วิ่งตามหาวัด@เมืองสุราษฎร์

ชัยชนะที่จะได้รับในวันนี้ ไม่ใช่การได้รับเหรียญรางวัล หรือถ้วยรางวัล แต่คือการเอาชนะใจตัวเองในการลุกขึ้นจากเตียงอันแสนสบาย หลังจากการเดินทางอันยาวนานในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียเกินกว่าจะก้าวขาออกไปวิ่ง แต่เนื่องจากโปรแกรมทัวร์นี้ได้เตรียมการมาอย่างเรียบร้อยแล้ว เราจึงต้องลุกขึ้นมาเอาชนะใจตัวเอง โปรแกรมทัวร์วันนี้คือ วิ่งตามหาวัดในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี

เราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ให้ตื่นตอน 6 โมงเช้า รอให้ฟ้าสว่าง และแสงแดดยังไม่ร้อนเกินไป หากฟ้ามืดไป การวิ่ง ไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เป็นที่น่ากลัวอย่างยิ่งสำหรับเรา และเราคิดว่าเราจะวิ่งให้จบโปรแกรมภายใน 1:30 ชั่วโมง เพราะต้องรีบกลับมาโรงแรมเพื่อเชคเอาท์และออกเดินทางเที่ยวต่อ ลูกทัวร์กำลังรอเราอยู่แน่นอน

หลังจากลิสต์รายชื่อวัดที่เราจะวิ่งไปหาแล้ว ก็เปิด Google map ใส่จุดหมายปลายทางให้ครบ แล้วก็ออกวิ่งเลย จุดหมายแรกคือวัดโพธาวาส เป็นวัดที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง เป็นทางที่เราไม่ได้ขับรถผ่านตอนเที่ยว วิ่งไปถึงแล้วถึงได้รู้ว่าเป็นวัดที่อยู่ท่ามกลางชุมชน ผู้คนเข้าออกคับคั่งตอนเช้า เพราะอยู่ใกล้ตลาด วัดนี้เราได้ยินการกระจายเสียงเชิญชวนประชาชนเข้าวัดเมื่อวันเสาร์ที่เราไปวิ่งที่เกาะลำพู เป้าหมายเราเพียงแค่ถ่ายรูปประตูวัดมาเท่านั้น ไม่มีเวลาแวะเข้าไปกราบพระแต่อย่างใด เมื่อถ่ายรูปได้แล้วก็ไปจุดหมายต่อไปคือ ตลาดน้ำบ้านดอน เราเพิ่งเห็นชื่อใน Google map เลยวิ่งมาดู คาดว่าคงเปิดเสาร์อาทิตย์ แต่ตอนที่เราอยู่เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ไปเดินตลาดทางด้านทิศเหนือของเมืองซึ่งมีติดๆกันหลายตลาด เลยไม่ได้มาเดินตลาดนี้ ไปตอนเช้าก็เห็นโครงสร้างความสนุกของตอนกลางคืนเป็นอย่างดี

ต่อไปเราก็วิ่งเลาะเส้นทางริมน้ำขึ้นมาทางทิศเหนือ เพิ่งได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นสูง และป้ายสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ทำให้นึกถึงพระองค์ขึ้นมาจับใจ หากไม่มีพระองค์ อาจไม่มีเส้นทางให้เราวิ่งอย่างนี้ก็ได้

เราวิ่งต่อมาเรื่อยๆ ก็เห็นมีชาวบ้านมาตกปลาริมน้ำกันซะเยอะ น่าเสียดายที่ทางวิ่งค่อนข้างแคบ และรากต้นไม้แทงทะลุกระเบื้องขึ้นมา จนกระเบื้องตะปุ่มตะป่ำ ต้องวิ่งอย่างระมัดระวังพอสมควร และบางจุด ก็กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวของคนบางกลุ่มไป บางพื้นที่ก็กลายเป็นกองขยะส่งกลิ่นคุ้ง ทำลายทรรศนียภาพริมน้ำไปอย่างสิ้นเชิง แอบคิดเปรียบเทียบเส้นทางอย่างนี้ที่ต่างประเทศไม่ได้ ที่เค้าจะสงวนพื้นที่ริมน้ำเป็นพื้นที่สาธารณะเท่านั้น

เราวิ่งเลาะเรียบเส้นทางแม่น้ำตาปีขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงจุดนัดพบของคนสุราษฎร์ที่เป็นพื้นที่ตลาดของเมื่อคืนวันอาทิตย์ ตอนเช้าและเย็นเป็นที่ออกกำลังของคนที่นี่

เราวิ่งผ่านวัดกลาง (เก่า) ซึ่งเป็นวัดเล็กๆเงียบๆริมน้ำ เราเห็นวัดนี้แล้วเมื่อวันเสาร์เย็นที่ผ่านมา ตอนมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะริมน้ำยามเย็น

วิ่งต่อลงมาจนเจอศาลเจ้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญของตลาดศาลเจ้าที่เราเดินหาของอร่อยทานอย่างเมามันเมื่อคืน เช้ามาเงียบเหงาไปเลย

เราสังเกตว่าที่นี่มีศาลเจ้าเยอะพอสมควร ไม่ใช่แค่วัดที่เยอะ แต่ศาลเจ้าก็เยอะ รวมไปถึงสุเหร่าด้วย ที่นี่อาจยังไม่เห็นคนมุสลิมเยอะมาก ทำให้เราเห็นการดำเนินชีวิตที่เข้ากันอย่างสมบูรณ์ในเรื่องของศาสนาที่นี่

ศาลเจ้าที่เจอก็จะเป็นศาลเจ้าไหหลำ บ้านดอน และศาลเจ้าฮกเกี้ยน อยู่ติดกัน

วัดต่อไปที่เราจะวิ่งไปหาคือวัดพระโยค เป็นอีกวัดหนึ่งที่ใหญ่พอสมควร แต่ค่อนข้างเงียบในยามเช้า ระหว่างทางวิ่งไปพัฒนาราม เราสะดุดตารูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่เด่นสะดุดตาแต่ไกล จึงวิ่งออกนอกเส้นทางนิดหน่อยเพื่อไปดูใกล้ๆ แรกๆนึกว่าเป็นศาลเจ้า แต่พอวิ่งเข้าไปใกล้ด้านหน้าเห็นเป็นป้ายมูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน เราเลยได้หยุดแวะถ่ายรูปแล้วค่อยวิ่งเลยไปวัดพัฒนาราม ซึ่งเป็นวัดใหญ่อีกหนึ่งวัด

เมื่อวิ่งถึงวัดพัฒนาราม ก็ถึงเวลาวกกลับ วัดถัดต่อไปจากนี้จะค่อนข้างไกล เวลาไม่เอื้ออำนวย เราจึงวิ่งย้อนกลับทางเดิม ฉีกเส้นทางขนานกับเส้นทางที่วิ่งมา ไปหาวัดต่อไปคือวัดไทร วัดนี้คุ้นเคยดี เพราะเสาร์อาทิตย์มีตลาดศาลเจ้า เลยเข้ามาที่วัดนี้ด้วย และเราก็มาทั้งสองวันที่อยู่ที่นี่เลย ตอนเช้าก็เงียบเหงาตามปกติที่ตลาดวาย มีแต่กระดาษสีที่ยังติดกันเป็นแพตลอดซอยที่ยังเป็นสัญลักษณ์ของตลาดหลงเหลือให้เห็นอยู่

เรายังคงวิ่งต่อไป แม้แดดจะเริ่มส่องแสงแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่วิ่งต่อไม่ได้ เพราะอาหารเช้ารอเราอยู่ที่โรงแรม แฮ่ วัดอีกสองวัดคือ วัดธรรมบูชา และวัดไตรธรรมาราม เป็นวัดที่ใหญ่เช่นกัน

พอเจอวัดครบ เราก็รู้สึกดีใจมาก เพราะตอนนั้นหิวได้ที่แล้ว เราก็เลยมุ่งหน้ากลับสู่โรงแรม เราสังเกตได้ว่าแต่ละวัดจะมีประตูวัดชัดเจน ยกเว้นวัดพระโยค ที่เป็นป้ายติดอยู่ด้านข้าง และประตูแต่ละวัดก็มีความสวยงามแตกต่างกันไปซะด้วย

จบเส้นทางวิ่งไปด้วยระยะทาง 8.15 กิโลเมตร ใช้เวลาไป 1:09:17 ชั่วโมง เร็วกว่าที่คิดไว้พอสมควร คงเพราะเราหิวและร้อนนั่นเอง เลยรีบเร่งฝีเท้า แม้แรกๆคิดว่าจะเดินๆวิ่งๆสบายๆ แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้จะต้องรีบ อีกอย่างคือกลัวสายไป ลูกทัวร์จะรอนาน

123 หากไม่ก้าวขาวิ่ง ก็คงจะไม่ได้ชัยชนะ 18

ในที่สุดเราก็ทำตามสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ ถ้าความสำเร็จคือชัยชนะ เราก็สามารถได้รับชัยชนะที่คู่ควร แต่คงจะรับไม่ได้หากเราไม่ก้าวขาออกวิ่งก่อน จบภารกิจแล้ว ก็ไปทานข้าวเช้าได้ เย้!

ขอให้เพื่อนนักวิ่งได้รับชัยชนะที่ตั้งไว้ในใจกันได้ทุกคนนะคะ

13 พ.ค. 62

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: