วิ่งอย่างไร ไม่ให้เล็บเท้าดำ

นักวิ่งหลายๆคนคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับการที่เล็บเท้าเปลี่ยนเป็นสีดำจากการวิ่ง หรือแม้แต่ในคนที่ไม่ใช่นักวิ่งก็สามารถพบเจอได้ โดยเฉพาะใครที่ต้องวิ่งบนพื้นขรุขระ วิ่งขึ้นลงเขา วิ่งเป็นระยะทางไกล และวิ่งวิบาก สามารถทายได้เลยว่าจะต้องพบเจอกับอาการนิ้วเท้าดำของนักวิ่งแน่นอนค่ะ 

เล็บเท้าที่ดำ และช้ำนั้นสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อวิ่งมาระยะเวลาหนึ่ง จนนักวิ่งบางคนถึงกับยอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการวิ่งไปแล้ว แต่ไม่ใช่แค่เล็บเท้าเป็นสีดำที่อาจส่งผลให้วิ่งลำบากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าเกิดปล่อยไว้ไม่ทำอะไรเลย เพื่อนๆอาจจะต้องพบเจอกับปัญหาที่ยุ่งยากมากขึ้นไปอีกได้ การบาดเจ็บของเล็บเท้าไม่ได้แค่ทำให้เกิดอาการปวดเท่านั้น แต่ยังทำให้ไม่สวยงามด้วย และสุดท้ายสภาพแวดล้อมที่ชื้นภายในรองเท้าก็เป็นที่อยู่ชั้นดีให้กับแบคทีเรียด้วยค่ะ

มีคนไปเก็บข้อมูลจากนักวิ่งในลอนดอนมาราธอนปี 1973 แล้วรายงานว่ามีนักวิ่ง 14% ที่ต้องทรมานจากแผลพุพอง แผลเสียดสี หรือสูญเสียเล็บเท้าหลังจากการวิ่งแข่งขันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ งานศึกษาหลังจากนั้นในลอนดอนมาราธอนพบว่ามีนักวิ่งจำนวนน้อย ประมาณ 0.1% ที่ต้องเข้ารับการรักษาปัญหาเล็บเท้าที่หน่วยแพทย์

แน่นอนว่างานศึกษาทั้งสองงานนี้มีข้อจำกัดตรงที่ ปัญหาของเล็บเท้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้มีความรุนแรงพอที่จะทำให้นักวิ่งหยุดที่หน่วยแพทย์ได้ และนักวิ่งที่ได้รับการสอบถามในงานศึกษาแรก มีความเป็นไปได้ที่จะระลึกถึงปัญหาขึ้นมาเมื่อถูกถามถึง ดังนั้น จำนวนการเกิดเล็บเท้าช้ำจากการวิ่งที่แท้จริงนั้นอาจอยู่ระหว่างตัวเลขทั้งสองตัวก็ได้ และอาจจะขึ้นอยู่กับระยะทางที่วิ่ง และพื้นผิวที่นักวิ่งแต่ละคนวิ่งในช่วงการฝึกซ้อมและการแข่งขันด้วยค่ะ

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิดเล็บเท้าดำทั้งในนักวิ่งและคนที่ไม่ใช่นักวิ่งมีหลากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการมีแรงกระแทกกับเล็บเท้าซ้ำๆในทุกก้าวที่วิ่ง ระหว่างที่เท้าสัมผัสกับพื้น มีช่วงเวลาหนึ่งที่รองเท้าหยุดการเคลื่อนไหวแล้ว แต่เท้าของนักวิ่งยังไม่หยุด จึงไถลอยู่ข้างในรองเท้า จนอาจเกิดการชนและเสียดสีกันระหว่างเท้ากับรองเท้า นิ้วเท้าจึงมีความเป็นไปได้ที่จะชนกับหัวรองเท้า รวมไปถึงความเครียดที่เล็บเท้าต้องจิกกับพื้นเวลาวิ่งในพื้นผิวที่แตกต่างกัน ยิ่งพื้นผิวขรุขระยิ่งต้องจิกนิ้วเท้าเพิ่มขึ้น ภาวะนี้จึงทำให้เกิดการช้ำ การมีแผลพอง  หรือการมีเลือดออกข้างใต้เล็บเท้าจากแผลบาดเจ็บซ้ำๆได้

ถ้าเกิดภาวะเล็บเท้าดำในระยะเวลาอันสั้นหลังจากการฝึกซ้อมประจำวัน อาจมาจากการที่ใส่รองเท้าที่แน่นไป หรือหลวมไปได้ รองเท้าที่แน่นเกินไป จะไม่มีที่ว่างเพียงพอสำหรับเท้าที่จะเลื่อนไปข้างหน้า จึงทำให้เกิดการกระแทกกับเล็บเท้าได้ง่าย นอกจากนี้หากเป็นรองเท้าที่เทลงทางปลายเท้า จะยิ่งง่ายต่อการกระแทกต่อปลายเท้ามากขึ้นเมื่อตอนที่เพื่อนๆถีบปลายเท้าเพื่อยกขาไปข้างหน้า การผูกเชือกรองเท้าแน่นเกินไป อาจไปกดถูกเล็บเท้าได้ง่าย และในทางตรงข้ามกัน การผูกเชือกรองเท้าที่หลวมเกินไป อาจทำให้เท้าเลื่อนไปข้างหน้าได้ง่าย เป็นผลทำให้เล็บเท้ากระแทกกับหัวรองเท้าได้ นี่อาจดูเหมือนเป็นเรื่องจุกจิก แต่การผูกเชือกรองเท้าอย่างถูกต้อง ทำให้เกิดวามแตกต่างอันใหญ่หลวงต่อเล็บเท้าได้ และถือเป็นการป้องกันที่ดีด้วย

อาการเล็บเท้าดำมักพบในการฝึกซ้อมมาราธอน และพบได้ในนักวิ่งเพื่อการแข่งขันระดับก้าวหน้าที่ต้องฝึกซ้อมด้วยความหนักสูงๆและบ่อยๆ

หากเพื่อนๆมีเล็บเท้าดำจากการฝึกซ้อมวิ่งอยู่แล้ว การวิ่งลงเขาอาจทำให้ปัญหาใหญ่ขึ้นได้ เนื่องจากเป็นการเพิ่มความเร็วและเพิ่มแรงกระแทกแนวดิ่งต่อเล็บเท้า (และแน่นอนรวมถึงเท้าที่จะมีโอกาสเลื่อนลงทางปลายเท้าได้มากขึ้นด้วย) รองเท้าจะถูกวางตัวอยู่ในตำแหน่งลาดลง เป็นการสร้างทางลาดลงให้กับเท้าที่จะเลื่อนไถลลงได้มากขึ้นอีกด้วย

การวิ่งไกล หรือการแข่งขันระยะไกล ยิ่งเพิ่มโอกาสที่เล็บเท้าจะดำได้มากขึ้นด้วยเมื่อแต่ละก้าววิ่งที่เพิ่มขึ้น คือแรงกระแทกต่อนิ้วเท้าที่เพิ่มขึ้น เท้าที่บวมมากขึ้นหลังจากการวิ่งนาน ยิ่งไม่ได้ช่วยอะไร เพราะจะยิ่งทำให้รองเท้ามีขนาดเล็กลง เป็นการกดเล็บเท้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย

จากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่ทำไมนักวิ่งอัลตร้ามาราธอน ที่ต้องวิ่ง 32 – 48 กิโลเมตรเป็นประจำบนทางวิ่งขึ้นลงเขาจะมีนิ้วเท้าที่น่าเกลียดได้

หากเพื่อนๆกำลังอยู่ในโปรแกรมการซ้อมมาราธอนแรก เพื่อนๆอาจสังเกตเห็นเล็บเท้าสีคล้ำขึ้น จากระยะทางวิ่งที่มากขึ้น แต่มันก็เกือบจะเป็นสัญลักษณ์ของการผันตัวสู่การเป็นนักวิ่งมาราธอน ดังนั้น อย่าตกใจเกินไปค่ะ

อาการ

การบาดเจ็บซ้ำๆสามารถเป็นได้ตั้งแต่อย่างน้อยจนถึงรุนแรง ถ้าเป็นน้อยๆ ก็อาจจะแค่ทำให้เกิดอาการปวดเล็กน้อย เล็บเท้าอาจจะเป็นเพียงสีฟ้าคล้ำอยู่ใต้เล็บเท้า แม้บางครั้งเล็บจะหนาขึ้น มันจะหายเมื่อลดปริมาณและความบ่อยของการฝึกซ้อมลง และเมื่อการบาดเจ็บซ้ำๆได้หยุดลง ในกรณีที่เป็นน้อยๆ ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาแต่อย่างใด และเล็บเท้าจะงอกยาวออกมาเรื่อยๆตามปกติ จนสุดท้ายจะสามารถตัดทิ้งไปได้ทั้งหมด

แต่ถ้าเป็นรุนแรงอาจเกิดเป็นแผลพองสีเลือดและใหญ่อยู่ภายใต้เล็บเท้ากับแผ่นรองเล็บเท้า ทำให้เล็บเท้าหลุดออกจากแผ่นรองเล็บเท้า ไม่ว่าจะหลุดบางส่วนหรือหลุดทั้งหมด กระบวนการนี้ค่อนข้างจะเจ็บปวดถ้าเกิดเป็นการหลุดบางส่วน แต่ถ้าเกิดการแยกตัวระหว่างเล็บเท้า กับแผ่นรองเล็บเท้าทั้งหมดแล้ว การติดกลับเข้าไปใหม่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ข่าวดีของการที่เล็บเท้าหลุดออกมาทั้งหมดคือ มันจะไม่มีอาการปวดแต่อย่างใด ข่าวร้ายก็คือ จะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าที่เล็บเท้าจะงอกขึ้นมาใหม่ หากเป็นที่นิ้วหัวแม่โป้งเท้าอาจใช้เวลาเป็นปี และถ้าเป็นที่นิ้วเท้าที่เล็กกว่านั้น ก็อาจจะใช้เวลา 3 ถึง 6 เดือน ในบางกรณี เล็บเท้าใหม่สามารถเริ่มงอกขึ้นมาภายใต้เล็บเท้าเก่าที่ตายไปแล้วได้ ถ้ามีการเกิดการบาดเจ็บซ้ำเข้าไปอีก เล็บเท้าใหม่อาจจะช้ำและหลุดออกมาด้วยกันได้ เพื่อป้องกันภาวะนี้จึงควรไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตัดแต่งเล็บเท้าให้ หรือดึงเอาเล็บเท้าที่ตายแล้วออกทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้มีพื้นที่กว้างขึ้นสำหรับเล็บใหม่ที่จะงอกขึ้นมา

นิ้วหัวแม่เท้ามักจะเป็นนิ้วที่มีปัญหาได้มากที่สุด เนื่องจากยาวที่สุด รองลงมาคือนิ้วที่ 2 และนิ้วที่ 3 ความสัมพันธ์ของนิ้วเท้าทั้งสามนี้ขึ้นอยู่กับสรีระแต่ละคน ดังนั้นหากเพื่อนๆมีลักษณะนิ้วเท้าแบบที่เขาเรียกกันว่า “เท้าแบบคนอียิปต์” ซึ่งนิ้วหัวแม่เท้าจะยาวที่สุด เพื่อนๆจะมีแนวโน้มมีเล็บเท้าช้ำและคล้ำดำได้ที่หัวแม่เท้ามากกว่านิ้วอื่น ในขณะที่ถ้าเพื่อนๆมี “เท้าแบบคนกรีก” ที่มีนิ้วเท้าที่ 2 และ 3 ยาวที่สุด นิ้วเท้าเหล่านี้ก็มีโอกาสบาดเจ็บมากกว่า

การป้องกัน

  1. ผูกเชือกรองเท้าให้รู้สึกสบาย ไม่แน่นจนเกินไป ควรให้มีพื้นที่ว่างระหว่างนิ้วเท้า และหัวรองเท้า เพื่อลดแรงกดต่อเล็บเท้า แต่ต้องตรวจสอบในท่ายืน ไม่ใช่ท่านั่ง รองเท้าที่มีหน้ากว้างบริเวณปลายเท้าก็พอจะช่วยได้
  2. การผูกเชือกรองเท้าแบบล็อคข้อเท้า เพื่อให้เท้าติดอยู่กับรองเท้า ไม่ไถลไปในรองเท้าตอนวางเท้าได้ง่ายก็พอจะช่วยได้บ้าง
  3. ควรใส่ถุงเท้าที่มีการระบายความชื้นและความร้อนได้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนมากขึ้น ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของแบคทีเรียได้โดยง่าย
  4. ดูแลรักษาเล็บเท้าด้วยการตัดเล็บเท้าให้สั้น และเป็นรูปสี่เหลี่ยม ไม่โค้งมน จะช่วยกระจายแรงให้กับนิ้วเท้า ถ้าเพื่อนๆมีเล็บและช้ำอยู่แล้ว อาจปล่อยมันไว้อย่างนั้น หากว่ามันไม่รบกวนการวิ่งของเพื่อนๆ แต่ถ้ากวนการวิ่ง ให้แช่เท้าในน้ำอุ่นเพื่อลดอาการระคายเคืองลงได้บ้าง
  5. การเจาะให้เกิดรูที่เล็บเพื่อเอาเลือดออก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เข็มร้อนๆจิ้ม ทั้งจากทางด้านหน้าหรือด้านใต้เล็บเท้า ยังคงเป็นที่โต้เถียงกันอยู่ โดยทั่วๆไปขอแนะนำว่าให้ปล่อยมันเอาไว้อย่างนั้น และอย่าพยายามที่จะลดแรงดันไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด อาการปวดควรจะหายไปเองใน 2-3 วัน และความพยายามที่จะเจาะเลือดออกอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ หากจัดการกับอาการปวดหรือแรงดันเลือดไม่ได้จริงๆ แนะนำให้ไปพบแพทย์ดีกว่าค่ะ
  6. อีกหนึ่งเรื่องราวเกี่ยวกับยาทาเล็บก็คือ แม้มันจะซ่อนเล็บสีดำจากสายตาไปได้ แต่จะทำให้เล็บเท้าไม่สามารถหายใจได้ และเพื่อนๆอาจเสี่ยงต่อการเสียเล็บเท้าไป ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงค่ะ

ภาวะเล็บเท้าสีดำอาจสร้างความรำคาญให้เพื่อนๆได้บ้าง แต่ถ้าเพื่อนๆดูแลเท้าเป็นอย่างดี และใส่รองเท้าให้ถูกต้อง ภาวะนี้จะไม่สามารถทำให้เพื่อนๆวิ่งช้าลงได้เลยค่ะ

ภาวะเล็บเท้าสีดำนั้น จริงๆแล้วไม่ได้จะมาจากการวิ่งทั้งหมด ในบางกรณี ภาวะเล็บเท้าดำอาจมีอันตรายมากกว่าที่กล่าวมาข้างต้น หากไม่ใช่อาการดังที่กล่าวไปแล้ว ควรไปพบแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อเพื่อนๆพบว่านอกจากสีดำภายใต้เล็บเท้าแล้ว ยังมีสีแดงร่วมด้วย มีอาการปวดมาก มีของเหลวซึมออกมา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะติดเชื้อ และควรทาครีมป้องกันการติดเชื้อ (Neosporin) จนกว่าจะได้พบแพทย์ค่ะ เรามารู้จักภาวะความผิดปกติของเล็บเท้าเพิ่มเติมขึ้นอีกสักนิดนะคะ

ภาวะเล็บห้อเลือด (Subungual hematoma)

พบได้น้อยกว่าภาวะเล็บเท้าดำธรรมดา และปวดมากกว่าด้วย เกิดจากมีอุบัติเหตุต่อเล็บเท้า เช่น ถูกเหยียบเท้า หรือของหนักตกใส่เท้า เป็นต้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เส้นเลือดฉีกขาด และมีเลือดมาสะสมอยู่ใต้เล็บเท้า การรวมกันของเลือดนี้ทำให้เกิดแรงดันขึ้นและมักจะทำให้มีอาการปวดตุ๊บๆอย่างรุนแรง ภาวะนี้ระบุได้อย่างง่ายดาย เพราะจะเกิดอาการทันทีหลังอุบัติเหตุ

อาการ

มีอาการปวด สีเล็บเท้าเปลี่ยนเป็นสีดำ เล็บเท้ายกขึ้นจากผิวหนัง (โดยของเหลว หรือเลือดที่สร้างขึ้นมา) และสุดท้ายมักจะหลุดออกมา

การรักษา

ภาวะเล็บห้อเลือดนี้ต่างหากที่ต้องการการเจาะรูที่เล็บเท้า เพื่อลดแรงดันจากการรวมกันของเลือด และลดแรงกดที่ทำให้เกิดอาการปวด ซึ่งควรจะต้องไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์รักษาให้เท่านั้น หากทำที่บ้านเอง นอกจากจะไม่ปลอดเชื้อแล้ว ยังอาจไม่ได้ผลและทำให้เจ็บปวดมากขึ้นไปอีก

ภาวะติดเชื้อรา (Fungus toenail)

ยังมีสาเหตุอื่นของภาวะเล็บเท้าดำอีกที่ควรจะได้รับการพิจารณา หนึ่งในนั้นคือการติดเชื้อรา

อาการ

เล็บเท้าหนาตัวขึ้น ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการปวดได้ แต่มักไม่ใช่อาการปวดตุ๊บๆ และบางครั้งก็ทำให้เล็บเป็นสีเข้มสีอื่นจนเกือบดำ เช่น สีฟ้า สีเขียว สีน้ำตาล สีม่วง สีเหล่านี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเกิดภาวะติดเชื้อราขึ้น หากเพื่อนๆคิดว่าตัวเองติดเชื้อราซะแล้ว ควรรีบไปพบแพทย์ค่ะ

การรักษา

แพทย์จะช่วยตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจดูว่าเกิดจากเชื้อราหรือไม่ การรักษามีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ หากเป็นไม่มาก อาจรักษาได้ด้วยการทานยาต้านเชื้อราเป็นเวลา 6 เดือน และอาจต้องใช้การรักษาด้วยเลเซอร์หากเป็นมาก

มะเร็งผิวหนัง (Melanoma)

สาเหตุหนึ่งที่ต้องใช้ครีมกันแดด นั่นก็คือมะเร็งเมลาโนมา (Melanoma) ซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนังที่รุนแรงที่สุด สามารถเติบโตขึ้นได้ภายใต้แผ่นรองเล็บและทำให้เกิดเป็นผิวสีเข้มขึ้นได้ มักค่อยๆเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ และไม่มีอาการปวด ซึ่งทำให้วินิจฉัยได้ยาก

อาการ

สัญญาณหนึ่งคือสีที่เปลี่ยนไปนั้นขยายจากเล็บเท้าข้างใต้ขึ้นมาเคลือบถึงข้างบน หากเพื่อนๆไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุเร็วๆนี้ และเล็บเท้าค่อยๆเริ่มเปลี่ยนสี โดยเฉพาะถ้าสีนั้นเปลี่ยนอยู่ด้านบนเล็บเท้า เพื่อนๆควรรีบไปพบแพทย์ แม้มะเร็งเมลาโนมาจะเป็นอันตรายได้ และพบเห็นได้ยาก แต่ก็สามารถรักษาได้หากตรวจพบได้แต่เนิ่นๆ

และสาเหตุสุดท้ายที่อาจพบเล็บเท้าสีดำ แต่เป็นสาเหตุที่ไม่รุนแรงนั่นก็คือ

สีผิวคล้ำ

บ่อยครั้งที่การเปลี่ยนสีของเล็บเท้าที่คล้ำลง มาจากสีผิวที่คล้ำลงได้เช่นกัน และพบได้มากในคนที่มีสีผิวคล้ำอยู่แล้ว ข้างใต้เล็บเท้ามีผิวหนังอยู่ และสีผิวหนังก็อาจเปลี่ยนสีไปได้เมื่อเวลาเปลี่ยน

อาการ

การเปลี่ยนสีผิวเกิดกับเท้าทั้งสองข้าง และเป็นในนิ้วเท้าทุกนิ้ว สัญญาณอื่นคือสีผิวสม่ำเสมอเหมือนกันทุกนิ้ว ซึ่งอาการนี้สามารถใช้แยกออกจากโรคมะเร็งได้ ที่มักจะเกิดกับเล็บเท้าใดเล็บเท้าหนึ่งเท่านั้น หากไม่แน่ใจ สามารถไปพบแพทย์ได้เช่นกัน

พอจะทราบสาเหตุที่เล็บเท้าเปลี่ยนเป็นสีดำกันครบถ้วนแล้วใช่ไหมคะ

ขอให้เพื่อนนักวิ่งไม่ต้องผจญกับเล็บเท้าดำกันเลยดีกว่านะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: