Category: เรื่องราวดีๆเกี่ยวกับการวิ่ง

เป็นไปได้ หรือไม่ได้ อยู่ที่ตัวเราเอง

หลังจากวิ่งตุปัดตุเป๋ในขวบปีแรกของการเป็นนักวิ่ง ผ่านมาปีที่ 2 เมื่อเริ่มวิ่ง 10 กิโลเมตรได้สบายๆ จนเข้าปีที่ 3 จึงอยากสับขาในสนามฮาล์ฟมาราธอนบ้าง จึงตั้งเป้าหมายว่าจะขอร่วมสนามฮาล์ฟให้ได้สัก 4 สนามใน 1 ปี ประจวบเหมาะกับทางยูนิครันนิ่งจะจัดงานในจังหวัดใกล้ๆกรุงเทพ พอจะเดินทางได้สะดวก พร้อมทั้งถ้าสมัครครบ 3 สนาม จะได้รับส่วนลดด้วย จึงบังคับตัวเองลงสมัครไปซะเลย เพื่อให้รู้ว่า อย่าได้เบี้ยว และทั้ง 3 สนามนั้น มีระยะเวลาที่ห่างพอให้เตรียมตัวซ้อมกันพอสมควรค่ะ สรุปสถิติฮาล์ฟ 4 ครั้งเป็นดังนี้ วันที่ 28 ก.พ. 2559 Run hero run สะพานพระราม 8 ระยะทาง 21.16 กม. เวลา 2.00.41 ชม. ความเร็ว 5.42 นาทีต่อกิโลเมตร วันที่ 26 มิ.ย. 2559 สุโขทัย มาราธอน 2559 ระยะทาง 20.55 กม. เวลา 2.05.12 ชม. ความเร็ว 6.06 นาทีต่อกิโลเมตร วันที่ 11 ธ.ค. 2559 อยุธยา มาราธอน 2016 ระยะทาง 21.40 กม. เวลา 2.14.44 ชม. ความเร็ว 6.18 นาทีต่อกิโลเมตร วันที่ 5 มี.ค. 60 เขาใหญ่ ฮาล์ฟมาราธอน 2017 ระยะทาง 21.02…

ความหมายของการวิ่งที่เปลี่ยนไปในปี 2561

จบปี 2561 ไปอีกปี กับวิถีอายุนักวิ่ง 5 ปีในวัย 39 ปีเศษ หากดูตามสถิติจำนวนงานวิ่ง ก็เป็นไปตามนี้ Virtual Run 9 งาน Fun run 3 งาน Mini marathon 16 งาน Half marathon 5 งาน Full Marathon 1 งาน ในระหว่างการเดินทางของทั้งปี เรามักจะบอกที่บ้านว่า ไม่ได้ลงงานวิ่งเยอะเลย แค่เดือนละไม่กี่ครั้งเอง โดยเฉพาะเวลาโดนท้วงติงว่า ไปงานวิ่งเยอะจนไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัวแล้ว แต่พอมาดูตัวเลขจริงๆ มันก็เยอะจริงแฮะ ไม่กล้าคำนวณว่าหมดเงินไปเท่าไหร่ เหตุผลที่เราก็มักจะบอกตัวเองเสมอในตอนที่ตัดสินใจลงงานวิ่งว่า “เพื่อประสบการณ์” ใช่ เราได้ประสบการณ์ก็จริง แต่สิ่งที่ต้องทำเพิ่มเติม ก็คือ ต้องมาไล่ดูว่าประสบการณ์ที่ได้มานั้น “คุ้มค่า” ไหม เมื่อพิจารณาด้วยใจเป็นกลางแล้ว เราบอกได้เลยว่าไม่ค่อยคุ้มค่า โดยเฉพาะเงินในกระเป๋า และรวมไปถึงงานวิ่ง Virtual run ซึ่งจริงๆแล้วเป็นสิ่งที่จะช่วยมากระตุ้นการวิ่งให้ได้ดียิ่งขึ้น แต่ระยะหลังๆ ที่ลงวิ่งงาน Virtual run เยอะ ก็แค่เพื่อให้ได้เหรียญน่ารักๆ เสื้อสวยๆ วิ่งทีเดียวส่งได้หลายงาน ซึ่งสิ่งที่ได้มา ไม่ค่อยภาคภูมิใจเท่าไหร่ มีงานเดียวที่เก็บระยะให้ได้ 2018 กิโลเมตรในหนึ่งปี ซึ่งก็ทำได้ครบประมาณเดือน พ.ย. ไปแล้ว ที่รู้สึกว่า “คุ้มค่า” เป็นงานเดียวที่การวิ่งเก็บระยะเสมือนจริงมี “บทบาท” ในการกระตุ้นให้ออกไปวิ่งจริงๆ เราสามารถวิ่งระยะทางไม่ต่ำกว่า 40 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ได้อย่างสบายๆโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยใดๆ ดังนั้นจึงมาคิดใหม่แล้วว่า ต่อไปถ้าลง Virtual run จะต้องลงเพื่อกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการวิ่งเท่านั้น ดังนั้น อย่าออกแบบเสื้อกับเหรียญให้สวยมากนักเลย เดี๋ยวอดใจไม่ไหวอีก ส่วนงานวิ่งอื่นๆ ทั้ง Fun run บ้าง มินิบ้าง ฮาล์ฟบ้าง ลงเพราะเป็นระยะที่ใช้ฝึกซ้อมในวันนั้น เช่น ต้องวิ่ง 2 ชั่วโมงในวันนั้น ก็ลงงานวิ่งระะยฮาล์ฟไว้ ซึ่งแรกๆก็คิดว่าจะช่วยกระตุ้นไม่ให้ขี้เกียจออกไปวิ่ง แต่พอได้วิ่งอย่างสม่ำเสมอจริงๆแล้ว งานวิ่งพวกนี้ก็ไม่ได้มีส่วนกระตุ้นแต่อย่างใด บางงานลงๆไปเพราะได้หยุด และต้องวิ่ง ทั้งที่เหรียญกับเสื้อก็งั้นๆ งานก็กลางๆไม่ประทับใจอะไร มานึกเสียดายเงินทีหลังทุกที ดังนั้นสิ่งที่ต้องปรับใหม่คือ ลงงานวิ่งเฉพาะเพื่อการทดสอบสมรรถภาพร่างกายระหว่างโปรแกรมการฝึกซ้อมฟูลมาราธอนเท่านั้น…

แพทริก ดาวเนส คนขาขาดคนแรกที่วิ่งจบบอสตันมาราธอน

3 ปีที่แล้ว แพทริกสูญเสียขาซ้ายจากเหตุการณ์วางระเบิดงานบอสตันมาราธอนในขณะที่ยืนดูภรรยาของเขาใกล้จะวิ่งถึงเส้นชัยแล้ว ภาพของดาวเนสที่ใส่ขาเทียมและยกมือเหนือศีรษะขณะวิ่งข้ามเส้นชัยเส้นเดียวกันกับเพื่อนๆ ทำให้เขากลายมาเป็นคนขาขาดคนแรกที่วิ่งเข้าเส้นชัยบอสตันมาราธอนได้ด้วยเท้าของเขาเองทั้งหมดจนครบระยะทาง เขาเข้าเส้นชัยที่เวลา 14:46น. ซึ่งเป็นเวลาที่เกิดการระเบิดที่เส้นชัยในปี 2013 ด้วยเวลารวม 5:56:46 ชั่วโมง เขาเข้าสวมกอดภรรยาของเขา และยังเป็นเพื่อนที่เป็นเหยื่อระเบิดด้วยกันชื่อว่า เจสซิก้า เคนสกี้ (Jessica Kensky) “ผมวิ่งเพื่อเมืองนี้ด้วยหัวใจ” ดาวเนสบอกกับ WBZ ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์ของ สตีฟ เบอร์ตัน (Steve Burton) ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยอารมณ์ต่างๆหลังจากวิ่งเข้าเส้นชัย ก่อนที่จะเติมคำพูดใดๆ เขายังคงคิดถึงเหยื่อที่เสียชีวิตในเหตุการณ์วางระเบิดและเอ่ยชื่อพวกเขาออกมา คือ มาร์ติน ริชาร์ด (Martin Richard) ลิงซี่ ลู (Ringzi Lu) คริสเทิล แคมพ์เบลล์ (Krystle Campbell) และ ซีน…

เรื่องราวเบื้องหลังภาพถ่ายจากบอสตันมาราธอน

ในงานวิ่งอีสเทิร์นสเตท 20 มิลเลอร์เมื่อเดือนที่แล้ว อารี ออฟเซวิท (Ari Ofsevit) นักวิ่งวัย 31 ปีจากแคมบริดจ์ แมสซาชูเซตส์ คือนักวิ่งคนแรกที่เข้าไปถึงนักวิ่งอีกคนหนึ่งที่ล้มลงไปบนพื้นเมื่อวิ่งผ่านไมล์ที่ 7 มาได้ไม่ไกล ออฟเซวิทรอจนกระทั่งหน่วยแพทย์ได้รับตัวนักวิ่งคนนั้นไปแล้ว เขาจึงออกวิ่งต่อ ทำให้เขาจบการแข่งขันด้วยเวลาที่มากกว่าที่คาดหวังเอาไว้ เมื่อวันจันทร์ที่บอสตันมาราธอน ออฟเซวิทคือนักวิ่งที่ล้มลงไปเอง เขาล้มลงประมาณ 100 เมตรก่อนจะถึงเส้นชัย และนักวิ่งที่ตามมาคือ มิชท์ คีส์ (Mitch Keis) และ จิม ดริสคอลล์ (Jim Driscoll) ได้ก้าวเข้าไปช่วยหิ้วปีกเขาเข้าเส้นชัย เมบ เคเฟซิกี้ (Meb Keflezighi) แชมป์บอสตันมาราธอนเมื่อปี 2014 ได้เห็นทั้งสามคนเข้ามาที่เส้นชัย จึงถ่ายรูปไว้แล้วทวีตออกไปและมีการส่งต่ออย่างแพร่หลาย ช่างภาพอีกหลายคนที่อยู่ที่นั่นได้จับภาพของพวกเขาไว้ด้วยเช่นกัน มิชท์ คีส์…

คู่รักวัย 80 จับมือจบมาราธอนสุดท้ายด้วยกัน

เคย์ และโจ โอเรแกน (Kay and Joe O’Regan) เข้าร่วมการแข่งขันมาราธอนด้วยกันร่วมสิบรายการรอบโลก จากบอสตันถึงเอเธนส์ ไปถึงเบอร์ลิน ไปจรดขอบเหนือสุดของนอร์เวย์ภายใต้พระอาทิตย์ตอนเที่ยง แต่เขาสองคนจบมาราธอนด้วยกันขณะที่จับมือกันเพียงแค่ 2 รายการเท่านั้น รายการแรกเกิดขึ้นในปี 1986 ที่ลอนดอนมาราธอน พวกเขาประสานมือกันวิ่งเข้าเส้นชัยในขณะที่ตากล้องจับภาพพวกเขาได้ภายใต้ซุ้มนาฬิกาจับเวลา ในตอนนั้น พวกเขาอายุ 50 ปี และเป็นมาราธอนแรกของพวกเขา ในปี 2016 ที่คอร์กซิตี้มาราธอนในเกาะไอร์แลนด์ตอนล่าง วันที่ 6 มิถุนายน อีกครั้งที่โจจับมือเคย์เข้าเส้นชัย ในครั้งนี้ยังเหลือระยะเกือบครึ่งไมล์ก่อนจะถึงเส้นชัย และเขาได้จับมือเคย์ไว้ตลอดระยะทางก่อนเข้าถึงเส้นชัย เคย์วิ่งมาราธอนมาถึง 113 รายการเมื่ออายุ 80 ในขณะที่โจวิ่งมาราธอนนี้เป็นรายการที่ 29 พวกเขาสัญญาต่อกันว่าจะเป็นมาราธอนสุดท้าย เป็นการเดินทางระยะสั้น 42 กิโลเมตรเพื่อฉลองครบรอบการแต่งงาน 57 ปี…

ความซื่อสัตย์ของนักวิ่งระยะไกล

ชัยชนะคือทุกสิ่งจริงหรือ เพื่อนๆแน่ใจว่าอย่างนั้นหรือคะ มาลองอ่านเหตุการณ์นี้กันค่ะ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2016 นักวิ่งชาวสเปนชื่อ อีวาน เฟอร์นานเดซ อนันยา (Ivan Fernandez Anaya) ได้ลงแข่งขันวิ่งวิบากในเมืองเบอร์ลาดา จังหวัดนาวาร์เร่ (Burlada, Navarre) ประเทศสเปน เขากำลังเป็นที่ 2 อยู่ในขณะนั้น ซึ่งห่างจากอันดับ 1 ที่นำเขาอยู่ นักวิ่งคนนั้นชื่อว่า เอเบล มูไท (Abel Mutai) ซึ่งเป็นนักวิ่งเหรียญทองแดงจากการแข่งขันโอลิมปิกที่ลอนดอนประเภทวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางระยะทาง 3,000 เมตร เมื่อพวกเขาวิ่งเข้ามาถึงทางตรงก่อนถึงเส้นชัย อีวานเห็นนักวิ่งชาวเคนยา คนที่แน่นอนแล้วว่าจะเข้าเส้นชัยได้อันดับ 1 หยุดวิ่งก่อนถึงเส้นชัยประมาณ 10 เมตร ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าตนเองได้ข้ามเส้นชัยไปแล้ว อีวานรีบวิ่งเข้าไปหามูไท แต่แทนที่เขาจะเอาเปรียบความผิดพลาดของมูไทด้วยการวิ่งแซงและเข้าเส้นชัยได้ชัยชนะที่ไม่ใช่ของจริง เขากลับวิ่งอยู่ข้างหลังมูไท…

เหรียญในดวงใจในรอบ 3 ปี

นักวิ่งแต่ละคนคงมีเหตุผลในการลงวิ่งในงานวิ่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละคนใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะอยากได้ถ้วยรางวัล อยากพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง อยากวิ่งกับเพื่อน อยากได้รูปสวยๆ อยากวิ่งเข้าเส้นชัย และอีกหนึ่งเหตุผลคือ อยากได้เหรียญ อาจไม่มีใครเป็น แต่เราเป็นค่ะ  เนื่องจากตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าจะลงวิ่งเดือนละงานเป็นอย่างน้อย หากมีเวลาและร่างกายเอื้ออำนวย ก็อาจลงมากกว่าหนึ่งงานได้ และเวลาเลือกงานที่จะลงวิ่ง นอกจากปัจจัยพื้นฐานอื่นๆแล้ว ทั้งสถานที่จัด ผู้จัดงาน ราคา และอื่นๆ เหรียญก็เริ่มเป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการพิจารณางานวิ่ง เรียกว่าถ้าสวยจริง ไกลแค่ไหนก็ไป แถมปีนี้มีงานวิ่งจำนวนมากขึ้น และเหรียญที่ระลึกการแข่งขันก็มีความหลากหลายมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดเจนคือมีสีสันมากขึ้น มีการเปลี่ยนวัสดุเป็นพลาสติกบ้าง อะคลิลิกบ้าง แต่ที่เห็นชัดเจนก็คือสีสันและรูปทรง เปลี่ยนจากรูปทรงกลม สลักชื่องาน สัญลักษณ์หน่วยงานแบบเดิมๆ เป็นรูปทรงต่างๆกันไป มีสีสันต่างๆกันไปตามธีมงาน ตัวอย่างเหรียญที่คัดสรรมานี้ ส่วนใหญ่เป็นเหรียญในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และส่วนใหญ่ก็เป็นสาเหตุของการสมัครงานค่ะ เหรียญแรกสุดซ้ายมือ คืองาน Together Run 2017 เหรียญนี้ไม่ใช่สาเหตุของการสมัครวิ่ง…

ครบรอบ 3 ปี เป็นนักวิ่งเต็มตัว

ในที่สุดก็ถึงเวลาเวียนมาบรรจบครบรอบ 3 ปีแห่งการเริ่มต้นวิ่งจริงจัง ทุกวันนี้เรื่องการจะเปลี่ยนชุด หรือเตรียมชุดออกไปวิ่งนั้น ไม่ต้องบังคับตัวเองอีกแล้ว ถึงเวลาร่างกายก็ขยับไปเลยอัตโนมัติ ปีนี้พยายามเพิ่มโปรแกรมฝึกความแข็งแรงของร่างกายโดยรวม ทั้งแบบใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้าน ไปจนถึงการใช้ลูกเหล็กเป็นแรงต้าน ยืดกล้ามเนื้อก่อนหลังวิ่งทุกครั้ง และเพิ่มการออกกำลังกายประเภทอื่นสลับวันที่ไม่ได้วิ่ง มีทั้งใช้เครื่องปั่นจักรยาน เครื่องจักรยานวงรี ว่ายน้ำ จักรยานแขน สลับๆกันไป ปีนี้วิ่งฮาล์ฟไปได้ 4 งานตามที่ตั้งใจ แต่เนื่องจากงานสุดท้ายซ่า วิ่งเร็วขึ้นลงเนินทั้งที่ไม่ได้ซ้อมมาเป็นอย่างดี ทำให้เกิดอาการเอ็นกล้ามเนื้อด้านนอกต้นขาขวาอักเสบอย่างรุนแรง เลยต้องหยุดวิ่งไปประมาณ 1 เดือน ทรมานใจสุดๆ ระหว่างที่อักเสบมากๆ แค่จะเดินธรรมดายังลำบากเลย ช่วงหยุดพัก เลยได้เวลาเอาเหรียญมาดูเล่น และได้ทบทวนโปรแกรมวิ่งในปีที่ 3 ที่ผ่านมา ปีนี้เป็นปีแรกที่เราเริ่มวิ่งต่างจังหวัด แรกๆก็คิดว่ามีค่าใช้จ่ายสูงเหมือนกัน จะให้วิ่งบ่อยๆคงไม่ไหว เพราะไหนจะต้องขอเวรไปจากที่ทำงาน (ปกติทำงานเป็นกะค่ะ) ไหนจะต้องหารถไป ไม่ว่าจะขับไปเอง หรือใช้บริการรถตู้เหมาเที่ยวร่วมกับนักวิ่งท่านอื่น ไหนจะต้องหาที่พักที่ต้องยื้อแย่งกันพอสมควร เพื่อให้ใกล้กับที่จัดงานซึ่งแน่นอนว่าโดนอัพราคาขึ้นจนเกินกว่ามาตรฐานเดิมมากเกินไป…

ชวนเพื่อนวิ่งแล้วเพื่อนจริงจัง จะมีอะไรดีไปกว่านี้

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านได้ ได้พยายามชักชวนใครหลายๆคนที่รู้จัก ให้มาวิ่งออกกำลังกายกัน เนื่องจากเราได้หลงรักการวิ่งไปแล้วโดยปริยาย แต่ผลคือการถูกปฏิเสธหลายครั้งหลายครา แต่เราก็ไม่ย่อท้อนะคะเพราะคิดว่า การได้ชักชวนใครสักคนมาออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องนั้น เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ไม่ใช่เพื่อการลดความอ้วนเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงยั่งยืนไปจนวัยแก่เฒ่า เรามองว่าการแก่ตัวลงอย่างมีคุณภาพ และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นเรื่องที่สามารถเตรียมตัวได้อย่างชาญฉลาด จะได้ไม่ต้องเปลืองเงิน เปลืองเวลาไปหาหมอ เพราะภูมิต้านทานเราจะดี ป่วยยาก และเมื่อแก่มากๆก็จะเดินเหินได้ เพราะขาแข็งแรง ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลานหรือคนใกล้ตัว แค่ใช้การวิ่งที่ทำได้ง่าย ทุกคนวิ่งได้อยู่แล้ว เหลือแค่ใช้ความตั้งใจและแรงกระตุ้นที่ดีเท่านั้น และเมื่อทำอย่างต่อเนื่องไปได้ประมาณ 3 เดือนก็จะสบายแล้ว เพราะร่างกายเคยชิน และอยู่ตัวแล้วที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนๆจะอัพเกรดตัวเองให้เก่งเพิ่มขึ้นอีกในทางไหน หลังจากที่เพียรพยายามชวนน้องไผ่ให้มาวิ่งอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดน้องก็ยอม คงเห็นว่าตอนนั้น เราวิ่งมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ไปร่วมงานวิ่งเป็นประจำ และเพื่อนรุ่นเดียวกันก็ไปวิ่งด้วยกัน พอหลายๆคนชวน น้องไผ่ถึงสนใจขึ้นมา และมีเพื่อนไปวิ่งด้วยกัน จำได้ว่า งานแรกอยากจะไปวิ่งเป็นเพื่อนน้อง แต่เราลงวิ่ง 10 กิโลเมตรไว้ ส่วนน้องลงวิ่ง 5 กิโลเมตร และมีเพื่อนของน้องไผ่ไปวิ่งและเดินเป็นเพื่อนแล้ว น้องไผ่เลยไล่เราให้ไปวิ่งตามแบบของเรา และในงานนั้นได้ทราบจากน้องไผ่ทีหลังว่า ประทับใจตอนเราวิ่งกลับตัวมาแล้ว สวนกับน้องไผ่ ที่กำลังจะหมดแรง หมดกำลังใจ เลยได้กำลังใจ และเป็นแรงบันดาลใจให้น้องได้ ได้ยินแค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว อย่างน้อยน้องได้เริ่มต้น ก็ถือว่าได้ก้าวเดินไปข้างหน้าแล้ว ที่เหลือคือคอยกระตุ้นให้น้องเดินไปข้างหน้าให้ไกลที่สุด และปลอดภัยที่สุดค่ะ น้องไผ่ไม่ได้มีเป้าหมายในการลดความอ้วน น้องอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทำอะไรได้คล่องตัวขึ้น เหนื่อยน้อยลง กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น และน้องก็ทำได้ผลตามนั้น โดยที่ไม่ได้ควบคุมการรับประทานอาหาร แต่เห็นความตั้งใจของน้องในช่วงแรก ตามปกติที่น้องจะบ่นว่าไปวิ่งที่สวนมา เหนื่อยมาก ร้อนมาก เราก็คอยให้กำลังใจไปว่าให้เริ่มจากวิ่งระยะทางน้อยๆ ค่อยๆเพิ่มระยะทาง และเวลาวิ่ง เช่น เริ่มจาก 2 กิโลเมตร เป็น 3 เป็น 4 เป็น 5 โดยให้สัมพันธ์กับเวลาที่ใช้ เช่น อาจใช้เวลาเท่าเดิม แต่ได้ระยะทางมากขึ้น หรือจะใช้เวลามากขึ้นพร้อมระยะเวลาที่มากขึ้นก็ได้ ยังไงก็ได้ ไม่ว่ากัน แต่ขอให้ดูร่างกายเป็นหลัก ว่าวิ่งได้เท่าไรก็เท่านั้น มีเป็นบางช่วงที่น้องอยากเร่ง และสุดท้ายก็เจ็บไปตามระเบียบ ต้องหยุดวิ่งเป็นช่วงๆ เราก็คอยลุ้นคอยให้กำลังใจน้องไปเรื่อยๆ คอยชวนน้องไปงานวิ่งด้วยกัน จนช่วงหลังๆ กลายเป็นน้องที่มาชวนเราไปงานวิ่งซะเอง น้องมีความสามารถในการอัพเดทงานวิ่งมาก บางทีเราก็มาช่วยกันหารูปงานวิ่งที่ไปด้วยกัน เวลาผ่านไปประมาณ 1 ปี น้องไผ่ยังคงวิ่งอย่างต่อเนื่อง และเห็นแล้วว่าทุกวันนี้น้องสามารถวิ่งต่อเนื่องได้ 4 – 5 กิโลเมตรได้อย่างสบายๆ น้องสามารถไปร่วมงานวิ่ง Fat Run แล้วเกือบติดอันดับได้ถ้วยซะด้วย และที่สำคัญกว่านั้น น้องดูมีความสุขที่ได้วิ่ง และได้ไปร่วมงานวิ่ง จะมีอะไรที่ดีไปกว่านี้อีกคะ เราเองไม่ได้ประโยชน์จากการวิ่งของน้องเลย นอกจากความอิ่มใจและชื่นใจ แต่คิดว่าน้องคงได้อะไรๆจากการวิ่งมากเกินกว่าที่น้องคิดไว้ ภาพที่ลงนี้เป็นภาพแรกในประวัติศาสตร์ที่เราได้วิ่งพร้อมน้องไผ่ เพราะว่าเราเองเจ็บเข่า วิ่งมากไม่ได้ งานนี้มีระยะแค่ 5 กิโลเมตร เลยวิ่งไปสลับเดินไปด้วยกันตามอาการเจ็บเรา งานนี้เลยตั้งใจว่า เราจะต้องมีภาพวิ่งคู่กันสักที และแล้วก็ได้ภาพสวยสมใจ ขอบคุณภาพวิ่งจาก Runlunlafoto ค่ะ ขอให้เพื่อนนักวิ่ง ชวนเพื่อนๆมาวิ่งด้วยกันเยอะๆนะคะ 20 Mar 17