อย่ามัวร้องไห้เสียดายดวงตะวัน น้ำตานั่นจะบดบังความงามของดวงดาวไปเสียหมด

ชื่อเรื่องวันนี้ไม่ได้ดราม่าอะไรนะคะ เผอิญอ่านเจอวันนี้พอดี และก็เข้ากับความรู้สึกตอนเข้าเส้นชัยนิดๆเท่านั้นเอง

วันนี้ไปร่วมวิ่งกับคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ กับงาน ฬ จุฬาหน้าวิ่ง โดยรายได้จะนำไปใช้ในการขยายตึกเรียน และช่วยในการพัฒนานักศึกษาคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ งานนี้จะวิ่งออกจากคณะนิติ เข้าอังรีดูนังค์ วนซ้ายไปทางพระราม 1 เข้าบรรทัดทอง เข้าจุฬาลงกรณ์ซอย 9 วนไปวิ่งในสนามกีฬาจุฬาฯสักหน่อย แล้วจึงออกมาจบที่คณะนิติเหมือนเดิม

งานวันนี้ดูคนไม่เยอะ ใจก็แอบคิดว่าจะพอติดรางวัลหรือเปล่าน้า แต่ก็ประมาณอะไรไม่ได้นะคะ นักวิ่งรุ่นอายุของเรา 30-39 ปีมีจำนวนมาก และเดี๋ยวนี้ก็เก่งๆกันมากด้วย งานเล็กงานใหญ่เดี๋ยวนี้ไม่เกี่ยวแล้วล่ะค่ะ เอาเป็นว่าวิ่งของเราให้ดีที่สุดก่อนละกันค่ะ

วันนี้เดินทางมางานวิ่งแบบง่วงๆ ยังไม่ตื่นดี เพราะเมื่อคืนนอนไป 5 ชั่วโมงเอง เดี๋ยวนี้ไม่ยอมดื่มกาแฟก่อนวิ่ง อยากวิ่งแบบสดๆ มันท้าทายและสนุกดี ออกจากบ้านช้าไปนิด ยังดีว่าไปถึงงานยังพอมีเวลาได้ยืดกล้ามเนื้ออีกสัก 15 นาทีก่อนปล่อยตัว เลยเชคอินแล้วเข้าไปยืดกล้ามเนื้อรอเวลาปล่อยตัว

หลังปล่อยตัวแล้ว เราตั้งใจว่าจะวิ่งไปเรื่อยๆ คงความเร็วไปเรื่อยๆ แต่ช่วงแรกเผลอเร่งไป เพราะใจไม่ชอบวิ่งบนถนน อยากจะได้เข้าไปวิ่งในเขตรั้วมหาวิทยาลัยเร็วๆ พอวิ่งไปถึงกิโลเมตรที่ 4 ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าวิ่งเร็วเกินไปแล้ว เพราะเริ่มมีอาการหอบหายใจไม่ค่อยทัน จึงผ่อนลงมาให้ได้ความเร็วเท่าที่รู้สึกสบาย เนื่องจากเดี๋ยวนี้ไม่ได้ใส่นาฬิกาแล้ว จึงใช้จังหวะลมหายใจบอกว่าความหนักเป็นอย่างไร

วิ่งมาถึง 2 กิโลเมตรสุดท้าย เจอพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เราวิ่งแซงตอนแรก และพี่เค้าตามมาแซงตอนท้าย และเราแอบเห็นบิบพี่เค้าอยู่ในช่วงอายุ 50 ตอนนั้นที่วิ่งมาทันพี่เค้าอีกรอบ เลยหันไปชมพี่เค้าว่าเก่งจังค่ะ พี่เค้าเลยชวนวิ่งไปด้วยกัน ระหว่างนั้นก็คุยกันบ้างนิดหน่อย แต่เห็นพี่เค้าหอบค่อนข้างเยอะ เลยไม่อยากกวนพี่เค้ามาก วิ่งมาจนถึงสนามกีฬา มีช่างภาพนั่งรอถ่ายรูปกันมากมาย เลยได้ภาพถ่ายจับมือคู่กับพี่เค้าไปเรียบร้อยแล้ว สุดท้ายวิ่งเข้าเส้นชัย พี่เค้าได้ที่ 3 ในรุ่นอายุ 50 – 59 ปี เราก็ได้แสดงความยินดีกับพี่เค้าไปตามระเบียบ สุดท้ายลืมถามชื่อพี่เค้ามาจนได้ แหะ แหะ ตอนวิ่งกันเหนื่อยๆนี่แหละ ได้มิตรภาพดีๆง่ายๆแบบนี้เองค่ะ

ตอนเราวิ่งเข้าเส้นชัย พี่คนที่จัดอันดับนักวิ่งเข้าเส้นชัย มองบิบเราแล้วยกมือทำท่ากากบาทใส่ พร้อมบอกว่า รางวัลหมดแล้วครับ อารมณ์เสียดายก็เด้งขึ้นมาเลย ไม่อยากถามเข้าคนที่เท่าไร เราเองก็พอใจกับการวิ่งของเราในวันนี้แล้ว เพียงแต่รู้สึกเดจาวูค่ะ เคยเจอเหตุการณ์นี้ตอนวิ่งที่งาน SJC ปีที่แล้ว ที่เราทำลายสถิติตัวเองคือ 10 กิโลเมตร ใช้เวลา 49 นาที ยังไม่ติดรางวัลเลย มาคราวนี้ Runkeeper เด้งบอกว่าเราใช้เวลาเป็นอันดับ 2 ของตัวเอง ก็ยังไม่ติดรางวัลอีก เลยเสียดายซะงั้น งานที่เคยได้รางวัลกลับใช้เวลาวิ่งมากกว่านี้อีก แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ มีคนเก่งกว่าเราเสมอ และเราก็บอกไม่ได้ว่าจะมีคนเก่งมาในงานที่เราวิ่งมากน้อยขนาดไหน เราคงต้องกลับไปฝึกอีก เพราะแม้ตอนวิ่งวันนี้ ยังไม่เห็นผู้นำอยู่ข้างหน้าเราเลย เค้าก็คงวิ่งกันเร็วมากจริงๆ เจียมเนื้อเจียมตัวมาก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมกันต่อไปค่ะ 

จบการวิ่งวันนี้ที่เวลา 54.33 นาที ด้วยระยะทาง 9.92 กิโลเมตร และความเร็ว 5.30 นาทีต่อกิโลเมตร อย่างน้อยวันนี้เราได้กลับมาเป็นผู้หญิงแถวหน้าอีกรอบ หลังจากเจ็บเข่าต้องหยุดวิ่งไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว มาจนถึงวันนี้ได้ก็พอใจตัวเองมากมายแล้วค่ะ 

ส่วนหัวเรื่องในวันนี้เกี่ยวอะไรด้วยน่ะเหรอคะ ก็แค่ไม่ได้เห็นแสงตะวัน แล้วมัวแต่ร้องไห้ ก็ทำให้ไม่ได้เห็นแสงดาวซึ่งอาจจะสวยกว่ามากมายก็ได้ วันนี้ทำสถิติเป็นที่ 2 ของตัวเองก็เป็นแสงดาวเล็กๆแล้ว ใช้แสงดาวนี่ล่ะค่ะ นำทางเราต่อไปจนพบแสงดวงตะวันใหม่อีกครั้ง อย่ามัวแต่คร่ำครวญฟูมฟาย ชัยชนะต้องมาจากการฝึกฝนที่ดีเท่านั้น ขอให้เพื่อนนักวิ่งมีแสงดวงดาวเล็กๆเป็นของตัวเองกันทุกคนนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: