016

10.46 km, Time 59.33, 5.42 min/km

สวนลุมพินี

งานนี้มาวิ่งเป็นปีที่ 2 เช่นกันค่ะ ปีที่แล้วจัดที่สวนรถไฟ เป็นงานเล็กๆน่ารักๆจัดสบายๆค่ะ ปีที่แล้วได้ถ้วยแรกก็งานนี้ค่ะ ปีนี้ไม่ได้ถ้วย แต่แค่ได้วิ่งก็มีความสุขละค่ะ เหรียญเป็นพลาสติกใส ไม่เหมือนใคร เสื้อสีสันน่ารักสดใสดีค่ะ

งานที่ 13 (18 ก.พ. 2560) Run for Your Heart

11.20 km, Time 1.03.26, 5.40 min/km

สวนรถไฟ

งานเล็กๆจัดแบบพอเพียงและเงียบๆดีค่ะ ทางผู้จัดน่าจะมีปัญหากับเรื่องระบบเสียง เลยทำให้การอุ่นเครื่องและการปล่อยตัวเกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัวค่ะ งานนี้วิ่งที่สวนรถไฟ สำหรับ 10 กิโลเมตร ต้องวิ่ง 4 รอบค่ะ วิ่งสบายๆเพราะคนไม่เยอะ และตากล้องเพียบค่ะ

งานที่ 14 (19 ก.พ. 2560) Nitade Fun Run 2017

6.41 km, Time 34.13, 5.20 min/km

คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

งานนี้ลงวิ่งคั่นงาน 10 กิโลเมตรค่ะ เพราะมีระยะแค่ 6 กิโลเมตรนิดๆค่ะ เคยได้ยินกิตติศัพท์การจัดงานของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬา ว่าสนุกสนาน และก็จริงตามนั้นค่ะ ทั้งดารา เสียงเพลง กองเชียร์ ล้วนเป็นน้องๆนักศึกษาที่ทุ่มเทจัดงานกันทั้งนั้นค่ะ รวมไปถึงเส้นทางวิ่งที่น่าสนใจมาก คือวิ่งในมหาวิทยาลัยเกือบทั้งหมด ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องรถราค่ะ ตอนใกล้เข้าเส้นชัย ก็ยังมีกองเชียร์น้องๆนักศึกษามากระตุ้นให้สับขาเพิ่มขึ้นอีก เข้าเส้นแล้วได้เหรียญเท่ห์ๆมาครอบครอง พร้อมอาหารฟรีเต็มท้องแบบไม่มีหมดด้วยค่ะ เรียกว่าประทับใจมากๆเลยค่ะ ปีหน้าเล็งไว้แน่ๆค่ะ

งานที่ 15 (5 มี.ค. 2560) KaoYai Half Marathon 2017

21.00 km, Time 2.07.42, 6.04 min/km

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

งานฮาล์ฟสุดท้ายของปีที่ตั้งใจไว้ว่าจะจบเป็นฮาล์ฟที่ 4 ให้ได้ ร่ำๆเกือบจะไม่ได้ไป เพราะรถที่จะใช้ขับไปยางรั่วซะงั้น กว่าจะเอาไปเปลี่ยนยางใหม่เรียบร้อยก็ปาไปบ่ายกว่าๆแล้ว ตัดสินใจขับไปเพราะเพื่อนๆที่ลงวิ่งด้วยกัน เค้าไปถึงกันหมดแล้ว ห้องพักเราก็จองไว้ใกล้กับบริเวณงานมาก เลยขับรถไป ถึงก็ฟ้ามืดพอดี รับบิบทานข้าวแล้วเข้านอนเลยว่างั้น เป็นงานแรกที่เจอเนินเป็นเนิน ขาอ่อนๆไม่เคยเจอเนิน แต่พยายามวิ่งให้ได้ความเร็วเท่าตอนวิ่งทางราบ เลยออกอาการเจ็บและล้าหลังจากจบงาน แม้จะทำผลงานได้ดีเป็นที่น่าพอใจ แต่ต้องพักไปอีกยาวเลยค่ะ

งานที่ 16 (11 มี.ค. 2560) MBK-G Run III for Sea Turtles

10.46 km, Time 59.41, 5.42 min/km

สวนลุมพินี

กลับมาจากเขาใหญ่ นึกว่าขาเราหายเมื่อยหายล้าดีแล้ว เลยหาเรื่องซื้อบิบต่อจากเพื่อน เผอิญเพื่อนเจ็บขาพอดี โอกาสเลยตกถึงเรา ชอบเหรียญชอบเสื้องานนี้ค่ะ ไปวิ่งตามความเร็วเดิมที่เคยทำได้ ตอนวิ่งไม่มีอาการเจ็บใดๆ แต่พอวิ่งเสร็จเริ่มเจ็บด้านนอกข้อเข่าขวา ซึ่งเป็นอาการเดิมที่เคยเป็นกับเข่าซ้าย เลยรู้แล้วว่าเกิดการบาดเจ็บซะแล้ว ถึงขั้นเดินกระเผลกกันเลยทีเดียว นั่งพัก ยืดๆนวดๆ สักพักถึงดีขึ้น จบงานนี้เลยต้องพักยาว 1 เดือนเลยค่ะ

งานที่ 17 (18 มี.ค. 2560) Run for Special 2017

5.13 km, Time 57.45, 11.04 min/km

สวนลุมพินี

เนื่องจากลงงานนี้ไว้นานแล้วก่อนการบาดเจ็บ และอาการโดยรวมดีขึ้นแล้ว แค่ยังวิ่งไม่ได้ เลยตัดสินใจไปเดินเอาค่ะ กะไว้ว่าถ้าเจ็บเพิ่มขึ้นจะหยุดทันที แต่ก็สามารถเดินได้นะคะ ไม่เจ็บ แต่ถ้าวิ่งเมื่อไหร่ก็เจ็บเมื่อนั้น เลยไม่กล้าซ่าแล้วล่ะค่ะ งานนี้เลยได้ภาพถ่ายคู่สวยๆกับเพื่อนที่ปกติวิ่งความเร็วต่างกันมากมาย เลยไม่เคยได้รูปวิ่งคู่กัน เลยได้ในงานนี้แทนค่ะ

งานที่ 18 (30 เม.ย. 2560) นกขมิ้นวิ่งในสวน

5.77 km, Time 35.07, 6.04 min/km

สวนรถไฟ

หลังหยุดยาวมา เผอิญได้หยุดวันที่คิดว่าจะต้องไปต่างจังหวัดที่ถูกยกเลิกพอดี เลยหาซื้อบิบต่อ และก็มีคนปล่อยพอดีค่ะ ขาหายเจ็บแล้ว อยากได้เหรียญงานนี้มากๆด้วย เลยไปค่ะ ซื้อบิบต่อมาระยะ 5 กิโลเมตรค่ะ เพราะเพิ่งเริ่มวิ่งหลังการฟื้นฟูมาระยะนี้ เลยวิ่งสบายๆไม่กดดัน แต่ได้เวลามาดี โดยไม่เจ็บก็ดีใจมากๆแล้วค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ งานวิ่งมีเยอะนะคะ เพื่อนๆเลือกสรรกันให้ดีค่ะ

ขอให้เพื่อนนักวิ่งมีความสุข สนุก และปลอดภัยกับการเข้าร่วมงานวิ่งทุกงานนะคะ

2 May 17

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: