Category: ประสบการณ์วิ่งมาราธอน

อะไรก็ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ จนกว่าจะได้ลงมือทำ

  ในปัจจุบัน เรามีวิธีการเชิญชวนให้คนมาออกกำลังกายกันหลากหลายวิธี และอีกวิธีหนึ่งคือการทำการแข่งขันแบบ Virtual race ถ้าแปลตามคำศัพท์เลย ก็คือการแข่งขันเสมือนจริงนั่นเอง งานที่เราจะเข้าร่วมนี้มีวัตถุประสงค์คือการได้กระตุ้นให้คนมาออกกำลังกายแบบสบายๆไม่กดดันแต่มีเป้าหมาย และมีของรางวัลเป็นเหรียญน่ารักๆ ที่ถูกตาต้องใจเรามากๆ และที่เราเข้าร่วม ไม่ใช่เพราะอยากโดนกระตุ้นให้มาออกกำลังกายนะคะ เราออกกำลังเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เพราะเหรียญที่แสนจะดึงดูดความสนใจได้มากนี่ล่ะค่ะ งานนี้มีชื่อว่า Virtual Tri of Honor เป็นเหมือนการแข่งขันไตรกีฬา แต่ไม่ใช่แข่งรวดเดียวจบ และไม่ใช่งานแข่งขันกับคนอื่นนะคะ กลับเป็นงานแข่งขันกับตัวเองมากกว่าค่ะ กติกามีอยู่ว่า ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน จะต้องเก็บระยะการออกกำลังตามประเภทและระยะทางให้ครบตามที่กำหนด และภายในเวลาที่กำหนด ก็จะได้รับเหรียญรางวัลไปเลยค่ะ การออกกำลังมี 3 ประเภท คือ วิ่ง ขี่จักรยาน และว่ายน้ำค่ะ ระยะทางที่กำหนดคือ วิ่งให้ได้ 42 กิโลเมตร ขี่จักรยาน 50 กิโลเมตร และว่ายน้ำ…

มาราธอนแรก…ศิลปะการเดินทางระหว่างใจกับกาย

ในที่สุดก็มาถึงวันแห่งการรอคอยที่ยาวนาน หลังจากที่สมัครงานมาราธอนของนาวิกโยธินแล้วต้องลดระยะเหลือฮาล์ฟ เพราะเกิดเจ็บ ITB ทำให้ซ้อมไม่ทัน เรายังไม่หมดหวังกับมาราธอนภายในปีนี้ตามที่ตั้งใจไว้ จึงลงงานล้านนามาราธอนในวันที่ 19 พ.ย. 60 เอาไว้ และเริ่มต้นเข้าโปรแกรมซ้อมสำหรับนักวิ่งเริ่มต้นเป็นเวลานาน 6 เดือน ระหว่างโปรแกรมซัอม ป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลไป 2 ครั้ง ผ่าตัดเล็ก 1 ครั้ง แต่ละครั้งต้องพักฟื้นไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ ยังโชคดีที่ช่วงป่วยนั้น เป็นช่วงผ่อนโปรแกรมซ้อมพอดี จึงยังได้ซ้อมวิ่งยาวเพิ่มระยะมาเรื่อยๆ จริงๆควรได้ซ้อมเพิ่มระยะถึง 35 กิโลเมตร แต่ด้วยป่วยรอบสุดท้าย จึงทำให้ต้องข้ามไป ได้ระยะซ้อมสูงสุดที่ 30 กิโลเมตร ที่เหลือค่อยไปคว้าเอา แต่ก็ตกลงกับตัวเองไว้แล้ว ว่าถ้าไม่ไหวก็ DNF ไป ในเมื่อร่างกายไม่พร้อม เรามาเที่ยวเชียงใหม่ล่วงหน้าก่อนวันวิ่ง 4 วัน…

ไม่สำคัญว่าอะไรทำให้เราล้มลง แต่สิ่งสำคัญคือเราจะยังคงลุกขึ้นสู้ใหม่หรือไม่

หลังจากมีความจำเป็นต้องห่างหายจากการวิ่งไป 2 สัปดาห์เนื่องจากอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรง ชนิดต้องนอนโรงพยาบาลไป 1 คืน การวิ่งเข้าห้องน้ำถ่ายเหลวเป็นสิบกว่าครั้งภายใน 1 คืน และเป็นซ้ำอีก 1 คืน รวมเป็น 2 คืน พร้อมกับเป็นไข้ ปวดเมื่อยเนื้อตัว แม้จะพยายามอัดเกลือแร่ และน้ำให้เพียงพอกับของเหลวที่เสียไป แต่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เพียงพอ อาการแสดงออกถึงความเมื่อยล้า เหนื่อยชนิดขึ้นบันได 3 ชั้น ก็แทบจะลมจับ จากที่เคยวิ่งขึ้นชั้น 4 ได้สบายๆ เล่นเอาหมดกำลังใจกันเลยทีเดียวค่ะ ทานข้าวต้มได้อย่างเดียวตลอด 7 วันแรก เรื่องว่าจะออกไปซ้อมวิ่งนี่ไม่มีอยู่ในหัวเลย แถมหลังจากอาการอาหารเป็นพิษดีขึ้น โรคกระเพาะก็ตามมาอีก จุกจนทานอะไรไม่ได้ไปอีกหลายวัน กว่าร่างกายจะฟื้นตัว กลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง ก็ผ่านไปแล้วเกือบ 2 สัปดาห์ ระหว่าง 2 สัปดาห์นั้น…

การวิ่งไม่ใช่แค่การเข้าเส้นชัย แต่คือการฝึกที่จะทำความเข้าใจร่างกายตัวเอง

หลังจากที่ต้องพักการวิ่งอย่างสงบมา 1 สัปดาห์เนื่องจากเจ็บกล้ามเนื้อขาหนีบจากการวิ่งไกลสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างพักก็ทำได้แค่ ประคบเย็น ลงเลเซอร์ และยืดกล้ามเนื้อรอเวลา แรกๆก็กลัวว่าจะหายไม่ทันวันนี้ แต่ก็ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก หายทันพอดี จึงได้มาวิ่งอีกวาระหนึ่ง ระยะซ้อมวิ่งไกลวันนี้แค่ 12.8 กิโลเมตรค่ะ เป็นช่วงเรียวโปรแกรม ก่อนจะเจอช่วงไกลจริงคือ 32 กิโลเมตรในอีก 2 สัปดาห์ จริงๆแล้วสัปดาห์ที่ผ่านมาควรวิ่งสั้น 3 วัน ระยะรวม 24 กิโลเมตร แต่ก็ต้องพักไป เลยตกลงกับตัวเองว่า วันนี้วิ่งเท่าที่ไหว ต้องคอยดูอาการเจ็บขาหนีบด้วยว่าจะเป็นกลับมาอีกหรือไม่ วันนี้ลงงานวิ่งของเมืองไทยมาราธอนไว้ ระยะแค่ 10 กิโลเมตรค่ะ เป็นงานที่จัดมาหลายปีแล้ว เพิ่งได้มาเข้าร่วมครั้งแรกค่ะ การแข่งขันมีเงินรางวัลด้วย และมีทุกระยะ ตั้งแต่ Fun run จนถึง Full marathon…

อย่าถามหาสิ่งที่หายไป แต่จงพอใจในสิ่งที่มีอยู่

วันนี้มีงานวิ่งอีก 1 งานกับการซ้อมวิ่งยาวระยะ 28.8 กิโลเมตรนี่ ออกแนวน่ากลัวกับใจ แต่เมื่อทำได้แล้ว ก็จะสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้นกับฟูลมาราธอนอีกนิดนึงค่ะ แต่เนื่องจากไม่มีงานวิ่งไหนในกรุงเทพจัดงานระยะทางนี้ จึงต้องลงระยะฮาล์ฟและวิ่งต่อเอาเองจนครบค่ะ เราเลือกงาน Fit Your Bone ค่ะ เพราะวิ่งที่สะพานพระราม 8 ตรงไปกลับตัว ตรงกลับมาก็ถึง แบบสบายๆไม่ต้องหลบรถหลบมลภาวะ และมีสวนใต้สะพานให้เราไปวิ่งต่อระยะได้อีก แถมงานนี้เราเคยเข้าร่วมเมื่อเค้าจัดครั้งแรก 2 ปีที่แล้วก็จัดได้ดี เสียดายไม่ได้วิ่งเส้นทางเดิมเหมือนปีแรก แต่ก็เข้าใจในสถานการณ์ได้ดีค่ะ ทุกวันนี้ งานวิ่งที่สะพานพระราม 8 จะปล่อยตัวเร็วมากค่ะ เพื่อเหตุผลดีๆหลายๆอย่าง และครั้งนี้ฮาล์ฟก็ปล่อยตัวตอน 4.15 น. เรียกว่ายังไม่ทันเข้านอนดีก็ต้องตื่นซะแล้ว เช้ามาก แต่ข้อดีคือ ได้ซ้อมการวิ่งกลางคืน เพราะงานฟูลมาราธอนที่จะไปวิ่งปล่อยตัวเช้ากว่านี้มาก คือ 3.30 น. ค่ะ งานนี้เลยบ่นไม่ได้ว่าเช้าจริง…

อย่าเอาเงินเป็น ตัวชี้ขาด แต่จงเอาความสามารถเป็นตัวชี้นำ

ระยะซ้อมของเมื่อวาน ถูกยืดมาวิ่งวันนี้ วันที่เรารอคอยจะได้วิ่งงานนี้ค่ะ Unicef Line Run ที่สวนหลวง ร. 9 เพราะคาแรคเตอร์ไลน์ที่น่ารัก ทำแบบเสื้อและเหรียญออกมาน่ารัก เสื้อมีประเป๋าเล็กให้ด้วยค่ะ ชอบมาก ณ จุดนี้ ไกลขนาดนี้ ก็ยอมมาค่ะ ค้างห้องเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆเอาค่ะ แม้ราคาค่าสมัครออกจะแพงไปมากคือ 1,000 บาททุกระยะ แต่เพราะนอกจากได้ทำบุญให้เด็กน้อยแล้ว ยังได้รับใบเสร็จไว้ลดหย่อนภาษีด้วย นอกจากนั้นก็มีแก้วน้ำพลาสติกเพิ่มมาให้อีก 1 กระบอกค่ะ งานนี้รู้อยู่แล้วว่าเป็นการระดมทุนให้กับองค์กร Unicef ที่เป็นที่รู้จักกันดี ซ้ำยังจับมือกับการ์ตูนไลน์ ทำให้เป็นที่สนใจของนักวิ่งจำนวนมาก แถมยังไม่มีรางวัลให้คนวิ่งเร็ว แต่มีให้กับทีมที่สามารถรวบรวมเงินบริจาคได้สูงสุด ก็แปลกดีค่ะ ไม่เหมือนงานอื่น และทำให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนของผู้จัดค่ะ แต่…งานลักษณะนี้ ก็เป็นเหมือนอีกหลายๆงานที่จัดพักหลังนี้ค่ะ ทำให้ผิดหวังไม่น้อยค่ะ เป็นอีกหนึ่งงานที่หนีไม่พ้นการจับนักวิ่งเป็นตัวประกัน ใช้การจัดงานวิ่งเป็นตัวล่อ ใช้ภาพนักวิ่งเป็นฉากหลังเพื่อระดมทุนทำยอด โดยไม่สนใจนักวิ่งว่าสภาพจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะตอนหลังวิ่งค่ะ…

Don’t be afraid to fail. Be afraid not to try.

หลังจากพลาดงานวิ่งไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพราะดันเป็นไข้หวัดใหญ่เลยต้องนอนโรงพยาบาลไปสองคืน กว่าจะกลับมาวิ่งได้ก็ผ่านไปเกือบสัปดาห์ เพราะแข้งขาเริ่มงงๆว่าจะวิ่งไปทางไหนยังไง โชคดีที่สัปดาห์ที่แล้วเป็นช่วงผ่อนโปรแกรมซ้อมพอดี เลยถือโอกาสพักให้เต็มที่ค่ะ พอมาสัปดาห์นี้จึงเป็นวันวิ่งยาวอีกครั้งหนึ่ง และภารกิจวันนี้คือ 25.6 กิโลเมตร เราลงสมัครงานวิ่งที่กุ๊กกิ๊กน่ารักมากชื่อว่า Run to School ปี 2 รายได้ส่วนหนึ่งมอบเป็นทุนการศึกษาแก่น้องๆในมูลนิธิดวงประทีป เพื่อการศึกษาของเด็กยากจน และพัฒนาคนยากไร้ ที่สมัครงานนี้เพราะจัดที่สวนลุม วิ่ง 10 กิโลเมตรจบแล้วก็สามารถวิ่งต่อได้เลย งานนี้จัดโดยทีมมดงานใหญ่ ทั้งเสื้อและเหรียญออกแบบได้น่ารักมาก เห็นแล้วอยากจะได้เหรียญทันที แถมเสื้อก็น่ารักซะด้วย เลยตัดสินใจไม่ยากค่ะ โดยปกติจะไปถึงก่อนงานเริ่ม และวิ่งก่อน แต่เนื่องจากเมื่อคืนมีภารกิจทำให้กลับดึก เลยตื่นพอดีให้ไปถึงงานเวลาปล่อยคัวคือ 6 โมงเลยค่ะ วันนี้ไม่มั่นใจเลยว่าจะวิ่งครบระยะ เพราะ 3 วันก่อนเริ่มกลับไปวิ่ง Short ต้นขายังไม่หายระบมค่ะ วันนี้ไม่แน่ใจว่าจะวิ่งได้สักเท่าไร แต่ก็เอาเถอะนะ คิดถึงตอนที่ต้องวิ่ง 42…

ผลแพ้ชนะของการวิ่งอยู่ที่ตัวนักกีฬาเอง

และแล้วก็มาถึงวันซ้อมวิ่ง Long run อีกวาระหนึ่งค่ะ วันนี้เรามีภารกิจวิ่งให้ได้ 22.5 กิโลเมตร ด้วยความหนัก 50% ค่ะ แรกๆไม่ได้ลงงานวิ่งอะไรไว้ค่ะ แต่แอบเล็งงานวิ่ง Bangkok Women’s Run 2017 เอาไว้ ซึ่งเปิดรับไปนานแล้ว เราเพิ่งมาเห็นทีหลัง และสุดท้ายก็มีคนปล่อยบิบระยะ 21 กิโลเมตรพอดีค่ะ เลยได้มีโอกาสมาวิ่งที่งานดีๆอีกงานหนึ่งค่ะ งานนี้จัดโดยนิตยสาร Vogue และใช้มาตรฐานงานระดับโลกค่ะ ดูจากลักษณะการประกาศรายละเอียด และการเตรียมตัวล่วงหน้านานมาก แสดงถึงความตั้งใจของผู้จัดเป็นอย่างดีค่ะ งานนี้ประกาศชัดเจนค่ะว่าจัดเพื่อการแข่งขัน และรับเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ดังนั้นเงินที่จ่ายไป นักวิ่งอย่างเราจึงคาดหวังความสมบูรณ์แบบของงานค่ะ และผู้จัดยังประกาศชัดเจนอีกว่าใช้มาตรฐานการจัดของ IAAS และ AIMS ซึ่งเป็นมาตรฐานการจัดงานมาราธอนระดับโลก และยังได้รับการรับรองจัดการแข่งขันตามกฎ กติกา และมาตรฐานจากสหพันธ์กรีฑาแห่งเอเชีย (AAA) และสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ทำให้มีป้ายบอกระยะทางทุกกิโลเมตรชัดเจน…

ถ้ามัวแต่อยู่ในโลกแห่งความฝัน โลกแห่งความจริง จะปลุกคุณตื่นขึ้นมาเอง

นาฬิกาปลุกตอนตีสี่ครึ่ง แต่เรายังอยากจะนอนกลิ้งอยู่ เพราะระยะซ้อมวันนี้ ทำเอาอยากนอนต่อจริงๆ นั่นคือ 19.2 กิโลเมตรค่ะ แต่ในเมื่อเราลงสมัครงานวิ่งราคาแสนถูก และหลายๆคนยื้อแย่งและลงสมัครไม่ทันเอาไว้ แถมใกล้บ้านอีกต่างหาก เลยดูจะไม่มีเหตุผลใดๆที่จะไม่ลุกจากเตียงค่ะ วันนี้ (27 ส.ค.60) เราเข้าร่วมงานวิ่งที่มีชื่อว่า “กอช.มินิมาราธอน Run for the Blind” ที่สวนรถไฟ จัดโดยกองทุนการออมแห่งชาติ และกระทรวงการคลังค่ะ เค้าว่ากันว่า งานวิ่งแต่ละงานที่เราไปร่วมนั้น มีเรื่องราวเสมอ ถ้าจะถามเรื่องราวงานวิ่งวันนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้นการสมัครค่ะ เราเองมองหางานวิ่งทุกวันอาทิตย์ไว้ เพื่อช่วยกระตุ้นการซ้อมไปมาราธอน แต่วันที่ 27 ก.ย. นี้ หายังไงก็ยังไม่มีใครจัดงานที่เราอยากไปและใกล้บ้าน และแล้วประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนหน้านี้ ก็เห็นประกาศของงานนี้ในเพจวิ่งไหนดี และเห็นว่ายังไม่เปิดรับสมัคร แต่สิ่งที่น่าสนใจมากๆคือราคาค่าสมัครเพียงแค่ 100 บาทเท่านั้นเอง แถมมีเงินรางวัลให้กับนักวิ่งที่วิ่งเข้าเส้นชัย…

จงฝึกตนให้อย่าหยุดวิ่ง

ในวันที่อากาศไม่เป็นใจ วันที่ร่างกายไม่เป็นใจ วันที่จิตใจไม่เป็นใจ ก็ทำให้ไม่อยากจะทำอะไรสักอย่าง อย่างวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ทำงานเยอะมา 2 วันติด แถมอาการแพ้อากาศกำเริบ เวลานอนไม่พอ ตื่นมาตอนเช้าแม้ฝนเพิ่งหยุดตกไม่นาน แต่อากาศร้อนอบอ้าวอย่าบอกใคร ดีที่ลงสมัครงานวิ่งเอาไว้ ด้วยความตั้งใจว่าเราอยากจะไปตั้งแต่ต้นเดือน เลยยอมขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงตอนตี่สี่ครึ่ง เมื่อวานไม่ได้ไปรับบิบและเสื้อไว้ วันนี้ (20 ส.ค.60) จึงไปก่อนเวลาเล็กน้อยเผื่อเวลารับเสื้อและบิบค่ะ วันนี้ลงสมัครงานวิ่งชื่อว่า School Supply Drive Fun Run ที่สวนรถไฟ จัดโดย Adventist Youth Association และ Seventh Day Adventist ร่วมกับทีมจัด Run Around Thailand รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายการจัดงานจะมอบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอาหารและอุปกรณ์การศึกษาในโรงเรียนที่ห่างไกล และมอบให้กับมูลนิธิ SafeHaven เพื่อเด็กกำพร้าที่บ้านท่ายาง จังหวัดตาก และโรงเรียนที่ยากจนในพื้นที่กรุงเทพฯ…

ไม่ใช่แค่ตั้งใจชนะ แต่ตั้งใจเตรียมตัวชนะต่างหาก ที่จะสร้างความแตกต่างได้

ถึงวันอาทิตย์อันแสนสุขอีกครั้ง และก็ถึงเวลาที่เราจะได้วิ่งอีกครั้งหนึ่ง ใจนี่กระโดดไปถึงสวนแล้วแต่เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย รวมกับระยะซ้อมที่มากขึ้น และโปรแกรมซ้อมที่เข้มข้นขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้ร่างกายไม่อยากจะลุกขึ้นมาจากเตียงเลย แต่เนื่องจากนัดคุณพ่อคุณแม่ไว้แล้วว่าจะไป เลยทำให้ลุกขึ้นมาได้ค่ะ ไปถึงสวนลุมก็ตีห้าครึ่ง เริ่มวอร์ม เริ่มวิ่งก็เมื่อตีห้าสี่สิบห้า วันนี้เราต้องซ้อมระยะ 17.6 กิโลเมตร นับได้คร่าวๆก็ 7 รอบสวนลุมเอ๊ง! ว่าแล้วก็รีบวิ่งก่อนแดดออกจนร้อนทำให้พลังงานตอนท้ายยิ่งหดหายไปอีกดีกว่าค่ะ วันนี้เรามีร่วมงานที่จัดที่สวนลุมด้วยค่ะ ชื่องาน Give Charity Run 2nd 2017 เป็นงานวิ่งที่จัดโดยมูลนิธิกระจกเงา และใช้ผู้จัดหน้าใหม่หน่อย ชื่อ Runrhythm มูลนิธิกระจกเงานี่ก็เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางแล้วนะคะ ในเรื่องของการช่วยเหลือเด็กหายเป็นหลัก และยังมีการช่วยเหลือเรื่องอื่นๆให้กับสังคมด้วย ทั้งงานด้านสิทธิมนุษยชน งานด้านสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ งานพัฒนาอาสาสมัครและการแบ่งปันทรัพยากร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเรียนรู้และการใช้ชีวิต โดยมีพื้นที่ปฏิบัติงานทั้งบนสังคมออนไลน์ (Internet) สังคมเมืองและสังคมชนบท โดยทำหน้าที่เป็นกระจกเงา ที่สะท้อนเรื่องราว ความเป็นจริงของสังคมและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมค่ะ นี่ไปหาข้อมูลมาซะยาวเลย เอาเป็นว่า…

ยิ่งฝึกมาก ยิ่งแพ้ยาก

เมื่อถึงเวลาต้องลุกออกไปซ้อม เราก็ต้องออกไปซ้อมนะคะ อย่าโอ้เอ้อยู่บนเตียงนาน ความขี้เกียจจะเริ่มเกาะตัวค่ะ วันนี้ (6 ส.ค. 60) ก็เป็นวันซ้อม 16 กิโลเมตรของเราเช่นกันค่ะ จากที่เคยกลัวว่าจะไม่ลุกจากเตียงตอนนี้ไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่ แต่ที่เป็นปัญหาก็คือกลัวว่าจะวิ่งไม่ถึงระยะซ้อม เพราะระยะซ้อมที่ยาวนานมากขึ้นนี่สามารถบั่นทอนกำลังใจและความตั้งใจได้เลยค่ะเลยต้องลงงานวิ่งเอาไว้ช่วยกระตุ้นตัวเองค่ะ หาไปหามาก็เจองานนี้นะคะ ชื่องานน่ารักว่า “วิ่งนี้เพื่อแมวจร ปี 2” หรือ “Kingdom of Tigers Run 2017” ค่ะ ชื่องานก็บอกจุดประสงค์งานละค่ะว่าวิ่งเพื่อเอาเงินไปช่วยเหลือแมวจรจัดค่ะ และงานนี้ก็จัดที่สวนลุมซึ่งเป็นสนามซ้อมเราพอดีค่ะ แต่เรามาเจองานนี้ช้าไปจึงพบว่า แพคเกจค่าสมัครที่ถูกที่สุดได้เต็มแล้ว เหลือแต่ค่าสมัครที่แพงขึ้น แต่จะได้หมวกเพิ่ม หากแพงกว่านั้น ก็จะได้กระเป๋าด้วย คิดไปคิดมา เอาตามกำลัง ลงราคาที่พอจ่ายได้ คือแค่พอได้หมวกดีกว่าค่ะ และอีกอย่างที่สำคัญและทำให้อยากได้ไปงานนี้ก็คือ เหรียญน่ารักมากค่ะ เป็นรูปรอยพิมพ์เท้าแมวสีส้ม เลยทำให้การตัดสินใจเข้าร่วมงานง่ายขึ้นค่ะ เราไปถึงสวนลุมก่อนเวลาปล่อยตัว 40…

ความพยายามไม่เคยทำให้ใครพ่ายแพ้ ความท้อแท้ไม่เคยทำให้ใครชนะ

สโลแกนนี้ไปพบใน Facebook ของพี่นักวิ่งท่านหนึ่ง ชอบในความหมายเลยพิมพ์เก็บไว้ค่ะ พอดีวันนี้ไปวิ่งมา และทำให้นึกถึงคำพูดนี้ จึงหยิบมาเป็นหัวข้อในวันนี้ซะเลยค่ะ วันนี้ไปร่วมวิ่งกับงานชื่อว่า “Actionaid Action Run วิ่งด้วยกัน Run เพื่อโรงเรียนเล็ก” ซึ่งจัดขึ้นที่สวนหลวง ร.9 งานนี้มีระยะวิ่งที่ไม่เหมือนใครคือ 4.6 และ 13.2 กิโลเมตร เพราะเป็นระยะทางที่น้องนักเรียนต้องเดินไกลขึ้นเพื่อไปโรงเรียนใหม่ เนื่องจากโรงเรียนเดิมถูกยุบไปค่ะ บางบ้านจึงไม่ให้ลูกไปเรียนหนังสือ ทำให้เด็กๆมีโอกาสเข้าใกล้ความยากจน ความไม่มีอนาคต และความไม่มีจริยธรรมมากขึ้นค่ะ ทางมูลนิธิ Actionaid จึงจะนำรายได้จากงานวิ่งครั้งนี้ไปรักษาโรงเรียนของเด็กๆ ในโครงการโรงเรียนขนาดเล็กไม่ให้ถูกปิดนะคะ โดยที่ทางมูลนิธิจะสอนวิธีการให้โรงเรียนขนาดเล็กมีระบบการเรียนรู้และการสอน เพื่อต่อยอดในการพัฒนาตนเอง และเติบโตเป็นแม่แบบให้กับโรงเรียนขนาดเล็กต่อไปค่ะ โดยส่วนตัวชื่นชอบที่มาของงานนี้มาก เพราะไม่เคยเห็นด้วยกับนโยบายควบรวมโรงเรียนเลยค่ะ รู้สึกว่ามันขัดต่อรัฐธรรมนูญเลยด้วยซ้ำที่ตอกย้ำว่าทางรัฐจะต้องให้ประชาชนได้เรียนอย่างทั่วถึง การยุบโรงเรียนจำนวนมากแสดงถึงความไม่ใส่ใจในการศึกษาของเด็กๆที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เด็กที่อยู่ในหุบเขา ควรมีโรงเรียนในหุบเขาให้เค้าได้เรียน ไม่ใช่ให้เด็กเดินลงจากเขา 20 กิโลเมตรเพื่อไปเรียนในโรงเรียนที่ใหญ่กว่า แล้วอ้างว่าเด็กจะได้เรียนรู้มากขึ้นค่ะ…

จะวิ่งหรือเดิน เราเลือกได้ และก็ถึงเส้นชัยเหมือนกัน

อยากเดินหรือวิ่งในงานวิ่ง ไม่มีใครว่าอะไรนะคะ ไหนๆก็มาร่วมงานวิ่งแล้ว เลือกทำที่เรามีความสุขกันดีกว่า วันนี้มีนัดเดินกับคนรู้ใจที่ชวนกันมาเดินได้สักทีที่งาน RMHC Minimarathon Run for Kids 2016 งานนี้โดนเลื่อนมาจากปีที่แล้ว เนื่องด้วยเหตุการณ์การสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 จัดโดยแมคโดนัลด์ รายได้ทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย เพื่อผู้ป่วยเด็กและครอบครัว เนื่องจากธีมงานเป็นฮัลโลวีน เพราะปีที่แล้ว ช่วงจัดงานตรงกับช่วงฮัลโลวีนพอดี เลยยังได้เห็นประกวดแต่งแฟนซีชุดผีๆมาร่วมด้วย เพิ่มสีสันดี ผู้จัดงานนี้คือ Amazing Field ก็เลยค่อนข้างสบายใจเรื่องของมาตรฐานงานวิ่ง งานนี้ตั้งใจพาคนรู้ใจมาเดิน 3 กิโลเมตร แต่วันนี้ตารางซ้อมคือวิ่ง 5 กิโลเมตร จึงตั้งใจมาถึงสวนลุมกันแต่เช้ามืดเพื่อหาที่จอดรถ ตีห้าครึ่งก็ได้จอดรถแล้ว เกือบไม่มีที่จอด เราเลยไปวิ่งก่อน 5 กิโลเมตร แล้วค่อยมาที่จุดปล่อยตัวตอน 7…

การเตรียมตัวเป็นเรื่องที่ดี แต่การไม่มีบิบเป็นเรื่องที่เซ็ง

ก่อนออกงานวิ่ง เราต้องมีการเตรียมตัวสักเล็กน้อยใช่ไหมคะ ชุดวิ่งกับบิบที่ติดเรียบร้อย ควรวางรออยู่บนที่ของมันเพื่อการคว้ามาใส่ได้เลยยามที่เราเพิ่งตื่นและยังงัวเงียอยู่ แม้ในยามเช้าตรู่ที่ฟ้ายังไม่สาง ปกติเราก็จะเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมน่ะแหละค่ะ แต่คืนก่อนหน้ามีเหตุขลุกขลัก ทำให้ต้องรีบนอน ตื่นมาค่อยว่ากันซะงั้น และแล้วเราก็เดินทางถึงสถานที่จัดงานวิ่งชื่อว่า คณะกายภาพบำบัดเซนต์หลุยส์มินิมาราธอน 2017 ที่จัดขึ้นที่วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ก่อนเวลาปล่อยตัวคือ 5.30 น. เพียง 20 นาทีค่ะ แต่ไปในสภาพที่ไม่มีสายรัดเอว เพราะลืมพกมาค้างบ้านเพื่อนด้วย เลยใช้กระเป๋าเล็กๆของเพื่อนสะพานแทน ซ้ำร้ายกว่านั้นไม่ได้หยิบบิบติดตัวมา ลองเตร่ไปที่โต๊ะลงทะเบียนที่เป็นน้องๆอาจารย์และเป็นนักกายภาพบำบัดด้วยกัน ไถ่ถามได้ความว่าบิบหมดแล้ว ไม่มีขายให้ ไม่มีฝากขาย ไม่สามารถออกใหม่ให้ได้ แต่ร่วมวิ่งได้ เลยไม่รู้จะยังไงดี ใจนึงก็คิดว่าวิ่งตัวเปล่าๆไป แต่ก็แอบเสียดายที่จะไม่ได้เหรียญทั้งที่เสียเงินไปแล้ว แอบเจ็บใจตัวเองในความรีบร้อนจนสะเพร่าซะเอง ไม่รู้จะโทษใคร น้องที่โต๊ะลงทะเบียนได้แนะนำให้รู้จักกับน้องนักกายภาพบำบัดอีกคนหนึ่งที่เพื่อนไม่ได้มาวิ่ง และมีบิบเปล่า 2 ใบ เลยบอกน้องว่าขอซื้อต่อก็ได้ ไม่เอาเสื้อก็ได้ น้องบอกติดต่อเพื่อนไม่ได้ ให้เรารอก่อน แล้วน้องก็เดินหายไป ยืนยืดรอน้องเค้าจนได้เวลาปล่อยตัว 9.1…

ไปเรื่อยๆ ไปช้าๆ…ท่องจำให้ขึ้นใจ

ทำยังไงให้วิ่งช้าลง ในเมื่อสมองมันจำได้แต่ก้าวขาที่ยาว และเร็ว ยิ่งรวมกับบรรยากาศงานวิ่ง มีสิ่งกระตุ้นเยอะ ขายิ่งก้าวฉับๆกันเลยทีเดียว แต่คราวนี้ต้องพยายามสั่งร่างกายให้ช้าลงๆให้ได้ค่ะ งานวิ่งที่มาเข้าร่วมวันนี้ชื่อว่า You Run You Share จัดขึ้นที่สวนรถไฟ โดยพฤกษา และ Amazing Field ค่ะ เป็นงานเล็กๆ มาทีหลังงานใหญ่ๆงานอื่น จึงมีนักวิ่งมาร่วมไม่มากนัก จำนวนประมาณ 1,000 คนค่ะ วันนี้ตั้งใจวิ่ง 10 กิโลเมตรค่ะ เป็นครั้งแรกหลังจากต้องหยุดวิ่งเพราะเจ็บเข่ามานานเกือบ 2 เดือน และเนื่องจากเราตั้งเป้าหมายวิ่งมาราธอนในอีก 6 เดือนข้างหน้า จึงอยากจะวิ่งให้ช้าๆ และจบให้ได้โดยไม่เจ็บค่ะ โดยการวิ่งช้าๆนั้น จะใช้ความรู้สึกเหนื่อยที่ 50% ของเราเป็นหลักค่ะ เนื่องจากเลือกงานใกล้บ้านอีกแล้ว จึงไม่ต้องตื่นเช้ามาก เลยชะล่าใจ เกือบไปไม่ทันปล่อยตัวซะแล้ว ไปยืนรั้งท้ายขบวน…

จงลืมความเจ็บปวดไปซะ แต่จงจำว่ามันสอนอะไรเราบ้าง

วันนี้ (6 พ.ค. 2560) มีนัดกับงานวิ่งที่รอคอยมานาน นั่นก็คืองาน Run for Dek Doi เป็นงานที่แสดงเจตจำนงชัดเจนว่า จะนำเงินไปสร้างโรงเรียนให้เด็กดอยในพื้นที่ตามโครงการพระราชดำริ โดยนำไปสร้างอาคารเอนกประสงค์ให้กับเด็กนักเรียนที่ศูนย์การศึกษาชุมชนชาวไทยภูเขาบ้านโอโลคีล่าง ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แค่วัตถุประสงค์งานก็ได้ใจไปเลย งานนี้นอกจากอยากมีส่วนร่วมในการบริจาคเงินแล้ว ยังมีความอยากได้เหรียญด้วยค่ะ เพราะเหรียญแปลกไม่เหมือนใคร แถมน่ารักอีกต่างหาก แต่…สมัครงานนี้ไม่ทันแต่แรก และเผอิญมีคนปล่อยบิบพอดี เลยติดต่อขอซื้อต่อ และสุดท้ายก็ได้บิบมาค่ะ คืนก่อนหน้างานวิ่งนอนดึก แถมตื่นมาแม้ได้ตื่นช้าหน่อย เพราะงานจัดใกล้บ้าน แต่ก็ยังเพลียๆค่ะ สุดท้ายนึกถึงเหรียญและความยากลำบากในการหาบิบมาได้ เลยลุกมาเปลี่ยนชุด นั่งรถแท๊กซี่ไปสวนรถไฟ รถติดตรงทางเข้าที่จอดรถ จึงลงเดินจากประตูด้านหลังที่ติดสวนจตุจักร เมื่อเดินถึงบริเวณงานก็ทำการยืดกล้ามเนื้อตามระเบียบ ยืดไปยืดมา เริ่มปวดมวนท้องขึ้นมา สงสัยกล้วยใบเมื่อกี๊ที่ทานก่อนออกจากบ้านจะทำพิษซะแล้ว ยังคิดเลยว่า รอให้ปล่อยตัวก่อน วิ่งไปเจอห้องน้ำกลางทางแล้วค่อยเข้า แต่กลายเป็นว่า ปล่อยตัวปุ๊บก็ไม่ไหวแล้ว…

อย่ากลัวที่จะวิ่งไม่เร็ว กลัววิ่งไม่จบและเจ็บดีกว่า

วันนี้มีนัดกับงานนกขมิ้นวิ่งในสวน ครั้งที่ 2 จัดโดยมูลนิธิบ้านนกขมิ้น งานจัดที่สวนรถไฟ ใกล้บ้านเรา จริงๆวันนี้ต้องไปต่างจังหวัด แต่ไม่ต้องไปกะทันหัน เลยรีบหันมาหางานวิ่งทันที เราเล็งงานนี้ไว้แต่แรกแล้ว เหตุผลแรกคือเหรียญสวย เป็นรูปนก คนชอบนกอย่างเราก็ไม่อยากพลาด เลยสมัครทิ้งไว้ 10 กิโลเมตร แต่ยังไม่ได้โอนเงิน เมื่อโทรสอบถามวันก่อนหน้างานวิ่ง 2 วัน คนยังไม่เต็ม เลยรีบโอนเงิน พร้อมไปรับเสื้อวันก่อนหน้า และขอเปลี่ยนระยะเป็น 5 กิโลเมตร ที่ต้องขอเปลี่ยนระยะเพราะว่าเพิ่งหายเจ็บขามา หยุดพักไปร่วมเดือน เริ่มวิ่งใหม่สัปดาห์ที่ 2 เอง ขายังล้าๆเพลียๆกับระยะวิ่ง 5 กิโลเมตรอยู่เลย เลยยอมลดระยะลงด้วยความเต็มใจ กลัวจะเจ็บแล้วไม่ได้วิ่งอีก อย่างนั้นมันชอกช้ำใจ และบีบหัวใจมาก ใครเคยก็คงจะรู้ดี งานนี้เลยขอแค่วิ่งตะมุตะมิ แล้วเอาเหรียญน่ารักๆกลับบ้านดีกว่า งานนี้เป็นงานที่ 2 ที่ลงระยะ…

วันที่นักวิ่งต้องหยุดวิ่ง และเจองานวิ่งที่ไม่ใช่งานวิ่ง

วันนี้มีนัดกับงานวิ่ง Run for Special 2017 วิ่งกันขำๆ 5 กิโลเมตร เป็นงานที่รายได้สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้พิการทางสติปัญญา สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย มีระยะวิ่ง 2.5 และ 1 กิโลเมตร สำหรับเด็กพิเศษด้วย เนื่องจากเจ็บเข่าจากงานวิ่งสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่งหายเจ็บมา 1 วัน คือเดินไม่เจ็บแล้ว เหลือแต่ยังไม่ได้ลองวิ่ง เลยกะว่าจะเอางานนี้มาค่อยๆเหยาะๆใหม่  งานนี้เป็นงานเล็กๆ จัดง่ายๆ จนถึงง่ายเกินไป คือไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครจนวิ่งเสร็จ คำว่าง่ายๆ กับมักง่าย มันต่างกันนิดเดียว ตรงที่ความเอาใจใส่ของผู้จัด นักวิ่งใจบุญหลายคนก็อยากสมัครงานวิ่งเล็กๆ ไปเติมสีสันให้งาน พร้อมกับได้บุญไปด้วยในตัว แต่เจองานแบบนี้ก็เล่นเอาท้อใจได้ คงต้องพิจารณาให้มากกว่านี้ หากต้องการร่วมงานวิ่งเล็กๆ ภาพรวมงานนี้ก็ถือว่าไม่ได้ให้ความใส่ใจนักวิ่งเท่าที่ควรค่ะ สมัครออนไลน์ก็จริงนะคะ แต่วิธีการแจ้งการชำระเงิน ให้เข้ารวมกลุ่มในไลน์จำนวน 200 กว่าคน แจ้งไปแล้ว ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามา confirm นานๆเจ้าหน้าที่เข้ามาตอบที ส่วนใหญ่นักวิ่งช่วยกันตอบเอง เจ้าหน้าที่เข้ามาแค่บอกว่า มีอะไรลงๆในนี้ไว้ มีเวลาแล้วจะเข้ามาตอบ ถือว่าทุกอย่างที่ลงในนี้ เจ้าหน้าที่รับทราบ กลายเป็นว่าเหมือนถูกลอยแพ เพราะไม่รู้ว่าถึงเวลาจริงๆแล้ว จะมาบอกรับทราบหรือบอกไม่รู้กันแน่ ปกติควรมีอีเมลตอบรับ หรือการเข้าไปตรวจสอบรายชื่อ เชคว่าได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว นักวิ่งเข้าร่วมก็อยากจะให้แน่ใจว่าทางผู้จัดได้รับเงินจริง และจะมีเสื้อและบิบให้เราจริง การรับเสื้อเริ่มต้นก็แจ้งแค่ว่ารับหน้างานเท่านั้น เชื่อได้เลยว่าคิวต้องยาวเหยียด เพราะเจ้าหน้าที่คงน้อย ดูจากลักษณะการทำงานแล้ว แต่เห็นตอบว่ามีเจ้าหน้าที่มาช่วยเยอะแน่นอน จึงจะรอดู แต่โชคดีที่ทางผู้จัดยอมไปแจกเสื้อก่อนวันงานที่สวนลุมก่อนวันงาน 2 วันแต่… แจกแค่ 16.00 – 18.00น. เท่านั้น โชคดีอีกเช่นกันที่เราว่างไปเอาได้ช่วงนั้นพอดี เพราะเราเป็นคนไม่ชอบไปขลุกขลักหน้างาน ขั้นตอนการรับก็บ้านๆตามที่คิด ไม่ต้องแสดงหลักฐานโอนเงิน หรือใดๆทั้งสิ้น บอกลำดับที่ได้จากการสมัครออนไลน์และไซส์เสื้อ ก็รับไปได้เลย ไม่ต้องเซ็นชื่อ เอ๊ะ นี่ยังไง แล้วถ้ามีใครมามั่วรับเสื้อไปก็คงไม่สามารถตรวจสอบใดๆได้ สรุปวันงาน จุดรับเสื้อก็คิวยาวตามระเบียบ ไม่ฉลาดเลยที่จะทิ้งทุกอย่างไปที่วันงานอย่างเดียว เอาเจ้าหน้าที่มาเยอะๆก็ไม่ช่วยอะไร เพราะคนมันเยอะกว่าเจ้าหน้าที่ ยังไงก็ต้องใช้เวลาอยู่ดี เสื้อที่ได้รับมา ปรากฏว่าสีตกทางแขนเสื้อ 2 ข้างซะอีก ยังดีที่ผ้าดี ทรงดี น่าเก็บ คงเก็บไว้ใช้ต่อเอง ไม่ได้ส่งต่อใคร มาถึงวันงาน อย่างแรกเลยคือ เดินหาน้ำ ไม่มีจุดให้น้ำ พอดีถามเจ้าหน้าที่ เค้ากำลังยกน้ำไปแจกใครสักคน เค้าเลยแบ่งให้เรามา เป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ ที่ไม่มีน้ำให้ในบริเวณงาน จุดรับฝากกระเป๋า อยู่ห่างออกไปในความมืด บอกให้ไปศาลาแปดเหลี่ยม นี่มันไม่ใช่ละ มันต้องไปอีกทางหนึ่ง ถ้าเพื่อนไม่บอกคงหาไม่เจอ จุดรับฝากของเป็นจุดเดียวที่ดูมีการเตรียมพร้อมและเรียบร้อย แบ่งหมายเลขบิบฝากชัดเจน แต่ก็ทำให้ต้องใช้เจ้าหน้าที่มากเกินจำเป็น น่าจะเอาเจ้าหน้าที่ไปช่วยในงานมากกว่า ขณะวิ่ง จุดให้น้ำเป็นแก้วน้ำที่ต้องเจาะหลอดดูด คืออะไรคะ นี่จัดงานวิ่งหรือจัดงานตามใจฉันคะ ยังดีที่รอบสองรู้ตัว แกะแก้วน้ำไว้รอนักวิ่งเลย งานแบบนี้อย่าหวัง Check point เพราะแค่ทางวิ่งเข้าเส้นชัยยังมีคนนั่งกันอยู่เต็มพื้นเพราะเป็นบริเวณหน้าเวทีพอดี กำลังมีการแจกของจับฉลาก (ไม่ใช่ถ้วยรางวัลนะคะ งานนี้นึกว่ามีถ้วยที่ 1-3 แต่ไม่เห็นการแจกรางวัล) ยังดีนะ ตอนถึงเส้นชัยแล้ว ยังมีคนมายืนแจกเหรียญ ไม่งั้นคงต้องเดินหาอีกว่าโต๊ะให้เหรียญอยู่ไหน การรับอาหารก็สุดคลาสสิก ยืนต่อคิว ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ใครรอช่างมัน ผ่านไป 15 นาที ถึงคิวเราพอดี ชามกระดาษหมด เจ้าหน้าที่เงยหน้าถามเรา ไม่มีชามมาเหรอคะ ปวดใจมาก ใครเค้าจะเตรียมชามมางานวิ่งคะน้อง วันหลังพี่ควรหิ้วปิ่นโตมารับข้าวจากน้องไหมเนี่ย ผู้ชายที่ยืนต่อคิวด้านหลังเริ่มด่าข้ามหัวมา เอิ่ม พี่งงค่ะ น้องบอกไปขอชามร้านข้างๆมาได้ไหมคะ พอถามว่าไม่ใช่ร้านเดียวกันเหรอ เค้าจะไม่ว่าเหรอ น้องตอบคงไม่ว่าเพราะเป็นจิตอาสามาเหมือนกัน เราก็ไปขอมา ดีนะเค้าให้ ถึงได้ข้าวไข่เจียวมาทาน แถวอื่นไม่ต้องพูดถึง คิวยาวเหยียด เลยจบการทานอาหารแต่เพียงเท่านั้น ไม่ไปต่อคิวไหนต่อ และกลายเป็นว่าอาหารที่มาเป็นจิตอาสามากันทั้งนั้น ดังนั้น อาหารจะพอไม่พอ ชามพอไม่พอ นักวิ่งก็เป็นไปตามยถากรรม งานนี้จ้าง Pat Running มาจัดให้ เลยได้ภาพงานวิ่งแค่ซุ้มจุดเริ่มต้นเส้นชัย พรมปูตอนเข้าเส้นชัย มีนำวอร์มอัพ นอกเหนือจากนั้น ไม่ได้บรรยากาศของงานวิ่งแม้แต่นิด การจะอ้างว่าจัดกันเอง คนน้อย งานยุ่งไม่ค่อยมีเวลา ไม่ใช่เหตุผลที่ดีในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานไหนๆ ความไม่เอาใจใส่ และการไร้ระเบียบวินัย ไม่สามารถจัดงานใดให้ดีได้ การวางแผนที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ยิ่งคนน้อยยิ่งต้องวางแผนให้ดี พูดง่ายๆเช่นกันว่า จะหาเงินจากงานวิ่ง ก็ต้องให้ความสนใจกับการวิ่งและนักวิ่ง นักวิ่งเป็นคนนำเงินมาให้ ไม่ใช่จะทำอะไรกับเขาก็ได้ แม้จะใจบุญก็ตาม แต่แทนที่จะได้บุญกันเต็มๆ กลับได้บาปด้วย เพราะทำให้ภาพพจน์ของน้องๆเด็กพิเศษต้องเสียไป ด้วยว่าเขาคงไม่อยากจะหาเงินด้วยวิธีการแบบนี้ มาว่ากันด้วยการวิ่งดีกว่า วันนี้ตั้งใจมาเดิน วิ่งนิดหน่อย แต่วิ่งแล้วยังเจ็บเข่าอยู่ เลยเดินดีกว่า จบการเดิน 5.13 กิโลเมตร ด้วยเวลา 57.45 นาที ได้ Pace 11.04 นาทีต่อกิโลเมตร คงต้องไปรอเวลาให้เข่าหายให้สนิท ค่อยมาวิ่งใหม่ค่ะ สรุปวันนี้ แม้ไม่ได้ตั้งใจจะมาวิ่ง แต่ก็อยากร่วมงานวิ่ง กลับต้องมาเจองานที่ไม่เรียกว่าเป็นงานวิ่งแม้แต่น้อย แม้แต่ Fun Run ก็ไม่ใกล้เคียง เมื่อไม่ได้มีนักวิ่งเป็นศูนย์กลางของการจัดงานค่ะ ขอให้เพื่อนนักวิ่งดูดีๆนะคะว่าจะไปร่วมงานวิ่งไหนไม่ให้เสียความรู้สึกค่ะ 18 Mar 17

แม้ไม่ได้รางวัล แต่วันนี้ก็เป็นวันของเรา

ตอนวิ่งเข้าเส้นชัย พี่ที่เชคอันดับรางวัลตะโกนบอกคนแจกป้ายว่า “30 หญิง” พอมองไปที่โต๊ะแจกป้าย เห็นพี่ที่โต๊ะมองป้ายบนโต๊ะ และชูมือไขว้เป็นกากบาทข้างหน้า และบอกว่า “รางวัลหมดแล้วครับ” เป็นครั้งแรกที่ได้เจอบรรยากาศนี้ “เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า” มันจริงเสมอนะเนี่ย เนื่องจากไม่ได้ยืนหน้าเส้น start ทำให้ต้องไปอออยู่ที่ประตูทางออก เสียเวลาไปประมาณ 30 วินาที กว่าจะพ้นขบวน pace 6 ก็เข้ากิโลที่ 3 แล้ว แต่มองความเร็วตัวเอง ไอ้หยา! นี่มันเกินกว่าที่ซ้อมมามากมาย ตอนซ้อม ใช้ pace 5.40 แต่ตอนนั้น 5.15 เวลาแข่งมันก็ดีอย่างนี้ล่ะนะ มันมีพลังงานอะไรบางอย่าง กระตุ้นเราได้เสมอ อาจเป็นเพื่อนนักวิ่งที่ก้าวขาฉับๆ ถนนโล่งๆที่เปิดทางให้วิ่ง เส้นทางที่แปลกแตกต่างไปจากที่ฝึกซ้อม และอื่นๆที่อาจยังคิดไม่ออก วิ่งมาที่กิโลที่ 8 ใกล้เส้นชัยเต็มที มองข้างหลังไม่มีใคร…