Tag: Fun Run

พรุ่งนี้จะแข่ง 5/10 กิโลเมตรแล้ว … ต้องเตรียมตัวยังไงนะ

หลังจากมีประสบการณ์ลงงานแข่งวิ่งมามากกว่า 20 งานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้พอมีเรื่องราวมาแบ่งปันกับเพื่อนๆในเรื่องของการเตรียมตัว 1 วันก่อนงานวิ่ง ทั้งนี้เรื่องที่จะเล่าเป็นประสบการณ์และความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆนะคะ พักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าวันพรุ่งนี้จะต้องลงแข่ง 5/10 กิโลเมตรแล้ว (ไม่ใช่ 21/42 กิโลเมตรนะคะ เพราะการเตรียมตัวจะต่างไปโดยสิ้นเชิง) สิ่งแรกที่จะเตรียมตัวให้ดีคือ การนอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อย 7 ชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องนับถอยหลังเวลาจากเวลาปล่อยตัว เช่น ปล่อยตัวเวลา 5.00 น. สถานที่วิ่งห่างจากบ้านครึ่งชั่วโมง ใช้เวลาแต่งตัวประมาณครึ่งชั่วโมง และต้องเผื่อเวลาอบอุ่นร่างกายครึ่งชั่วโมง ดังนั้นต้องตื่นนอนเวลา 3.30 น. นับถอยมาอีกก็คือต้องนอนอย่างน้อยไม่เกิน 20.30น. จริงๆนะคะ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายเพื่อนๆสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีเรี่ยวแรง ไม่อ่อนล้าปวดเมื่อยง่าย ดังนั้น เพื่อนๆควรจัดตารางเวลาตัวเองในวันก่อนการแข่งดีๆ เพื่อทำธุระให้เสร็จในช่วงกลางวัน ทานอาหารเย็น รอย่อยเล็กน้อยด้วยการยืดกล้ามเนื้อ แล้วค่อยเข้านอน จะยิ่งทำให้หลับดีด้วยค่ะ เติมพลังงานให้พอดี การรับประทานอาหารมื้อเย็นก่อนหน้าการแข่งขันสำหรับการวิ่งระยะทาง 5/10 กิโลเมตรนี้ สามารถทานได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องโหลดคาร์โบไฮเดรตแต่อย่างใด แต่โดยส่วนตัวก็จะเตรียมอาหารว่างเอาไว้ทานหลังตื่นนอนสักเล็กน้อย เช่น กล้วยหอมสักใบ หรือขนมปังสักชิ้น เพราะเป็นคนหิวง่ายในตอนเช้า เรียกว่า ตื่นปุ๊บหิวปั๊บก็ว่าได้ เลยต้องทานอะไรก่อนสักเล็กน้อยหลังตื่นนอน เพื่อจะได้ให้มีเวลาย่อยก่อนเวลาอบอุ่นร่างกายและปล่อยตัวพอดี จะได้ไม่หิวตอนวิ่ง ทั้งที่จริงๆแล้วร่างกายเรามีพลังงานสำรองเก็บไว้เยอะเพียงพอสำหรับ 5/10 กิโลเมตรอยู่แล้ว หลังจากอาหารเย็นมื้อสุดท้าย แต่อาการหิวเนี่ย บั่นทอนกำลังใจได้ดีเลย เพราะจะทำให้รู้สึกว่าหมดแรงค่ะ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ก่อนการปล่อยตัวสักครึ่งชั่วโมง แนะนำให้จิบน้ำเรื่อยๆนะคะ แม้การวิ่งเพียงแค่ 5/10 กิโลเมตร อาจจะไม่น่าเสียน้ำมาก แต่จริงๆแล้วภาวะเสียน้ำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อัตราการหลั่งเหงื่อของแต่ละคน สภาพความชื้นของอากาศในวันแข่ง ดังนั้นถ้าจะให้ดีและปลอดภัยไว้ก่อน จิบน้ำไปเรื่อยๆนะคะ แต่ระวังอย่าดื่มเข้าไปทีเดียวมากๆ เพราะอาจจะทำให้จุกเวลาเพื่อนๆวิ่งได้ค่ะ เผื่อเวลาเข้าห้องน้ำ อีกอย่างหนึ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือ เผื่อเวลาเข้าห้องน้ำไว้สักหน่อยก็จะดี โดยเฉพาะเมื่อเราดื่มน้ำเข้าไปมากตั้งแต่ตื่นนอน หลายงานห้องน้ำน้อย ต้องใช้เวลาต่อคิวนานหน่อย โดยเฉพาะห้องน้ำผู้หญิง ที่จะช้ากว่าและคนเยอะกว่าห้องน้ำผู้ชาย ดูเวลาดีๆนะคะ พลาดการปล่อยตัวเพราะห้องน้ำกันเยอะเลยล่ะค่ะ อบอุ่นร่างกาย ลืมไม่ได้เลย อบอุ่นร่างกายให้พร้อมนะคะ ไม่ว่าจะวิ่งระยะไหน ต้องอบอุ่นร่างกายให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการแข่ง และป้องกันการบาดเจ็บได้ เพื่อนๆที่ทราบวิธีอบอุ่นร่างกายแล้ว ก็สามารถทำเองได้เลย ใครที่ยังไม่ทราบ อาจรออบอุ่นร่างกายพร้อมกันในงานเลย ทุกงานจะมีทีมงานนำอบอุ่นร่างกายให้ ขั้นตอนการอบอุ่นร่างกาย จะเริ่มจากวิ่งเหยาะๆเบาๆสัก 5 นาที แล้วจึงเป็นการยืดกล้ามเนื้อแบบคงค้างไว้ ตามด้วยการยืดกล้ามเนื้อแบบเคลื่อนไหว พอให้ร่างกายอุ่นขึ้นเล็กน้อย พร้อมในการปล่อยตัว จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เตรียมอุปกรณ์ที่เพื่อนๆใช้ประจำไว้ให้เรียบร้อย วางเตรียมไว้เลย เพื่อพรุ่งนี้เพื่อนๆตื่นมาแล้วหยิบใช้ได้เลยค่ะ โดยเฉพาะ BIB นะคะ แนะนำว่าให้ติดเสื้อไว้ก่อนเลยดีกว่า ส่วนอุปกรณ์อื่นๆประจำกาย ก็วางเตรียมไว้เลย เช่น สายคาดเอว เพื่อนๆควรใส่ของที่เราใช้ไว้เลย อย่างใส่กุญแจไว้ วางมือถือที่ชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้วไว้ข้างๆ (เพื่อนๆคงไม่อยากพลาดการจับระยะทางและเวลาการวิ่ง เพราะว่าแบตเตอรี่หมดใช่ไหมคะ) ใส่เงินไว้ในกระเป๋ากางเกงหรือเข็มขัดเท่าที่เพียงพอต่อการใช้ไว้ (อาจเผื่อเงินช้อปปิ้งสำหรับขาช้อปด้วย เพราะงานวิ่งบางงาน ของขายเยอะมาก เกิดไปเจอของดีราคาถูกใจ จะได้ไม่พลาด แถมเงินติดไว้กับตัว ไม่หายแน่ๆค่ะ) หากต้องฝากกระเป๋า หากเพื่อนๆที่มีกระเป๋าไปด้วย อย่าลืมเผื่อเวลาไปฝากกระเป๋าด้วยนะคะ เชคก่อนฝากว่ามีของมีค่าหลงเหลือหรือเปล่า บางงานเจ้าหน้าที่มือใหม่ หรือนักวิ่งเยอะ อาจต้องต่อคิวยาว ทำให้เสียเวลา จนทำให้เข้าจุดปล่อยตัวไม่ทัน ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จะเตรียมถุงพลาสติกใบใหญ่ใส่กระเป๋าเพื่อนๆทั้งใบเอาไว้ ซึ่งจะดีมาก เพราะว่ากันเปื้อนน้ำหรือเปียกฝนได้ และพอเอากระเป๋าออก เราก็จะมีถุงใส่ของแจกฟรีได้อีก แต่บางงานไม่ได้เตรียมถุงพลาสติกไว้ให้ เพื่อนๆอาจต้องทำใจว่ากระเป๋าอาจเปียกได้ด้วยสาเหตุนานาประการ ขอให้ของข้างในเป็นของที่เปียกได้ก็พอค่ะ ถุงซิปล็อคกันฝน สิ่งที่ลืมไม่ได้ในหน้าฝน คือเตรียมถุงซิปล็อคไว้ด้วยนะคะ เพื่อนๆคงไม่อยากเสียโทรศัพท์ราคาแพงไป หรือธนบัตรเปียกยับยู่ยี่ เพราะฝนเกิดเทลงมาระหว่างการวิ่งแข่งใช่ไหมคะ (เคยเจอมาแล้วค่ะ โชคดีที่มีเพื่อนนักวิ่งใจดีแบ่งถุงพลาสติกให้ค่ะ) เส้นทางวิ่งและแผนผังงาน ศึกษาเส้นทางการวิ่งก่อนวันวิ่งจริงได้ก็จะดีนะคะเผื่อว่างานนั้นมีเจ้าหน้าที่บอกทางไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่บอกผิด ไม่มีป้ายบอกทาง ซึ่งเจอมาแล้วทุกรูปแบบ เพื่อเราจะได้ไม่เสียเวลาวิ่งย้อน ถ้าเกิดว่าไปผิดทางนะคะ และหากงานนั้นมีแผนผังงานให้เราดูก่อน เพื่อนๆลองใช้เวลาดูสักนิดนะคะ โดยเฉพาะสนามแข่งที่เราไม่เคยไป และไม่คุ้นเคยที่ทาง จะได้พอทราบว่าอะไรอยู่ตรงไหน สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนคือ ห้องน้ำ ที่ฝากของ และจุดลงทะเบียนค่ะ เพื่อนๆจะได้ไม่เสียเวลาเดินหาในงาน หากเป็นงานใหญ่ พื้นที่จัดงานกว้าง การเดินหาอะไรๆตอนกลางคืนก็ลำบากน่าดู และเสียเวลามากค่ะ เส้นทางการเดินทางไปที่งาน นอกจากศึกษาเส้นทางวิ่งแล้ว สำหรับเพื่อนๆที่มีความจำเป็นต้องขับรถไป ควรศึกษาเส้นทางการเดินทาง ไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ เนื่องจากเวลาปล่อยตัวส่วนใหญ่เป็นตอนเช้ามืด ดังนั้นเรื่องการจราจรที่ติดขัดจึงไม่เป็นอุปสรรคเท่ากับที่เราไม่รู้จักเส้นทางจากบ้านไปที่จัดงานส่วนตัวแล้วเราชอบเรียกรถแท๊กซี่ให้ไปส่ง เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาหาที่จอด เพราะบางงานที่จอดรถน้อยจริงๆค่ะ แต่ถึงจะเรียกแท๊กซี่แล้วก็อย่านิ่งนอนใจนะคะ เพราะพี่แท๊กซี่บางท่านก็ไม่รู้จักทาง หลายครั้งที่ต้องคอยบอกทางพี่ๆเหล่านั้นด้วยการเปิดกูเกิลแมพค่ะ ที่จอดรถไกลไหม สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนพกรถไปงานด้วยก็คือศึกษาที่จอดรถบริเวณงานหน่อยนะคะ หลายงานจัดที่ทางไว้ให้ หลายงานก็ตามมีตามเกิด หากต้องจอดรถไกลจากบริเวณงาน และเราต้องเดินไปโดยที่ไม่ได้เผื่อเวลาไว้ รับรองว่าเราต้องเป็นคนวิ่งออกจากจุดปล่อยตัวหลังเพื่อนๆคนอื่นแน่นอนค่ะ เตรียมเชคอิน คำแนะนำก่อนลำดับสุดท้ายเท่าที่นึกออก คือเข้าจุดปล่อยตัวหรือทำการเชคอินก่อนเวลาสัก 5- 10 นาที หรือจะเข้าเร็วกว่านั้นก็ได้หากมีนักวิ่งจำนวนมากในงาน เข้าไปกระโดดๆให้ตัวอุ่นๆหลังการอบอุ่นร่างกาย แล้วลิ้มรสการพุ่งออกจากจุดปล่อยตัวอย่างตรงเวลากันค่ะ เตรียมใจให้พร้อม นอกจากเรื่องร่างกาย อุปกรณ์ และสิ่งแวดล้อม อื่นๆที่กล่าวมาแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เตรียมใจให้พร้อมค่ะ บางทีเราก็มีขี้เกียจก่อนวันงานบ้าง เหมือนกับขี้เกียจตื่นเช้า ขี้เกียจขยับเนื้อขยับตัว เหมือนข้อต่อเกิดขึ้นสนิมก่อนยังไงยังงั้น ให้เพื่อนๆลองนึกภาพตัวเองเวลาวิ่งเข้าเส้นชัย หรือคิดถึงความรู้สึกตอนเพื่อนๆวิ่งเข้าเส้นชัยในงานที่ผ่านมา ก็พอจะช่วยให้เพื่อนๆมีใจที่จะเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนออกไปวิ่งนะคะ ขอให้เพื่อนนักวิ่งเตรียมทุกอย่างให้พร้อม และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ตั้งท่า เตรียม และพุ่งออกไปเลยค่า!

บางครั้งความสุขจากการวิ่ง ก็มาจากการได้เห็นคนอื่นวิ่ง

เผอิญเพิ่งรู้ตัวว่าได้หยุดวันอาทิตย์ แรกๆว่าจะไปเที่ยววัด แต่เกิดเปลี่ยนใจ เลยเปิดหาดูว่ามีงานอะไรในวันอาทิตย์ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และใกล้บ้าน ก็มาพบกับงาน Bangkok Post International Mini Marathon 2018 จัดที่เซ็นทรัลเวิลด์เข้า จึงเริ่มขั้นตอนตามล่าหาบิบ ซึ่งก็ได้ต่อมาแบบไม่ยากเย็น เราได้บิบระยะ 5 กิโลเมตรมาในราคาเท่าทุนคือ 350 บาท ถือว่าเป็นงานที่ค่าร่วมงานราคาถูกใช้ได้ ทราบมาว่ามีสปอนเซอร์จำนวนมากจนรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายและนำเข้ามูลนิธิบางกอกโพสต์ ซึ่งเป็นมูลนิธิที่จัดตั้งมานานกว่า 30 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่นักเรียนที่ยากจน ขาดแคลนผู้อุปการะ และมีความประสงค์ที่จะศึกษาจนถึงระดับสูง ความช่วยเหลือของมูลนิธิ รวมไปถึงการส่งเสริมกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษา การค้นคว้าวิจัย และการร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ทำให้เราสบายใจที่ได้เข้าร่วมวิ่งมากเพราะวัตถุประสงค์ชัดเจนตอบโจทย์ดีค่ะ ก่อนวันงานเราเตรียมของเสร็จก็รีบนอน เพราะหลังจากวิ่ง 5 กิโลเมตรตามทางในงานแล้ว เรากะว่าจะวิ่งจากเซ็นทรัลเวิลด์ไปสวนเบญจกิติ เพื่อพบกับคนไข้ที่จะออกมาวิ่งที่สวนครั้งแรก จึงได้เตรียมเป้น้ำด้วย และเตรียมเสื้อผ้าไปเปลี่ยนด้วย กะว่าจะฝากของที่งานก่อน เสร็จแล้วค่อยใส่เป้น้ำวิ่งไปสวน แล้วค่อยหาฟิตเนสเข้าไปอาบน้ำ เพราะต้องไปทำธุระต่อค่ะ เวลาปล่อยตัวคือ 5.15 น. เราตื่น 4.00 เศษ ทานกล้วยหอม 1 ลูก น้ำ 1 ขวด ออกจากบ้าน 4.30 ไปถึงงานก็ 5.00 พอดี ฝากของ แล้ววอร์มร่างกายเตรียมวิ่ง งานนี้ดีตรงที่สถานที่จัดงานกว้างขวาง ซุ้มของสปอนเซอร์วางเรียงตามยาว เต๊นท์ฝากของมีขนาดใหญ่ ทางผู้จัดเตรียมถุงไว้ใส่กระเป๋าให้ ซึ่งก็เบาใจเพราะตอนนั้นฝนตกพรำๆหยุดๆ จะได้แน่ใจว่าเสื้อที่เตรียมมาเปลี่ยนจะไม่เปียก เราฝากของแล้วเดินหาจุดปล่อยตัวซึ่งอยู่ที่ประตูทางออกจากลานจอดรถไปทางประตูน้ำ เมื่อถึงเวลาปล่อยตัวเราก็ออกวิ่งจากทางออก เลี้ยวขวามุ่งหน้าแยกราชประสงค์ เลี้ยวขวาอีกรอบ แล้วไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอังรีดูนังต์ วิ่งตรงไปออกถนนพระราม 4 เลี้ยวซ้ายไปแยกศาลาแดง เลี้ยวซ้ายอีกที แล้วตรงอย่างเดียวจนกลับมาที่แยกราชประสงค์ ตรงมาเข้าเส้นชัยที่จุดปล่อยตัว ระยะทางรวมได้ 5.06 กิโลเมตรเป๊ะ แผนการวิ่งวันนี้ไม่มีอะไรเลย แรกๆกะว่าจะซ้อมวิ่งให้ได้ 45 นาที ตามความเร็ว Pacer ที่รับมาและต้องวิ่งในงานต่อไป แต่กลัวไปหาคนไข้ไม่ทัน จึงวิ่งเร็วขึ้นอีกนิดหนึ่ง ผลที่ได้เลยจบไปในเวลา 31:04 นาที ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 6.08 นาทีต่อกิโลเมตร ระหว่างวิ่งก็คอยสังเกตอัตราการเต้นของหัวใจไปด้วย พยายามไม่ให้เข้าโซน 5 มีหลุดขึ้นไปครั้งหนึ่ง แต่ก็กลับลงมาได้ การวิ่งวันนี้ แม้จะอยู่ในโซน 4 ตลอด แต่ไม่เหนื่อยมาก เพราะอากาศค่อนข้างดี 27-31 องศาเซลเซียส มีฝนพรำเป็นระยะ พอไม่ให้ตัวเปียก เหรียญที่ระลึกของงานนี้ก็ออกจะเรียบง่ายเป็นสีฟ้าเงินมีมิติเล็กน้อย ได้เหรียญไปเก็บสะสมเพิ่มอีกหนึ่งเหรียญในห้องสมุดเหรียญวิ่งของเรา พอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินทางต่อด้วยสองขาแบบง่ายๆค่ะ หลังจากเข้าเส้นชัยแล้ว ต้องเสียเวลาเดินหาจุดแจกอาหารซึ่งหลบไปอยู่ด้านหลังซุ้มสปอนเซอร์ เราได้ข้าวเหนียวหมูทอดแข็งห่อเล็กมาหนึ่งห่อ เดินไปเอาไมโลสแน็คมาหนึ่งแท่ง ยัดใส่เป้น้ำเผื่อหิวระหว่างทาง แล้วออกวิ่งไปสวนเบญจกิติ อีก 5 กิโลเมตร ระยะทางจากเซ็นทรัลเวิลด์ไปสวนเบญจกิติคือ 4 กิโลเมตรกว่าๆ เราไปพาคนไข้วอร์ม วิ่ง และคูลดาวน์ ก่อนแยกย้าย เก็บระยะรอบที่สองได้อีก 5.64 กิโลเมตร จบวันไปด้วยระยะทาง 10.7 กิโลเมตร กลับบ้านอย่างอิ่มอกอิ่มใจมากกว่าการวิ่งจบในงานด้วยเวลาดีๆซะอีกค่ะ ความสุขเล็กๆเบ่งบานน้อยๆในใจ ดีใจที่เห็นคนไข้วิ่งได้อย่างไม่เจ็บไม่ปวด ดีใจที่เห็นคนมาวิ่งที่สวนสาธารณะกันมากขึ้น ดีใจที่พบเจอเพื่อนนักวิ่งจำนวนมากในงานวิ่ง ดีใจที่มีจำนวนงานวิ่งมากขึ้นในประเทศไทยหลังจากการวิ่งของตัวเองที่ผ่านมา 5 ปี บางครั้งความสุขง่ายๆจากการวิ่ง ก็มาจากการได้เห็นคนอื่นได้วิ่งนั่นเองค่ะ ขอให้เพื่อนนักวิ่งมีความสุขจากการได้วิ่งกันนะคะ 26 ส.ค. 61

วันวิ่งช้า คือวันวิ่งเพื่อมิตรภาพ

เราเคยเป็นคนชอบวิ่งเร็ว ไปงานวิ่งเพื่อไปให้ถึงเส้นชัย รับของที่ควรได้แล้วกลับบ้าน เราไม่เคยได้เพื่อนจากงานวิ่ง เรียกว่าแทบไม่ได้คุยกับใครเลยจะดีกว่า การไปงานวิ่งคือการแข่งขันกับตัวเอง แต่เมื่อเพื่อนรุ่นพี่ที่เรารักคนหนึ่ง นามว่าพี่แนน ส่งข้อความมาทาง Facebook ว่า “อยากวิ่งงานนี้ พาไปวิ่งหน่อย” พร้อมส่งภาพงานวิ่งมาเสร็จสรรพ การนัดหมายจึงเริ่มต้นขึ้น งานนั้นมีชื่อว่า “จดหมายรันนิ่ง” เป็นงานที่ออกแบบเสื้อและเหรียญได้น่ารักมากตามสไตล์ของ Organizer นามมดยักษ์ใหญ่แห่ง Run Rhythm ซึ่งเราเคยร่วมวิ่งหลายครั้งเพราะชอบการออกแบบ Theme ของงาน รวมไปถึงเสื้อและเหรียญ เมื่อพี่ชวนไปงานที่เสื้อและเหรียญพร้อมเช่นนี้ เราจะไม่พร้อมได้อย่างไร เราจัดการลงมือสมัครเข้าร่วมงานให้เราและพี่แนนอย่างรวดเร็ว เสื้อและบิบส่งมาให้ที่บ้าน 2 สัปดาห์ก่อนวันงาน เสื้อเป็นรูปกระดาษเขียนจดหมาย น่ารักน่าใส่มากๆ นอกจากนั้น ยังมีถุงผ้าให้ด้วย พี่แนนได้ส่งข้อความมาเป็นระยะก่อนวันงานว่า ได้ไปซ้อมวิ่งมาด้วย วิ่งแถวๆบ้านระยะรวมๆได้ 3 กิโลเมตร ซึ่งเราว่าเก่งมากแล้ว จากคนที่ไม่เคยวิ่งมาก่อน ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี…

อย่าเอาเงินเป็น ตัวชี้ขาด แต่จงเอาความสามารถเป็นตัวชี้นำ

ระยะซ้อมของเมื่อวาน ถูกยืดมาวิ่งวันนี้ วันที่เรารอคอยจะได้วิ่งงานนี้ค่ะ Unicef Line Run ที่สวนหลวง ร. 9 เพราะคาแรคเตอร์ไลน์ที่น่ารัก ทำแบบเสื้อและเหรียญออกมาน่ารัก เสื้อมีประเป๋าเล็กให้ด้วยค่ะ ชอบมาก ณ จุดนี้ ไกลขนาดนี้ ก็ยอมมาค่ะ ค้างห้องเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆเอาค่ะ แม้ราคาค่าสมัครออกจะแพงไปมากคือ 1,000 บาททุกระยะ แต่เพราะนอกจากได้ทำบุญให้เด็กน้อยแล้ว ยังได้รับใบเสร็จไว้ลดหย่อนภาษีด้วย นอกจากนั้นก็มีแก้วน้ำพลาสติกเพิ่มมาให้อีก 1 กระบอกค่ะ งานนี้รู้อยู่แล้วว่าเป็นการระดมทุนให้กับองค์กร Unicef ที่เป็นที่รู้จักกันดี ซ้ำยังจับมือกับการ์ตูนไลน์ ทำให้เป็นที่สนใจของนักวิ่งจำนวนมาก แถมยังไม่มีรางวัลให้คนวิ่งเร็ว แต่มีให้กับทีมที่สามารถรวบรวมเงินบริจาคได้สูงสุด ก็แปลกดีค่ะ ไม่เหมือนงานอื่น และทำให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนของผู้จัดค่ะ แต่…งานลักษณะนี้ ก็เป็นเหมือนอีกหลายๆงานที่จัดพักหลังนี้ค่ะ ทำให้ผิดหวังไม่น้อยค่ะ เป็นอีกหนึ่งงานที่หนีไม่พ้นการจับนักวิ่งเป็นตัวประกัน ใช้การจัดงานวิ่งเป็นตัวล่อ ใช้ภาพนักวิ่งเป็นฉากหลังเพื่อระดมทุนทำยอด โดยไม่สนใจนักวิ่งว่าสภาพจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะตอนหลังวิ่งค่ะ…

งานวิ่งดีๆมีเยอะ … รู้ได้ยังไง?

จากที่วิ่งมานานประมาณ 4 ปี ได้เข้าร่วมงานวิ่งปีละไม่ต่ำกว่า 15 งาน ได้รับทั้งประสบการณ์ทั้งดีและแย่ ดีก็เรียกได้ว่าไม่มีที่ติ แย่ก็เรียกได้ว่าแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เราเลยลองรวบรวมหัวข้อสำคัญๆที่จะให้เพื่อนๆนักวิ่งหน้าใหม่ใช้เป็นแนวทางในการเลือกลงสมัครงานวิ่งกันนะคะ ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องยืนอยู่บนพื้นฐานที่ว่า มาตรฐานในการจัดงานวิ่งบ้านเรายังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงเป็นการยากที่จะบอกว่าสิ่งที่เราสรุปมาเล่านี้จะเป็นมาตรฐานระดับโลกหรือเปล่า อันนี้ขอบอกไว้ก่อนว่า มาจากประสบการณ์ล้วนๆนะคะ 1. ดูผู้จัดสักหน่อย ดูว่าเป็นงานที่ผู้จัดจัดกันเอง หรือจ้างทีมจัดมืออาชีพ อันนี้ค่อนข้างสำคัญค่ะ ค่อนข้างเป็นตัวบอกลักษณะงานเลยค่ะ ถ้าจัดกันเอง และมือใหม่จัดครั้งแรก เราคงไม่สามารถคาดหวังความสมบูรณ์แบบได้เลยค่ะ แต่ก็เคยเจองานที่จัดกันเอง แต่สมบูรณ์แบบมาแล้ว อาจเพราะเคยจัดมานานหลายปีแล้วนั่นเอง ดังนั้นถ้าเจอผู้จัด จัดกันเอง ครั้งแรก และเป็นอาสาสมัครล่ะก็ ให้ทำใจไว้ส่วนหนึ่งเลยค่ะ ส่วนการจ้างทีมจัดมืออาชีพ ก็เป็นอันแน่นอนว่าเราจะได้ความเป็นมืออาชีพ เช่น เส้นทางวิ่งที่ปิดอย่างเป็นระบบ คนยืนคุมทางมีมากเพียงพอ และมีประสบการณ์ในการจัดการจราจรให้กับนักวิ่ง อุปกรณ์ต่างๆ ณ จุดปล่อยตัวและเส้นชัยเชื่อถือได้ มีกรวยมากเพียงพอในการกั้นทาง และรายละเอียดอื่นๆอีกมากมายที่ผู้ที่จัดกันเอง…

It’s not exercise. It’s life style.

แต่ละคนมาสวนสาธารณะเพื่อวิ่งด้วยสาเหตุที่แตกต่างกันไปนะคะ และคนที่ไม่อยากมาวิ่งก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันไปเช่นกันค่ะ อย่างวันนี้ที่เรามาวิ่งงานนี้ เพราะอยากจะพาเพื่อนรู้ใจได้สัมผัสกับบรรยากาศงานวิ่งอีกครั้งหนึ่งด้วยระยะทางอันแสนสั้นช่วยเสริมสร้างกำลังใจในการออกกำลังกายต่อไปค่ะ วันนี้เราจึงพร้อมเดินสลับวิ่งกันไปกับระยะทาง 2.5 กิโลเมตร หรือ 1 รอบสวนลุมค่ะ งานวิ่งวันนี้ (9 ก.ค. 60) มีชื่อที่ต้องถามหาเหตุผลกันต่อว่าสื่อถึงอะไร ชื่อนั้นคือ “G Run ยั่ง ยืน” จัดโดยมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย และช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องมะเร็งจิสต์ และความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อให้คนไทยเข้าถึงการรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดจากค่าสมัคร ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น และนำไปบริจาคเพื่อผู้ป่วยมะเร็งต่อไปค่ะ เราค้นหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับมะเร็งจิสต์ ได้ความมาว่า เป็นมะเร็งของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร (GIST – Gastrointestinal Stromal Tumor) เป็นโรคใหม่สำหรับคนไทย เพิ่งเป็นที่รู้จักกันในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้เองค่ะ สามารถพบในเพศชายพอๆกับเพศหญิงค่ะ มะเร็งทางเดินอาหารชนิดนี้พบได้บ่อยที่สุดบริเวณกระเพาะอาหาร 55% รองลงมาพบที่ลำไส้เล็ก 30%…

ครบขวบปีแรกของการวิ่ง … ไม่จริงจังแต่ก็หลายงานนะ

1. (1 มิ.ย. 2557) Bangkok Life Assurance Mini Marathon 4.75 km, time 37.42, 8.15 min/km สวนหลวง ร.9 งานแรกในชีวิต ลง 5K ตามเพื่อน ยอมรับ ไม่คิดจริงจัง วิ่งไปโลแรกก็อยากพอแล้ว คิดอยู่อย่างเดียวว่าเมื่อไหร่จะถึงฟระ แดดก็ร้อน คนก็เยอะ อารายเนี่ย แต่ก็จบมาจนได้แบบเต่าคลาน ขอบคุณงานแรก เพราะจุดประกายความรู้สึกอยากวิ่งให้ดีกว่าเดิมขึ้นมาได้ค่ะ 2. (6 ก.ค. 2557) Esso 120th Anniversary Charity 5.57 km, time 37.34, 6.44…