อย่าหวังมากกว่าที่ร่างกายให้ แต่จงให้มากกว่าที่ร่างกายหวัง

ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ต่างก็ชอบการแข่งขันทั้งนั้น ชอบการเอาชนะ ชอบที่จะเป็นที่หนึ่ง หลายคนจึงวิ่งเพื่อหวังถ้วยรางวัล แต่ก็มีอีกหลายคนที่บอกว่า วิ่งไม่เอาถ้วย วิ่งเพื่อสุขภาพ แต่… ทำไมยังมีคำถามจากปากนักวิ่งทั้งหน้าใหม่ และหน้าเก่าว่า “วิ่งได้เพซเท่าไหร่?”

เมื่อธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ได้สร้างให้เรากระหายที่จะเอาชนะแล้ว และเมื่อเอาชนะคนอื่นไม่ได้ อย่างน้อยเราก็อยากจะเอาชนะตัวเอง จึงไม่แปลกใจที่ในวันที่เราเริ่มต้นวิ่งใหม่ๆ เราก็อยากจะวิ่งให้เร็วกว่าเดิม เร็วกว่าเดิม และเร็วกว่าเดิม

เพื่อนๆหลายๆคน จึงจดจ้องอยู่แต่กับนาฬิกา และตัวเลขที่โชว์บนหน้าปัด มากกว่าจะดื่มด่ำกับหยดเหงื่อ เสียงลมหายใจ จังหวะการเต้นของหัวใจ การหดตัวของกล้ามเนื้อขา การเหวี่ยงแขนให้สัมพันธ์กับขา และที่น่าเสียดายคือ ลืมที่จะมีความสุขกับฮอร์โมนแห่งความสุขที่กำลังหลั่งออกมาชะโลมสมองให้ชื่นใจ และทำให้เพื่อนๆมีพลังใจในการวิ่งมากขึ้น

เราจึงขอถามกลับว่า เพื่อนๆที่ต้องการจะวิ่งให้เร็วขึ้นกว่าเดิมนั้น ต้องการจะเร็วขึ้นขนาดไหนคะ หากเพื่อนๆยังคงระยะทางวิ่งเอาไว้ที่ 10 กิโลเมตร แล้วเพื่อนๆเคยใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง แน่นอนค่ะว่า การวิ่งแบบไม่ต้องซ้อมเลย เวลาเท่านี้ เป็นไปได้ และถ้าเพื่อนๆวิ่งสม่ำเสมอ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยไม่ต้องซ้อมอย่างอื่นเลย การวิ่งจบได้ด้วยเวลา 1.30 ชั่วโมง ก็ยังถือว่าสบายๆต่อร่างกาย แต่ถ้าเพื่อนๆตั้งเป้าไว้ว่า 1 ชั่วโมง การไม่เริ่มต้นฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ ก็คือการนำร่างกายของตัวเองเข้าสู่สนามรบ ที่เพื่อนไม่รู้จักแม้แต่วิธีการยิงปืนนั่นเองค่ะ

แล้วถ้าเพื่อนๆยังตั้งเป้าให้วิ่งได้เร็วขึ้นๆอีกเรื่อยๆ จนได้เวลาเท่ากับนักวิ่งระดับโลก ที่ผู้ชายทำสถิติไว้ได้ คือ เคเนนิซ่า เบเคเล (Kenenisa Bekele) นักวิ่งชาวเอธิโอเปีย ใช้เวลาไป 26:17.53 นาที ในปี 2005 และนักวิ่งหญิง อัลมาซ อะยาน่า (Almaz Ayana) จากเอธิโอเปียเช่นกัน ทำเวลาได้ 29:17.45 นาที ในปี 2016 นั่นคือ เวลาที่ไม่ได้แลกมาเพียงแค่การออกไปวิ่งแล้วนะคะ มันคือเวลาที่ต้องทุ่มเททั้งชีวิต ทั้งฝึกซ้อมวิ่งเช้า วิ่งเย็นออกกำลังท้อง แขน ขา ฝึกความคล่องตัว ฝึกความเร็ว วิ่งเร่ง วิ่งผ่อน วิ่งใกล้ วิ่งไกล วิ่งขึ้นเนิน ลงเนิน ฝึกความคล่องตัว ควบคุมอาหาร พักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากออกกำลังกายแล้ว ยังรวมถึงกำลังใจด้วย เรียกได้ว่าเพื่อนๆต้องมีทีมที่คอยสนับสนุนการฝึกซ้อมอย่างถูกต้องและเป็นระบบ เพื่อนๆอาจต้องใช้เวลา 24 ชั่วโมง เพื่อการวิ่งให้ได้ตามแชมป์โลกค่ะ หากเพื่อนๆพร้อมยอมแลกขนาดนั้น มันก็คงห่างไกลกับการวิ่งเพื่อสุขภาพไปมากขึ้นทุกที เพราะมันคือการวิ่งเพื่อการแข่งขันไปแล้ว ไม่ว่าเพื่อนๆจะแข่งกับคนอื่น หรือแข่งกับตัวเองค่ะ และอาจต้องแลกด้วยร่างกายและเวลา ที่สุดท้ายแล้วใช้เงินหาซื้อไม่ได้ แล้วเพื่อนๆที่เป็นมนุษย์เงินเดือนหรือคนที่ยังต้องทำงานทั่วๆไป ดูแลครอบครัว เลี้ยงลูก ทำอาหาร ดูแลพ่อแม่ จะเอาเวลาไหนมาทำได้ขนาดนี้ล่ะคะ

หากเพื่อนๆตั้งเป้าหมายไว้ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง นั่นคือการผลักดันร่างกายเข้าสู่ความผิดปกติไปจากชีวิตประจำวันแล้วค่ะ เพื่อนๆต้องการเวลาที่จะฝึกซ้อมมากขึ้น ต้องการความรู้ในการฝึกซ้อมอย่างครบมิติและถูกต้องโดยที่ไม่บาดเจ็บไปเสียก่อน เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงร่างกายของเพื่อนๆให้พร้อมกับความหนักที่จะรับได้ ใช่ค่ะ ร่างกายเราปรับตัวได้ค่ะ แค่ต้องให้การปรับตัวนั้น สมดุลกับความหนักและเวลาสถิติตามที่เพื่อนๆต้องการค่ะไม่เช่นนั้นแล้ว คงหนีไม่พ้นการบาดเจ็บที่อาจทำให้ต้องหยุดวิ่งถาวรค่ะ

ดังนั้น แทนที่เพื่อนๆจะถามกันเองว่า “วิ่งได้เพซเท่าไหร่?” จึงควรเปลี่ยนคำถามว่า “จะต้องทำอย่างไรให้วิ่งได้เร็วขึ้น?” แทนค่ะและคำถามสุดท้ายจากเราที่จะถามเพื่อนๆ นั่นคือ แล้วตัวเลขเวลาเท่าไร ถึงจะ “เพียงพอ” สำหรับเพื่อนๆคะ เราจะนำพาร่างกายของเราไปทางไหน เพื่อนๆคงเป็นคนที่ตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดค่ะ

ลองนึกย้อนไปถึงสาเหตุที่ทำให้เพื่อนๆลุกออกมาวิ่งในวันแรกกันดูสิคะ บางที มันก็เป็นเพียงเหตุผลง่ายๆซะเหลือเกิน แต่เงื่อนไขที่เราเพิ่มให้กับการวิ่งที่ตามมานั้น มันยุ่งยากไปซะแล้ว จนเราลืมความสุขที่เราได้สัมผัสในวันแรกที่เราวิ่งเข้าเส้นชัยระยะ 10 กิโลเมตรได้ไปจนหมด ลองมองหามันใหม่นะคะ ความสุขตรงนั้น มันยืนยาวกว่าตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา มันยั่งยืนกว่าความคิดที่ว่า จะวิ่งให้เร็วที่สุดค่ะหากเพื่อนๆยังจดจำความสุขในวันนั้นอยู่ในหัวใจมาจนถึงวันที่เพื่อนๆวิ่งได้เร็วที่สุด เราก็ขอดีใจด้วยค่ะ เพราะเมื่อไรที่เราได้ให้การฝึกซ้อมกับร่างกายที่เพียงพอแล้ว ร่างกายจะให้คืนกลับมามากกว่าเวลาที่เพื่อนๆหวังเสมอ อย่าหวังอะไรจากร่างกาย หากเราไม่ได้ให้อะไรที่มากพอค่ะ

ขอให้เพื่อนนักวิ่งมีความสุขกับร่างกายที่มีสุขภาพที่แข็งแรงกันนะคะ

One Comment on “อย่าหวังมากกว่าที่ร่างกายให้ แต่จงให้มากกว่าที่ร่างกายหวัง

  1. ขอบคุณครับกับคำถามที่ให้ฉุกคิด และชวนวิ่งอย่างมีความสุขไปนานๆ

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: