บาปหนัก 7 ประการของมาราธอนแรก

และแล้ว…ก็ถึงวันที่เพื่อนๆได้สมัครลงแข่งมาราธอนครั้งแรกใช่ไหมคะ เพื่อนๆตื่นเต้นเหลือเกิน และก็ยังกลัวซะด้วย

เป็นเรื่องธรรมดานะคะที่เพื่อนๆจะรู้สึกกังวลนิดหน่อย ปิศาจแห่งการวิ่งมักจะทำงานด้วยวิธีการลึกลับเสมอ และถ้าระยะทาง 42 กิโลเมตรยังไม่หนักมากพอ มันจะโยนสิ่งกีดขวางเล็กๆน้อยๆมาทำให้เพื่อนๆต้องออกจากการแข่งขันไปเลยล่ะค่ะ

แต่ถ้าเพื่อนๆตั้งใจฟังดีๆ เพื่อนๆจะสามารถหลีกเลี่ยงบาปหนักเหล่านั้นได้ และสามารถจบมาราธอนแรกได้โดยไม่มีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใดค่ะ มาลองดูกันนะคะว่า บาปหนักเหล่านี้มีอะไรบ้าง

ลองคิดดูนะคะว่า เพื่อนๆเพิ่งเสียเงินหลักพันเพื่อให้ได้วิ่งในการแข่งขันที่จะทำให้เหนื่อยมากเกินกว่าจะจินตนาการได้ค่ะ และนักการตลาดก็ชอบเห็นอารมณ์เหนื่อยของเพื่อนๆซะด้วยสิคะ เพราะมันเห็นได้อย่างชัดเจนเลย และสามารถหาประโยชน์จากเพื่อนๆได้อย่างง่ายดายซะด้วย อย่าปล่อยให้เขาทำได้นะคะ เพื่อนๆไม่ได้ต้องการพลังงานสำรองที่ห้อยอยู่ที่สายรัดเอวของเพื่อนๆ หรือแม้กระทั่งนาฬิกาจับเวลา นาฬิกาจับความฟิตใดๆ หรอกค่ะ แต่สิ่งเดียวที่เพื่อนๆต้องการจริงๆก็คือ ความตั้งใจจริงและความมีวินัยในตัวเองที่จะลงมือฝึกซ้อมเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ และรองเท้าสักคู่หนึ่งที่พอดีกับเท้าของเพื่อนๆ แค่นั้นเองค่ะ เพื่อนๆไม่ต้องการแม้แต่เสื้อที่ใส่บอกคนอื่นว่า “ฉันกำลังฝึกซ้อมเพื่อมาราธอน” หรอกนะคะ ทุกๆคนรู้อยู่แล้วล่ะค่ะว่าเพื่อนๆกำลังฝึกซ้อมเพื่อวิ่งมาราธอนค่ะ เชื่อเถอะค่ะ

เพื่อนๆอาจดาวน์โหลดแผนการฝึกซ้อม 16 สัปดาห์และมีความมุ่นมั่นที่จะออกไปทำให้ได้ตามที่ตั้งใจ แต่หลังจากวันอันยาวนานของการฝึกซ้อม เพื่อนๆรู้สึกว่าไม่มีพลังงานเอาซะเลย แล้วจะให้ทำอย่างนี้ไปถึง 4 เดือนน่ะเหรอ ไม่ดูเหมือนว่าบ้าไปหน่อยเหรอ กับการฝึกซ้อมอันยาวนานเพื่อการแข่งขันครั้งเดียว ดังนั้น เวลา 16 สัปดาห์ เลยลดลงเหลือ 12 สัปดาห์ และอาจจะกลายเป็น 10 สัปดาห์ก็ได้ และบางที เพื่อนๆอาจจะยุ่งเกินไปที่จะฝึกซ้อมก็เป็นได้ เพื่อนๆอาจจะไม่ต้องการทำตามแผนการซ้อม แต่ยังไงก็ต้องซ้อมอยู่ดีล่ะค่ะ เพราะร่างกายเพื่อนๆต้องการการปรับตัวให้รับกับการใช้งานที่หนักหนาสาหัสเอาการค่ะ บางทีเพื่อนและครอบครัวของเพื่อนๆเองอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถออกไปซ้อมได้ใช่ไหมคะ แต่ที่กิโลเมตรที่ 36 ของการแข่งขัน เพื่อนๆก็จะรู้เองล่ะค่ะว่า แผนฝึกซ้อมที่เพื่อนๆข้ามๆไปนั่นแหละค่ะ มันมีประโยชน์จริงๆ และเมื่อจบการแข่งขัน เพื่อนๆคงอยากให้คนรอบตัวช่วยจ่ายค่าชดเชยการบาดเจ็บให้ด้วยค่ะ

นั่นเสียงอะไรคะ ใช่เสียงร้องที่มาจากกระเพาะที่ว่างเปล่าของเพื่อนๆหรือเปล่า เข้าใจเลยค่ะ เพื่อนๆรู้สึกหิวตลอดเวลาจากการฝึกซ้อม แล้วก็จัดการซัดแฮมเบอร์เกอร์ โปรตีนเสริม และไอศกรีม หรืออะไรก็ได้ที่ขวางหน้าค่ะ ถ้าเพื่อนๆต้องการที่จะวิ่งให้ได้เหมือนเครื่องจักรตลอดระยะทาง 42 กิโลเมตร ร่างกายเพื่อนๆต้องการอาหารเพื่อแปลงเป็นพลังงานตลอดช่วงการฝึกซ้อมและการแข่งขันนะคะ นั่นหมายความว่า การเติมพลังงานอย่างเหมาะสมนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ โชคร้ายหน่อยนะคะ ง่ายเกินไปที่จะเริ่มต้นทานอะไรก็ได้ เพื่อให้เป็นพลังงานค่ะ ขอร้องล่ะค่ะ ถอยห่างจากโถคุกกี้นะคะ หยุดการเติมน้ำตาลไอซิ่งบนขนมเค้ก หรือเติมขนมปังชิ้นน้อยๆลงไปบนพาสต้าแล้วเรียกมันว่า การโหลดคาร์โบไฮเดรตเสียเถอะค่ะ ลองหาวิธีการทานอาหารที่ถูกต้องสำหรับนักวิ่งมาราธอนดูก่อนลงมือซ้อมกันนะคะ

เพื่อนๆต้องฝึกอย่างถูกต้อง ทานอาหารให้ถูกวิธี แล้วเพื่อนๆจึงจะพร้อมสำหรับการวิ่งที่ดีที่สุดของเพื่อนๆเองค่ะ แต่ระยะทาง 42 กิโลเมตรนั้นเป็นระยะแห่งการขัดถูและเสียดสีผิวหนังได้เป็นอย่างดีค่ะ เพื่อนๆอาจจะต้องเสี่ยงโชคดูล่ะค่ะว่า เพื่อนๆจะเจ็บผิวหนังจากการเสียดสีระหว่างผิวกับชุดที่สวมใส่หรือเปล่า ดังนั้น เพื่อนๆควรจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับมันจะดีกว่าค่ะ ทุกๆรอยตะเข็บ ทุกรอยพับ ทุกเนื้อผ้าที่ประกบกับผิวหนัง คือความเป็นไปได้ใหม่ๆสำหรับผิวหนังเพื่อนๆที่จะถลอกได้เสมอค่ะ

ถ้าเพื่อนๆไม่ระวัง ทุกๆส่วนของเพื่อนๆที่ไม่ได้ระวังนั้นจะกลายสภาพเป็นส่วนที่แสบ ร้อน แดง และหยาบได้เหมือนกับเราเอาพริกป่นสดมาถูกับผิวหนังที่แตกออกค่ะ แต่โชคดีนะคะ ที่เรามีน้ำยามหัศจรรย์ช่วยป้องกันส่วนที่บอบบางของเพื่อนๆค่ะ ที่หาง่ายที่สุดคือวาสลินปิโตรเลียมค่ะ ทาสารหล่อลื่นบนผิวหนังบริเวณที่มักเกิดการเสียดสีก่อนการวิ่ง และจงอย่าเขินอายที่จะทามันให้ทั่วร่างกายของเพื่อนๆนะคะ เชื่อเถอะค่ะ ทั้งบั้นท้าย (และต้นขา และหัวนม) จะขอบคุณเราทีหลังค่ะ หรือจะทำสารหล่อลื่นเองก็ได้นะคะ สูตรตามในวงเล็บเลยค่ะ

(การทำสารหล่อลื่นสำหรับทาบนผิว – เตรียมยาขึ้ผึ้งที่มีส่วนผสมวิตามินเอและดีที่มักใช้รักษาผื่นผ้าอ้อม และปิโตรเลียมเจลลี่ นำส่วนประกอบทั้งหมดอย่างละ 1 ถ้วยมาผสมในชาม แล้วเติมครีมวิตามินอี ¼ ถ้วยและครีมว่านหางจระเข้ ¼ ถ้วยลงไป คนให้ส่วนประกอบทั้งหมดเข้ากันดี เมื่อผสมเสร็จแล้วอาจค่อนข้างเหนียว แต่สามารถนำไปทาบนผิวหนังที่ถลอกได้ค่ะ)

และแล้ว…ก็มาถึงวันแข่งขันแล้วนะคะ ลองนึกภาพเพื่อนๆยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้น รอฟังเสียงปืนดัง หลังจากเพลงชาติจบ และเริ่มการนับถอยหลัง ฮอร์โมนอะดรีนาลีนของเพื่อนๆจะหลั่งอย่างพร้อมเพรียง ทุกๆอย่างในร่างกายจะบอกว่า วิ่งให้เร็ว ชนทุกสิ่ง และทำลายสถิติในวันนี้ซะ แต่คำแนะนำต่อจากนี้จะช่วยให้การแข่งขันของเพื่อนๆปลอดภัยนะคะ นั่นก็คือ “จงต่อสู้ขัดขืนกับจำนวนอะดรีนาลีนมากๆนี้ซะ” ให้วิ่งตามแผนซ้อม อย่าเร่งมากเกินจากที่ซ้อมมา เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายมากค่ะ

การวิ่งมาราธอนจบได้เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เพื่อนๆจะเคยมีได้นะคะ เราจะไม่มานั่งอธิบายความรู้สึกกันตอนนี้ เพราะมันเป็นสิ่งที่เพื่อนๆควรค่ากับการรู้สึกด้วยตัวเองค่ะ แต่ก็เพียงพอที่จะพูดได้ว่า หลังจากวิ่งจบ 42 กิโลเมตรแล้ว เพื่อนๆจะรู้สึกภูมิใจมากๆ (และยังคงเหงื่อออกเยอะ เหน็ดเหนื่อย และรู้สึกเหมือนขาของเพื่อนๆกลายเป็นยางย้วยๆไปเลยล่ะค่ะ) และแล้ว เพื่อนๆก็จะไปเจอเพื่อนที่จุดรับกระเป๋า ทักทายกัน แบ่งปันความรู้สึกทั้งดีและแย่ แล้วเพื่อนๆก็จะทำสิ่งที่งี่เง่าด้วยการเปรียบเทียบเวลาวิ่งกัน และถ้าเพื่อนๆต้องการทำลายวันอันแสนวิเศษนี้ เพื่อนๆก็จะปล่อยให้เวลาที่คนอื่นทำได้ดีกว่ารบกวนจิตใจ แล้วก็ทุกข์ไปทั้งวันค่ะ จึงมีคำกล่าวที่ว่า “การเปรียบเทียบนั้นเป็นการขโมยความสุขวิธีหนึ่ง” ดังนั้น จงจำสิ่งที่เพื่อนๆทำได้ในวันนี้ให้ดีนะคะ ไม่มีความจำเป็นที่จะอิจฉาความสำเร็จของผู้อื่น ในเมื่อเพื่อนๆได้ทำสิ่งที่สำเร็จของเพื่อนๆเองแล้วค่ะ

และแล้ว เพื่อนๆเพิ่งกลับถึงบ้านหลังจากมื้ออาหารแห่งการเฉลิมฉลอง เนื้อตัวเพื่อนๆสกปรก และเหนื่อย และตัวเหม็นซะด้วย แต่ก่อนที่เพื่อนๆจะเข้าห้องน้ำอาบน้ำ เพื่อนๆจะต้องทำอะไรบางอย่างที่แย่ๆในความรู้สึกอีกเรื่องค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่จะต้องหยุดความรู้สึกดีๆด้วยข่าวร้ายค่ะ เพราะเพื่อนๆจะต้องแช่ตัวลงไปอยู่ในน้ำเย็น (อุณหภูมิ 15 – 20 องศาเซลเซียส) หรือใช้ถุงน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สามารถคลุมได้ทั้งตัวประคบไว้เป็นเวลา 5 – 10 นาทีค่ะ และเพื่อนๆจะต้องนั่งอยู่ในนั้น หนาวสั่น และเกลียดทุกๆวินาทีที่ผ่านไปค่ะ ถ้าเพื่อนๆไม่ทำอย่างนั้น ร่างกายของเพื่อนๆจะต้องเผชิญกับอาการปวดแสนสาหัสที่จะเกิดขึ้นหลังจากการวิ่งมาราธอนในวันต่อไปนะคะ

เมื่อเสร็จแล้ว เพื่อนๆจึงจะสามารถอาบน้ำได้ แล้วสวมใส่ชุดสบายๆ แล้วจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ และหลับไปโดยฉับพลันระหว่างที่กล้วยยังอยู่ในปากเพื่อนๆอยู่เลย นั่นจึงจะเป็นความรู้สึกที่สุดแสนจะวิเศษค่ะ

ในท้ายที่สุด เพื่อนๆจะได้ทุกๆอย่างที่ต้องการเพื่อการวิ่งมาราธอน หากทำตามคำแนะนำได้นะคะ แล้วมันก็ง่ายมากด้วยที่จะหลีกเลี่ยงบาปหนักเหล่านี้ค่ะ ดังนั้น เมื่อทำตามที่แนะนำได้แล้ว จงเตือนตัวเองว่าเพื่อนๆยอดเยี่ยมแล้วในทุกๆกิโลเมตรที่เพื่อนๆวิ่งไปนะคะ

ขอให้เพื่อนนักวิ่งปลอดภัยไร้บาปในทุกแง่มุมจากการวิ่งมาราธอนครั้งแรกกันนะคะ

(แปลและเรียบเรียงจาก 7 Deadly Sins of Running Your First Marathon โดย Kelaine Conochan จาก Runner’s World)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: