Category: ประสบการณ์ฮาล์ฟมาราธอน

เลิกคิดเรื่องที่ว่าจะทำไม่ได้ ให้คิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้ได้ดีกว่า

หลังจากที่เริ่มเจ็บเท้ามาไม่นาน พยายามรักษาตัวเองแล้วก็ดีขึ้นในระดับหนึ่ง หยุดการร่วมงานวิ่งเพื่อแข่งขันมาระยะหนึ่ง จนมาถึงวันนี้ (20 พ.ค. 61) วันที่ในตารางซ้อมไปฟูลมาราธอนบอกว่าให้ไปแข่งฮาล์ฟเพื่อดูเวลาสักหน่อย เราจึงลงงานวิ่งที่มีชื่อว่า “Singha Bangkok Park Run 2018” เอาไว้ และอีกเหตุผลที่ลงงานนี้ เพราะจะได้เข้าไปวิ่งในบึงหนองบอน ที่ได้ยินว่าสวย และใหญ่ เป็นที่ปั่นจักรยานของนักปั่นหลายคน จึงอยากได้ไปวิ่งสักครั้ง จะให้เราขับรถไปเพื่อวิ่งเอง ทั้งสวนหลวง ร.9 และบึงหนองบอนก็ไกลบ้านมากโขอยู่ ขนาดจะมาวิ่งยังต้องมานอนบ้านเพื่อนเลย ไหนๆจะต้องวิ่งแข่งฮาล์ฟแล้ว ก็เลือกเส้นทางวิ่งที่มาแล้วคุ้มเลยจะดีกว่า เราทำงานวันเสาร์เลิก 5 โมง ต้องรีบออกเดินทางไปซีคอนสแควร์เพื่อรับเสื้อและบิบสำหรับวิ่ง ไปถึงประมาณ 6 โมงครึ่ง ทันเวลาพอดี งานนี้มีรับเสื้อหน้างาน แต่เวลาที่ให้รับเป็นเวลาปล่อยตัวนักวิ่งฮาล์ฟไปแล้ว เลยมารับให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า เสื้อวิ่งงานนี้สีสวย แต่ไม่สามารถเลือกทรงผู้ชายได้ ปกติเราไม่ชอบเสื้อทรงผู้หญิงเพราะมักติดสะโพก แต่ก็จำใจใส่ไปค่ะ เพราะชอบแบบและสีจริงๆ เวลาปล่อยตัวนักวิ่งฮาล์ฟคือ 5.15 น. เราตื่นประมาณ 4.00 ทานแซนวิช 1 ชิ้น ดื่มน้ำ 1 ขวด แล้วออกเดินทางไปที่บริเวณงาน ถึงงานก่อนเวลาปล่อยตัว 15 นาที ในงานมีการจัดพื้นที่ให้มีมุมถ่ายรูปบ้าง ก็น่ารักกรุบกริบดี เราไปฝากของแล้ววอร์มอัพ ยืดกล้ามเนื้อ ตัวพออุ่นและเหงื่อออกเล็กน้อย ก็ได้เวลาปล่อยตัวพอดีค่ะ นักวิ่งฮาล์ฟค่อนข้างเยอะ ออกจะเบียดเสียดกันนิดหน่อยที่จุดปล่อยตัว และเส้นทางวิ่งในสวนหลวง ร.9 แต่เมื่อวิ่งออกไปที่ถนนซึ่งปิดถนน 1 เลน และวิ่งเข้าบึงหนองบอนแล้วก็วิ่งสบายขึ้นค่ะ งานนี้ตั้งใจว่าวิ่งรักษาความเร็วให้คงที่ ตั้งแต่ 6:00 – 6.30 ค่ะ ซึ่งเป็นความเร็วที่อยากจะทำได้ในฟูลมาราธอนที่นาวิกโยธินมาราธอนที่จะมาถึง นักวิ่งในงานวันนี้ถือว่าคับคั่ง แต่ก็ไม่ถึงกับแออัดยัดเยียดจนต้องวิ่งหลบซ้ายขวาเหมือนบางงาน เวลาปล่อยตัวฟ้ายังมืดอยู่เราชอบการวิ่งที่ค่อยๆตื่นพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่ค่อยๆทาทับขอบฟ้า จนสว่างคาตา วันนี้แสงอาทิตย์มาอย่างรวดเร็ว ตอนที่วิ่งไปถึงบึงหนองบอนก็สว่างเต็มที่แล้ว สองข้างทางในสวนมีน้องๆที่แต่งตัวเป็นซอมบี้มายืนหลอกหลอน ดีนะที่ตอนวิ่งขาไป ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว ทำให้ไม่ตกใจมาก เพราะน้องๆเล่นส่งเสียงได้น่าเขย่าขวัญมาก ตอนวิ่งกลับมา ยังคิดอยู่เลยว่าน้องๆจะเหนื่อยกันไหม ก็เห็นว่าดูเสียงอ่อยลงไปบ้าง แต่ยังสู้ตาย ส่งเสียง ทำท่าหลอกหลอนได้อยู่ เราได้ยินเสียงคุณลุงที่วิ่งตามมาข้างหลังส่งเสียงทักน้องๆว่า “นี่ๆ ได้กินข้าวกันบ้างหรือเปล่าเนี่ย?” เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มทั้งจากน้องๆซอมบี้และนักวิ่งด้วยกัน นอกจากกลุ่มซอมบี้แล้ว ก็ยังมีกลุ่มซูเปอร์ฮีโร่ เราไม่ได้หยุดถ่ายรูปด้วย มองผ่านๆเหมือนมีสไปเดอร์แมน ฮัลค์ แบทแมน อะไรทำนองนี้ 4-5 คน เราตั้งใจมองคนที่แต่งเป็นฮัลค์ เพราะมีกล้ามจริงๆที่โตมากๆ เห็นเพื่อนนักวิ่งหยุดถ่ายรูปด้วยอย่างสนุกสนาน ดีนะคะ เป็นสีสันของงานค่ะ ตอนวิ่งเข้าบึงหนองบอน ช่วงเข้าโค้งแรก หันไปเห็นวิวน้ำกับพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้น ทำให้รู้สึกสดชื่น แต่ความสดชื่นก็หายไปเมื่อเจอกับเนินแรก แม้ไม่ชันแต่สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมใจมาก็เล่นเอาหวั่นใจค่ะ เนินในนี้ไม่ชันและไม่ยาว ขึ้นๆลงๆพอให้กล้ามเนื้อขาได้ปรับการออกแรงดี เราวิ่งไปถึงจุดกลับตัว ดีใจมากที่ทีมงานแจกผ้าเย็น ช่วยได้มากค่ะ เพราะวันนี้อากาศอบอ้าวมาก เราเอามาเช็ดหน้า พันคอ แวะราดน้ำใส่ผ้าเย็นที่โต๊ะให้น้ำหลังจากนั้น แต่ท้ายๆแล้วเราเอาน้ำเย็นราดหัวแทนค่ะ รู้สึกร้อนอบอ้าวมากจริงๆ พอเจอโต๊ะแตงโม เลยหยิบทานไป 2 ชิ้น ค่อยชื่นใจค่ะ เมื่อกลับตัวแล้ววิ่งกลับทางเดิม ต้องออกมาวิ่งข้างถนน รถค่อนข้างติด และชะลอหน้าสวน กลิ่นควันรถเลยตลบอบอวลพอสมควร แต่ระยะทางแค่ประมาณกิโลเดียว เลยไม่ทรมานมาก กลับเข้าสวนมาก็เจอเพื่อนนักวิ่งมินิกับฟันรันเริ่มมารวมตัวกัน แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ไม่แออัดมากนัก คงเพราะจำกัดจำนวนคน ทำให้ยังวิ่งรักษาความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เหมือนงานวิ่งของยูนิเซฟไลน์ อันนั้นต้องเดินกับวิ่งเหยาะๆเกือบตลอดงาน เหรียญงานนี้เป็นทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งสามารถนำไปต่อกับงานอื่นที่จัดโดยสิงห์ได้อีก 3 งาน จริงๆก็อยากจะไปให้ครบทุกงานเพราะว่าเหรียญสวย แต่เนื่องจากเป็นงานที่จัดต่างจังหวัดทั้งหมด เลยทำให้เราไม่สามารถไปร่วมได้ง่ายๆ จึงเหลืองานที่กรุงเทพฯเท่านั้นที่ไปร่วมด้วยได้    มาดูผลงานกันดีกว่าค่ะ สรุปแล้วจบฮาล์ฟไปได้ในเวลา 2:14:08 ชั่วโมง ความเร็วเฉลี่ยเป็นไปตามที่คิดไว้คือ 6:28 นาทีต่อกิโลเมตร เท้าไม่ออกอาการเจ็บแต่อย่างใด ความเร็วจะมากหน่อยช่วงแรกที่ปล่อยตัว อยากฉีกออกจากฝูงชนเล็กน้อย แล้วค่อยมาชะลอรักษาความเร็วทีหลัง หยุดวิ่งแล้วเดินช่วงพักดื่มน้ำ แล้วจึงค่อยไปต่อ เส้นทางวิ่งในงานนี้เราว่าดีนะคะ ไม่แออัดเกินไป ได้วิ่งออกมานอกสวน และปิดถนนให้หนึ่งเลน เส้นทางในบึงหนองบอนก็สวย แม้จะเป็นระยะฮาล์ฟ หากวิ่งในสวนอาจมีความเสี่ยงงงกับเส้นทางได้ แต่ผู้จัดงานนี้ได้เตรียมเส้นทางได้ดี ไม่วกวน ไม่งง มีป้ายบอกทิศทางที่ดูง่าย มีป้ายบอกระยะทางชัดเจน ไม่สับสน แถมทำเส้นทางทั้ง 3 ระยะแยกกันได้ดี ไม่งงกลับตัวผิดถูก อันนี้ต้องขอชื่นชมค่ะ เนื่องจากวันนี้ตั้งใจแข่งกับตัวเอง จึงปล่อยชีพจรไปตามที่ควรจะเป็น ตามสภาพการแข่งขัน หัวใจจึงเข้าไปอยู่โซน 4 และ 5 ซะมาก ได้ผลทั้งต่อระบบพลังงานทั้งที่ใช้และไม่ใช้ออกซิเจน จำนวนก้าวอยู่ในช่วงกว้างตั้งแต่ 166 ถึง 239 ก้าวต่อนาที เส้นทางวิ่งมีขึ้นเนินลงเนินบ้างให้ได้ท้าทายความสามารถ อากาศพอรับได้ จะมีช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้นแล้วเริ่มร้อนอบอ้าว จนกระหายน้ำได้ง่ายมากขึ้น การวิ่งวันนี้ค่อนข้างพอใจผลการวิ่งของตัวเอง แม้ระยะหลังที่เริ่มเจ็บเท้า เราจะพยายามปรับท่าวิ่ง เน้นใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ซึ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้น ทำให้ความทนทานที่เคยมีน้อยลง ขาล้าง่ายขึ้น แต่ก็ถือว่าต้องปรับตัวใหม่ เดี๋ยวร่างกายก็ชิน คิดซะว่าเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจมากขึ้น จนไม่สามารถวิ่งได้ในอนาคต ความฝันที่จะวิ่งให้ได้จนถึงอายุ 80 ปี อาจต้องพังทลายลง การไม่ยอมรับอะไร มีแต่จะทำให้แย่ลง ให้เลิกคิดเรื่องที่ว่าจะทำไม่ได้ ให้คิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้ได้ดีกว่า เมื่อเงื่อนไขชีวิตเปลี่ยน เราก็ต้องปรับตัวกันไป ถ้าวิ่งอัลตร้าไม่ได้ ก็ลดเหลือฟูล ถ้าวิ่งฟูลไม่ได้ก็ลดเหลือฮาล์ฟ ถ้าฮาล์ฟไม่ได้ก็เหลือมินิ ถ้ามินิไม่ได้ก็เหลือฟันรัน ถ้าวิ่งไม่ได้ก็เหลือเดิน อย่างน้อยชีวิตก็ยังก้าวไปข้างหน้าแค่เพียงเรายกขาก้าวไป แค่นั้นเอง เมื่อประตูบานหนึ่งปิด จะมีอีกบานหนึ่งเปิดเสมอแค่เราหาให้เจอ แล้วเดินไปเปิดมัน ขอให้เพื่อนนักวิ่งมีประตูบานใหม่ให้เปิดไปค้นหากันเสมอนะคะ

การไม่ยอมแพ้ในสนาม ในยามที่ร่างกายยังไหวอยู่ คือความเข้มแข็งที่ยิ่งใหญ่

อะไรคือการสตาร์ทรถแล้วขับออกไปต่างจังหวัด เพื่อเข้าที่พัก รีบทาน รีบนอนพัก และรอพบกับถนนเนินขึ้นลงเขา ระยะทาง 21 กิโลเมตร ในเวลา 5.45 น. วิ่งบนทางนั้นนานถึง 2 ชั่วโมง เพียงเพื่อจะได้ยิ้มและอิ่มใจในช่วงที่ขากำลังก้าวข้ามเส้นชัย แล้วจึงทานข้าวเช้า อาบน้ำ ขับรถกลับบ้าน แล้วนอนพัก ใครหลายคนที่ไม่ได้วิ่ง จะยังคงมีคำถามเสมอว่าจะทำไปทำไม บางทีตัวเราเองก็ยังไม่รู้ตัวเองเลย เวลาให้ทำอะไรอย่างอื่น เช่น ช้อปปิ้ง จ่ายตลาด ทานอาหารรสเลิศ ไม่ค่อยอยากจะทำเท่าไร ช้อปไปสัก 1 ชั่วโมง รู้สึกเหนื่อยกว่าวิ่ง 10 กิโลเมตรอีก ยิ่งเจอแย่งกันตอนลดราคานี่ รู้สึกเหมือนไปออกรบเลยทีเดียว อาจเพราะฮอร์โมนเอนดอร์ฟินที่หลั่งออกมาตามสถานการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละคนส่งผลต่อความสุขของแต่ละคนแตกต่างกันไป สนามเขาใหญ่ฮาล์ฟมาราธอน เป็นอีก 1 สนามที่เราอยากจะไปลงวิ่งอีกสักรอบ อยากจะรู้ว่าจะทำเวลาได้ดีขึ้นหรือไม่ ครั้งที่แล้วได้ซ้อมมาเต็มที่ ยังรู้สึกว่าย่ำแย่…

อย่าถามหาสิ่งที่หายไป แต่จงพอใจในสิ่งที่มีอยู่

วันนี้มีงานวิ่งอีก 1 งานกับการซ้อมวิ่งยาวระยะ 28.8 กิโลเมตรนี่ ออกแนวน่ากลัวกับใจ แต่เมื่อทำได้แล้ว ก็จะสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้นกับฟูลมาราธอนอีกนิดนึงค่ะ แต่เนื่องจากไม่มีงานวิ่งไหนในกรุงเทพจัดงานระยะทางนี้ จึงต้องลงระยะฮาล์ฟและวิ่งต่อเอาเองจนครบค่ะ เราเลือกงาน Fit Your Bone ค่ะ เพราะวิ่งที่สะพานพระราม 8 ตรงไปกลับตัว ตรงกลับมาก็ถึง แบบสบายๆไม่ต้องหลบรถหลบมลภาวะ และมีสวนใต้สะพานให้เราไปวิ่งต่อระยะได้อีก แถมงานนี้เราเคยเข้าร่วมเมื่อเค้าจัดครั้งแรก 2 ปีที่แล้วก็จัดได้ดี เสียดายไม่ได้วิ่งเส้นทางเดิมเหมือนปีแรก แต่ก็เข้าใจในสถานการณ์ได้ดีค่ะ ทุกวันนี้ งานวิ่งที่สะพานพระราม 8 จะปล่อยตัวเร็วมากค่ะ เพื่อเหตุผลดีๆหลายๆอย่าง และครั้งนี้ฮาล์ฟก็ปล่อยตัวตอน 4.15 น. เรียกว่ายังไม่ทันเข้านอนดีก็ต้องตื่นซะแล้ว เช้ามาก แต่ข้อดีคือ ได้ซ้อมการวิ่งกลางคืน เพราะงานฟูลมาราธอนที่จะไปวิ่งปล่อยตัวเช้ากว่านี้มาก คือ 3.30 น. ค่ะ งานนี้เลยบ่นไม่ได้ว่าเช้าจริง…

ผลแพ้ชนะของการวิ่งอยู่ที่ตัวนักกีฬาเอง

และแล้วก็มาถึงวันซ้อมวิ่ง Long run อีกวาระหนึ่งค่ะ วันนี้เรามีภารกิจวิ่งให้ได้ 22.5 กิโลเมตร ด้วยความหนัก 50% ค่ะ แรกๆไม่ได้ลงงานวิ่งอะไรไว้ค่ะ แต่แอบเล็งงานวิ่ง Bangkok Women’s Run 2017 เอาไว้ ซึ่งเปิดรับไปนานแล้ว เราเพิ่งมาเห็นทีหลัง และสุดท้ายก็มีคนปล่อยบิบระยะ 21 กิโลเมตรพอดีค่ะ เลยได้มีโอกาสมาวิ่งที่งานดีๆอีกงานหนึ่งค่ะ งานนี้จัดโดยนิตยสาร Vogue และใช้มาตรฐานงานระดับโลกค่ะ ดูจากลักษณะการประกาศรายละเอียด และการเตรียมตัวล่วงหน้านานมาก แสดงถึงความตั้งใจของผู้จัดเป็นอย่างดีค่ะ งานนี้ประกาศชัดเจนค่ะว่าจัดเพื่อการแข่งขัน และรับเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ดังนั้นเงินที่จ่ายไป นักวิ่งอย่างเราจึงคาดหวังความสมบูรณ์แบบของงานค่ะ และผู้จัดยังประกาศชัดเจนอีกว่าใช้มาตรฐานการจัดของ IAAS และ AIMS ซึ่งเป็นมาตรฐานการจัดงานมาราธอนระดับโลก และยังได้รับการรับรองจัดการแข่งขันตามกฎ กติกา และมาตรฐานจากสหพันธ์กรีฑาแห่งเอเชีย (AAA) และสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ทำให้มีป้ายบอกระยะทางทุกกิโลเมตรชัดเจน…

ฮาล์ฟแรกในชีวิต ไม่คิดว่าจะติดอันดับ

เมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้ถึงวันวิ่งฮาล์ฟแรก ก็รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น จากเดิมที่นับวันรออยู่แล้ว แม้จะลงซ้อมตามโปรแกรม แต่ซ้อมไม่ครบเพราะมัวไปเที่ยวอยู่ 2 สัปดาห์ ความมั่นใจเลยแทบไม่มี เรียกว่าไม่มั่นใจเลยว่าจะวิ่งจนถึงเส้นชัยได้ อาการแพ้อากาศเริ่มมาเยือน เมื่ออากาศเย็นลง 2 วันที่ผ่านมา ทำให้คัดจมูก จึงรีบทานยาแก้แพ้ และเข้านอนตอนสามทุ่ม ตั้งใจว่าจะตื่นตีสามครึ่ง แต่ด้วยความตื่นเต้นจึงทำให้ ลุกมาดูนาฬิกาเกือบทุกครึ่งชั่วโมงก็ว่าได้ แต่ก็หลับได้ดี จนนาฬิกาปลุกตีสามครึ่ง ยังขอหลับต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง สะดุ้งตื่นตอนตีสี่ อุ่นข้าวไก่กระเทียมพริกไทยทาน ตามด้วยกล้วยหอม 1 ลูก กะว่าน่าจะย่อยได้ดีตอนปล่อยตัว ทำให้ไม่จุกแน่ๆ เชคของก่อนออกว่าครบหรือไม่ 1. สายคาดเอวพกมือถือเพื่อบันทึกระยะทาง และเวลาขณะวิ่ง 2. กระดาษทิชชู วิ่งไกล เผื่อไว้ก็ดี ปวดเบาไม่ว่า แต่ถ้าปวดหนักนี่หน้าเขียวได้ โดยเฉพาะวิ่งไกลนี่ กระตุ้นระบบย่อยอาหารได้ดีนักล่ะ 3. Energy pack…